บุรีรัมย์เปิดจำนำยุ้งฉางวันแรกมีเกษตรกรแจ้งความจำนงเข้าร่วมโครงการกว่า 3 พันราย

บุรีรัมย์เปิดจำนำยุ้งฉางวันแรกมีเกษตรกรแจ้งความจำนงเข้าร่วมโครงการกว่า 3 พันราย

แบ่งปัน

บุรีรัมย์เปิดจำนำยุ้งฉางวันแรกมีเกษตรกรแจ้งความจำนงเข้าร่วมโครงการกว่า 3 พันราย

บุรีรัมย์เปิดโครงการรับจำนำยุ้งฉางวันแรก มีเกษตรกรที่ชะลอขายข้าวเปลือกหลังราคาตกต่ำแจ้งความจำนงเข้าร่วมโครงการฯ กว่า 3,000 ราย ขณะ ธกส.ลงพื้นที่ตรวจยุ้ง ปริมาณ และคุณภาพข้าว พบส่วนมากข้าวยังมีความชื้น คาดจะมีเกษตรกรเข้าร่วมโครงการไม่น้อยกว่า 12,000 ราย

(1 ธ.ค.59) นายสมบูรณ์ ดาศรี ผู้อำนวยการฝ่ายกิจการนโยบายรัฐ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ส่วนกลาง) พร้อมด้วยนายจักรดุล ศรีสุวรมนตรี ผู้อำนวยการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรจังหวัดบุรีรัมย์ ได้ลงพื้นที่ตรวจยุ้งฉาง ปริมาณข้าวเปลือก คุณภาพ และวัดความชื้นข้าวเปลือกของเกษตรกร ในพื้นที่ ต.โคกกลาง อ.ลำปลายมาศ ที่แสดงความจำนงเข้าร่วมโครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปี ปีการผลิต 2559/60 หรือจำนำยุ้งฉาง ตามนโยบายของรัฐบาล เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรที่ประสบปัญหาราคาข้าวตกต่ำ ซึ่งจังหวัดบุรีรัมย์ได้เริ่มดำเนินการเป็นวันแรก พบว่ามีเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนเป็นผู้ปลูกข้าวนาปีที่ชะลอการขายข้าวเปลือกก่อนหน้านี้ ได้แจ้งความจำนงเข้าร่วมโครงการกับ ธกส.ทั้ง 26 สาขาในพื้นที่จังหวัดแล้วกว่า 3,000 ราย โดยเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการจะได้รับสินเชื่อ 90 เปอร์เซ็นต์ของราคาตลาด หากเป็นข้าวหอมมะลิ และข้าวเหนียว จะได้ตันละ 9,500 บาท ความชื้น 15 เปอร์เซ็นต์ สิ่งเจือปนไม่เกิน 2 เปอร์เซ็นต์ คุณภาพข้าวตั้งแต่ 36 กรัมขึ้นไป , ข้าวหอมปทุมธานีอยู่ที่ตันละ 7,800 บาท , ข้าวจ้าวตันละ 7,000 บาท โดยจังหวัดบุรีรัมย์คาดการณ์ว่าจะมีเกษตรกรเข้าร่วมโครงการฯ 120,000 ราย ใช้วงเงินสินเชื่อกว่า 1,200 ล้านบาท สำหรับเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือก หากราคาข้าวในตลาดสูงขึ้นเป็นที่พอใจ ก็ให้เกษตรกรแจ้งกับ ธกส. สาขา แล้วสามารถนำข้าวเปลือกไปขายได้โดยไม่ต้องรอให้ครบ 5 เดือน

นายสมบูรณ์ ดาศรี ผู้อำนวยการฝ่ายกิจการนโยบายรัฐ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร กล่าวว่า โครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปีตามนโยบายรัฐบาล ก็เพื่อต้องการช่วยเหลือชาวนาที่ประสบปัญหาราคาข้าวตกต่ำ เนื่องจากผลผลิตออกสู่ตลาดพร้อมกันเป็นจำนวนมาก โดยมีเป้าหมายช่วยเกษตรกรผู้ปลูกข้าวทุกประเภท ทั้งข้าวหอมมะลิ ข้าวเหนียว ข้าวปทุมธานี และข้าวจ้าว แต่ราคาที่เกษตรกรจะได้รับต้องขึ้นอยู่กับชนิดของข้าวที่เข้าร่วมโครงการฯ โดยทั้งประเทศตั้งเป้ารับจำนำอยู่ 3 ล้านตัน ข้าวเปลือกหอมมะลิและข้าวเหนียว 2 ล้านตัน ส่วนข้าวจ้าว และปทุมธานีอีก 1 ล้านตัน
สุรชัย พิรักษา / สวท.บุรีรัมย์

คอมเม้นต์

คอมเม้นต์