จังหวัดบุรีรัมย์สืบสานประเพณีมหกรรมว่าวอีสานบุรีรัมย์ ครั้งที่ 30 ภายใต้ชื่องาน ว่าวไทยห้วยราชส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย

จังหวัดบุรีรัมย์สืบสานประเพณีมหกรรมว่าวอีสานบุรีรัมย์ ครั้งที่ 30 ภายใต้ชื่องาน ว่าวไทยห้วยราชส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย

แบ่งปัน

จังหวัดบุรีรัมย์สืบสานประเพณีมหกรรมว่าวอีสานบุรีรัมย์ ครั้งที่ 30 ภายใต้ชื่องาน ว่าวไทยห้วยราชส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย

******เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2560 เวลา 17.00 น. นายอนุสรณ์ แก้วกังวาล ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ เป็นประธานเปิดงานมหกรรมว่าวอีสาน ครั้งที่ 30 ที่บริเวณสนามกีฬากลางอำเภอห้วยราช จังหวัดบุรีรัมย์

โดยจังหวัดบุรีรัมย์ ร่วมกับอำเภอห้วยราช องค์การบริหารส่วนจังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในอำเภอห้วยราช กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน พ่อค้า คหบดี ร่วมกันจัดงานประเพณี “มหกรรมว่าวอีสานบุรีรัมย์ ครั้งที่ 30” เพื่อสืบทอดภูมิปัญญาและอนุรักษ์ขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงามของท้องถิ่น ที่บรรพบุรุษร่วมกันสร้างสรรค์สิ่งประดิษฐ์ด้วยภูมิปัญญาจากธรรมชาติอย่างชาญฉลาดให้เป็นที่ประจักษ์แก่สายตาคนไทยและชาวต่างชาติ

อีกทั้งยังเป็นการประชาสัมพันธ์ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ให้เป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลาย ภายใต้ชื่องาน “ว่าวไทยห้วยราชส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย ร่วมรับลมหนาวนอนชมดาว เล่นว่าว ฟังธรรม จุดเทียนแสดงความอาลัย” ได้รับความสนใจจากประชาชนในพื้นที่ ต่างจังหวัด และนักท่องเที่ยวชาวไทย และชาวต่างชาติเป็นจำนวนมาก

******กิจกรรมภายในงานประกอบไปด้วยการประกวดแข่งขันว่าวประเภทต่างๆ ได้แก่ ว่าวแอกโบราณ ว่าวเอกพัฒนา ว่าวแอกยักษ์ ว่าวประดิษฐ์ยุวชน และการแกว่งแอก นอกจากนั้นภายในบริเวณงานยังได้มีการออก ร้านหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ จากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั้ง 8 แห่งของอำเภอห้วยราช

มีพิธีการทำขวัญข้าว สวดมนต์หมู่สรภัญญะ กิจกรรมการแสดงพื้นบ้านของหมู่บ้านว่าว และการจุดเทียนแสดงความอาลัย น้อมส่งเสด็จพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช สู่สวรรคาลัย ซึ่งในปีนี้ว่าวแอกส่วนใหญ่จะมีภาพวาดในหลวงรัชการที่ 9 และข้อความ “น้อมส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย” “ฉันเกิดในรัชกาลที่ 9” “ขอเป็นข้ารองบาททุกชาติไป” แสดงออกถึงความจงรักภักดี และรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้

*******สำหรับการเล่นว่าวของอิสาน นิยมเล่นในช่วงเดือน พฤศจิกายน-ธันวาคม เพราะมีลมมรสุมพัดผ่าน หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า ลมบน และต้องเล่นว่าวในยามค่ำคืน ในช่วงเวลา ตั้งแต่ 5 โมงเย็น เรื่อยไปจนถึงสว่างประมาณ ตี 5 หรือ 6 โมงเช้า ลมว่าวก็จะหมดลง ว่าวก็ตกลงมา ซึ่งการเล่นว่าวมีความเชื่อมโยงกับความเชื่อ การพยากรณ์ การเสี่ยงทายความอุดมสมบูรณ์ ของพืชพันธ์ธัญญาหาร โดยเชื่อว่า หากปีใดว่าวขึ้นสูง ติดลม บนได้ตลอดทั้งคืน จะพยากรณ์ว่าปีหน้า ฟ้าฝนจะดี ข้าว ปลา อาหาร จะบริบูรณ์ ส่วนชาวไทยเชื้อสายเขมร

โดยเฉพาะจังหวัดบุรีรัมย์ เชื่อกันว่า การนำว่าวขึ้นให้ติดลม และมีเสียงของแอกที่ดังตลอดเวลา มีความหมาย ว่า เป็นการสร้างกรรม ฉะนั้นเมื่อเลิกเล่น จึงนิยมตัดว่าวทิ้งโดยมีเครื่องเซ่นไหว้ผูกติดกับสายที่แอกว่าว โดยใช้เปลือกหอยเจาะรูตรงกลางร้อยเชือกไว้ให้หมุนบาดเชือกขาด ซึ่งถือว่า เป็นการตัดเวรตัดกรรมออกไป หรือ เป็นการสะเดาะเคราะห์ ให้ล่องลอยไปกับตัวว่าว

สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดบุรีรัมย์

คอมเม้นต์

คอมเม้นต์