คุณยาย!! ยอดนักสู้ ทำขนมใส่รถเข็นขายไปกลับวันละ 10 กม.หลังถูกลูกทอดทิ้งอยู่ลำพัง

คุณยาย!! ยอดนักสู้ ทำขนมใส่รถเข็นขายไปกลับวันละ 10 กม.หลังถูกลูกทอดทิ้งอยู่ลำพัง

แบ่งปัน

แม่เฒ่าวัย 83 ปีชาว จ.บุรีรัมย์สู้ชีวิตเดินเข็นรถขายมันนึ่ง และขนมหวานที่ทำเองไปกลับวันละเกือบ 10 กม. เพื่อเลี้ยงชีพโดยไม่เป็นภาระของสังคม  หลังถูกลูกทอดทิ้งให้อยู่ลำพังมานานกว่า 30 ปี  แม่เฒ่าเผยลำบากแต่ไม่เคยท้อยันจะหาเลี้ยงตัวเองจนวันสุดท้าย  ผู้คนเห็นสงสารช่วยอุดหนุนทั้งยกย่องให้เป็นต้นแบบหญิงแกร่งสู้ชีวิต

(13 ก.พ.60)  นางสมัย   บวรรัมย์  แม่เฒ่าวัย 83 ปี ชาวจังหวัดบุรีรัมย์  ที่ถูกลูกทอดทิ้งให้อยู่ลำพังมานานกว่า 30 ปี  แต่กลับไม่ยอมงอมืองอเท้าเป็นภาระของสังคม  ต่อสู้ชีวิตด้วยการเดินเข็นรถขายมันนึ่ง และขนมหวานที่ทำเอง  จากห้องเช่าบริเวณบ้านโสน (สะ-โหน)  ต.บ้านยาง ไปตามถนนสายต่างๆ ในเขตเทศบาลเมืองบุรีรัมย์ไปกลับเฉลี่ยวันละเกือบ 10 กิโลเมตร   จนกลายเป็นภาพชินตาเพราะคุณยายจะเดินเข็นรถเร่ขายขนมเป็นประจำทุกวัน แม้จะมีสภาพหลังค่อมจากสังขารที่มากขึ้นก็ตาม  จนสร้างความประทับใจและสงสารแก่ผู้พบเห็น ต่างช่วยกันอุดหนุนซื้อขนมของคุณยาย   จนหลายคนทั้งที่เป็นข้าราชการ   พนักงานบริษัท  และประชาชนทั่วไป ก็กลายเป็นลูกค้าขาประจำ  หากมาไหนมาซื้อไม่ทันที่คุณยายเข็นรถผ่าน ก็จะลงทุนขับรถจักรยานยนต์ตระเวนซื้อขนมของคุณยายให้ได้    เพราะหลายคนบอกเป็นเสียงเดียวกันว่าประทับใจในความสู้ชีวิตของคุณยาย   ที่แม้จะอายุมากแล้วแต่ก็ไม่งอมืองอเท้าหรือเป็นภาระของสังคม  ทั้งยังได้ยกย่องให้คุณยายสมัย   เป็นต้นแบบของการสู้ชีวิตแม้อายุสังขารก็ไม่เป็นปัญหาอุปสรรคหากใจสู้   ทั้งนี้การต่อสู้ชีวิตของคุณยายเพื่อเลี้ยงชีพโดยไม่เป็นภาระของคนอื่น   ก็ทำให้หลายคนมีพลังที่จะทำงานและต่อสู้ปัญหาอุปสรรคต่างๆ ได้อีกด้วย

ยายสมัย    บวรรัมย์   กล่าวว่า   หลังจากสามีเสียชีวิต และลูกขายที่ดินจนหมด  ก็ทอดทิ้งให้อยู่ลำดับมาโดยตลอดจนถึงปัจจุบันกว่า 30 ปีแล้ว    จึงได้ทำขนมหวาน มันนึ่งใส่รถเข็นๆ ขายตามถนนสายต่างๆ ในเขตเทศบาลเมืองบุรีรัมย์   เพื่อเลี้ยงตัวเองจะได้ไม่เป็นภาระของผู้อื่น  ซึ่งหลังจากลูกทอดทิ้งก็ไม่มีบ้านเป็นของตัวเองปัจจุบันต้องไปอาศัยเช่าบ้านราคาถูกเดือนละ 1,000 บาท   ขณะที่มีรายได้จากการเข็นรถขายขนมวันละ 400 – 500  บาท   ซึ่งก็เพียงพอจะเลี้ยงตัวเองได้  คุณยาย ยังยืนยันว่าจะทำขนมเข็นขายไปจนวันสุดท้ายเพราะไม่อยากเป็นภาระของใคร   แต่สิ่งที่อยากได้ในบั้นปลายชีวิตที่เหลือ  ก็อยากจะได้บ้านหลังเล็กๆ เป็นของตัวเองสักหลัง   จะได้ไม่ต้องเช่าบ้านอยู่

ข่าวโดย…สุรชัย พิรักษา / สวท..บุรีรัมย์

คอมเม้นต์

คอมเม้นต์