ตลาดหลักทรัพย์กับความพร้อมของบุรีรัมย์ยูไนเต็ดและอีก2ทีมดัง

ตลาดหลักทรัพย์กับความพร้อมของบุรีรัมย์ยูไนเต็ดและอีก2ทีมดัง

แบ่งปัน
brutd

28 ธันวาคม 2559 สำนักข่าวไทยรัฐรายงานข่าวการเตรียมความพร้อมสำหรับการดึงทีมสโมสรฟุตบอลชื่อดังระดับเอเชีย 3 ทีมดังของไทยเข้าตลาดหลักทรัพย์ โดยประกอบไปด้วย สโมสรฟุตบอล บุรีรัมย์ยูไนเต็ด ชลบุรีเอฟซี และเมืองทองยูไนเต็ด

ตลาดหลักทรัพย์ดึงทีมฟุตบอลไทยลีกเข้าตลาดหุ้นเปิดให้แฟนคลับได้เป็นเจ้าของ หวังระดมทุนซื้อนักเตะระดับโลกร่วมทีม ชี้ทีมบุรีรัมย์-ชลบุรี-เมืองทอง
ตลาดหลักทรัพย์ดึงทีมฟุตบอลไทยลีกเข้าตลาดหุ้นเปิดให้แฟนคลับได้เป็นเจ้าของ หวังระดมทุนซื้อนักเตะระดับโลกร่วมทีม ชี้ทีมบุรีรัมย์-ชลบุรี-เมืองทอง

จากบทสัมภาษณ์ของ กรรมการผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์เอ็มเอไอ (MAI) นายประพันธ์ เจริญประวัติ ระบุว่าขณะนี้อยู่ระหว่างการหารือกับทีมสโมสรฟุตบอลไทยลีกของไทย เพื่อส่งเสริมให้ทีมฟุตบอลเข้ามาจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เอ็มเอไอ (MAI) และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เหมือนกับทีมฟุตบอลในต่างประเทศทั้งอังกฤษ, เยอรมนี, อิตาลี และสเปน เนื่องจากฟุตบอลไทยเริ่มได้รับความนิยมแพร่หลายจากแฟนบอลชาวไทย และประเทศเพื่อนบ้าน และหลายทีมเริ่มมีรายได้จากการจำหน่ายตั๋ว, การขายของที่ระลึก เงินรางวัล และอื่นๆ ล่าสุดมี 3 ทีมที่สนใจและพร้อมจะเข้าระดมทุนประกอบด้วยทีมสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด, ชลบุรี เอฟซี และเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด

นายประพันธ์ เจริญประวัติ กรรมการผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์เอ็มเอไอ (MAI)
นายประพันธ์ เจริญประวัติ กรรมการผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์เอ็มเอไอ (MAI)

การนำทีมฟุตบอลระดมทุนเข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้น จะทำให้สโมสรฟุตบอลสามารถระดมทุนเพื่อนำเงินไปซื้อนักเตะหรือนักฟุตบอลระดับโลกที่มีค่าตัวสูงๆได้ รวมถึงการนำเงินไปพัฒนาสนามแข่งขัน และการส่งเสริมให้แฟนบอลเข้ามามีส่วนร่วมในการถือหุ้นเป็นเจ้าของสโมสรฟุตบอลด้วย โดยคาดว่าในเร็วๆนี้น่าจะได้เห็นทีมฟุตบอลไทยลีกขายหุ้นเพื่อนำทีมเข้าเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหุ้นได้

ภาพจาก www.thairath.co.th
ภาพจาก www.thairath.co.th

เผยบุรีรัมย์ฯพร้อมที่สุด

สำหรับทีมที่ดูเหมือนจะมีความพร้อมมากที่สุด นายประพันธ์ เจริญประวัติ ระบุว่าทีมบุรีรัมย์ฯค่อนข้างที่จะมีความพร้อมมากที่สุดในบรรดาทีมฟุตบอลไทยลีก เนื่องจากได้มีการแต่งตั้งที่ปรึกษาการเงิน (เอฟเอ) และผู้ตรวจสอบทางบัญชีไปเรียบร้อยแล้ว โดยตอนนี้กำลังอยู่ในกระบวนการที่จะนำบริษัทเข้ามาจดทะเบียนในตลาดหุ้น แต่คาดว่าทีมบุรีรัมย์คงไม่เข้าตลาดเอ็มเอไอ (MAI) แต่อาจเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ใหญ่ (SET) เพราะเป็นทีมใหญ่และมีมูลค่าการตลาดที่สูงมาก ส่วนทีมอื่นๆก็อยู่ในขั้นตอนต่างๆเพื่อเตรียมความพร้อม

buriram-united
buriram-united

“ถือเป็นมิติใหม่ของการเปิดช่องทางการระดมทุน ที่ตลาดฯกำลังดึงธุรกิจอื่นๆ เข้ามาโดยในส่วนของกีฬาพบว่าฟุตบอลมีความพร้อมที่สุด เพราะมีการทำเป็นธุรกิจอย่างจริงจัง รวมถึงคนดูหรือแฟนบอลก็เพิ่มขึ้น ที่สำคัญยังเป็นทีมฟุตบอลที่มีผู้สนับสนุนหรือสปอนเซอร์รายใหญ่จำนวนมาก”

ไอโมบายสเตเดี้ยม บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด Buriram united
ไอโมบายสเตเดี้ยม บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด Buriram united

กรรมการผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์เอ็มเอไอ (MAI) นายประพันธ์ เจริญประวัติ ระบุต่อว่า ที่ผ่านมาได้มีการศึกษากรณีในต่างประเทศถึงการผลักดันทีมกีฬาให้เข้าตลาดหุ้น พบว่าหลายๆ ทีมกีฬาค่อนข้างประสบความสำเร็จอย่างมาก เห็นได้จากทีมสโมสรแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จากทีมฟุตบอลพรีเมียร์ลีกในอังกฤษ ที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ฯและมีการบริหารจัดการที่ดีทั้งการซื้อนักเตะดังๆ การสร้างผลกำไร รวมถึงการสร้างกลุ่มแฟนบอล และที่สำคัญสามารถจ่ายเงินปันผลแก่ผู้ถือหุ้นได้ดีด้วย เป็นต้น นอกจากนี้ ทีมสโมสรฟุตบอลไทยลีกทีมเล็กๆหรือในระดับต่ำกว่าไทยลีกนั้น ทางตลาดหลักทรัพย์อยู่ระหว่างหาแนวทางในการระดมทุนเช่นกัน แม้ไม่สามารถเข้าตลาดหลักทรัพย์ได้ แต่ก็จะมีช่องทางอื่นในการระดมทุนเช่นกัน

โดยนอกจากกีฬาฟุตบอลแล้ว มองว่ายังมีกีฬาประเภทอื่นๆ เช่น มวยไทยไฟต์ ช่องทีวีกีฬา สปอร์ตชาแนล กอล์ฟชาแนล ธุรกิจเหล่านี้ยังอยู่ในความสนใจและมีความพร้อมที่จะเข้าตลาดหลักทรัพย์ในอนาคต โดยเฉพาะกอล์ฟชาแนล เพราะแฟนคลับส่วนใหญ่เป็นผู้ที่มีรายได้สูง จึงง่ายในการระดมทุนผ่านตลาดหลักทรัพย์ได้

ผู้สื่อข่าวไทยรัฐรายงานว่า ธุรกิจฟุตบอลถือเป็นกีฬาที่โดดเด่น สร้างรายได้และกำไรเติบโตทุกปี โดยมีรายได้จากหลายส่วนทั้งค่าตั๋วเข้าชม, ขายของที่ระลึก, เงินรางวัล, กำไรจากการขายนักเตะ และส่วนแบ่งจากค่าลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดฟุตบอล ส่วนรูปแบบการกระจายหุ้นจะศึกษาจากสโมสรฟุตบอลชั้นนำในอังกฤษ เยอรมนี และอิตาลีแล้วนำมาปรับใช้ให้เหมาะสม ซึ่งการนำธุรกิจกีฬาเข้าตลาดหุ้น นั้นจำเป็นต้องชี้แจงให้นักลงทุนเข้าใจเป็นพิเศษเพราะอาจมีความเสี่ยงอยู่บ้าง เนื่องจากนักลงทุนบางรายอาจกังวลเรื่องระบบบัญชี หรือการตีมูลค่าค่าตัวนักเตะ เพราะบางครั้งอาจมีการซื้อนักเตะมาแพงและจ่ายค่าตอบแทนสูงซึ่งอาจไม่คุ้มทุน นอกจากนี้เรื่องของผลการแข่งขันของทีมในแต่ละปีก็จะมีผลต่อราคาหุ้นและผลประกอบการด้วยเช่นกัน ซึ่งนักลงทุนไม่สามารถวางแผนได้ถูกต้อง.

Source ไทยรัฐ

คอมเม้นต์

คอมเม้นต์