บุรีรัมย์โมเดล ต้นแบบการสร้างเมืองใหม่

บุรีรัมย์โมเดล ต้นแบบการสร้างเมืองใหม่

แบ่งปัน

สัปดาห์นี้ “ทีมเศรษฐกิจ” ขอเชื้อเชิญท่านผู้อ่านไปดูแนวคิดและรูปแบบการพัฒนาเมืองตัวอย่างของอดีตนักการเมืองผู้มีชื่อเสียงโด่งดังคนหนึ่งของประเทศ

เขาคือ นายเนวิน ชิดชอบ ที่ใครอยู่ไกลอาจไม่ชอบเขา แต่คนที่อยู่ใกล้ชิดกับเขาหลายคน ไม่ได้ชอบเขาอย่างเดียว แต่ยังเชื่อมั่นและพร้อมจะก้าวเดินไปกับเขาเพื่อพัฒนาจังหวัดบุรีรัมย์ให้เป็นเมืองในฝัน

socialposttemplate02

ภายใต้เป้าหมายเดียวกันคือ ทำให้บุรีรัมย์เป็นจุดหมายปลายทางสำคัญ 1 ใน 10 เมืองของประเทศที่คนไทย และชาวต่างชาติถวิลหา จำเป็นต้องเดินทางไปท่องเที่ยว ไปดู และไปเห็นกับตาตัวเอง ไม่ใช่แค่เป็นเมืองผ่านที่ตำน้ำกินเหมือนในอดีตอีก

buriram-united
buriram-united

ที่สำคัญการพัฒนาจังหวัดบุรีรัมย์จะต้องยั่งยืน ทันสมัย มีเสถียรภาพ และมั่นคงต่อไปชั่วลูกชั่วหลาน ด้วยการตั้งเป้าหมายให้การสร้างรายได้ และผลผลิตทางเศรษฐกิจ ที่เรียกว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ในอีก 3 ปีข้างหน้า ต้องเติบโตที่ระดับ 100 เปอร์เซ็นต์ให้ได้

5 ปีหลังจากที่นายเนวิน อดีตหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ประกาศอำลาเวทีการเมือง เขาบ่ายหน้ากลับสู่จังหวัดอันเป็นมาตุภูมิ และท้องถิ่นที่ให้กำเนิดทางการเมือง

เพื่อทุ่มเททำงานให้กับสโมสรฟุตบอลที่เขาสร้างขึ้น “บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด” หรือ ในอีกชื่อที่คุ้นเคย “ปราสาทสายฟ้า” (THUNDER CASTLE) อย่างเต็มเวลา

ขณะเดียวกัน ก็สร้างสนามแข่งขันฟุตบอลที่ได้มาตรฐานที่สุดในประเทศ พร้อมที่พักนักกีฬา ฟิตเนสเซ็นเตอร์ ที่รวมเพื่อการสร้างความแข็งแกร่งให้แก่นักกีฬา และศูนย์การรักษาบำบัดอาการเจ็บปวดจากการแข่งขัน

buriramworld

กระทั่งถึง

“อคาเดมี”

ที่เขาสร้างขึ้นเพื่อสนับสนุนเด็กๆที่มีแววของบุรีรัมย์อีกมากกว่า 100 คนให้เป็น

“เด็กปั้น”

ของบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ในอนาคต

ด้วยมาตรฐานที่ดีเยี่ยมพอๆกับมาตรฐานของสโมสรฟุตบอลดังในพรีเมียร์ลีกของอังกฤษ ที่เขา และภรรยา (นางกรุณา ชิดชอบ หัวหน้าทีมเชียร์ลีดเดอร์ “GU 12” ของบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด) ลงทุนลงแรงไปตระเวนสำรวจทั่วเกาะอังกฤษจนทะลุปรุโปร่ง ก่อนจะกลับมาสร้าง สนามฟุตบอลสีน้ำเงิน I–Mobile Stadium อันสวยงามซึ่งตั้งตระหง่านอยู่ ณ กลางใจเมือง

ไอโมบายสเตเดี้ยม บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด Buriram united
ไอโมบายสเตเดี้ยม บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด Buriram united

ที่สนามไอโมบายแห่งนี้ จุคนดูได้ประมาณ 34,000 คน ทุกปีจะมีแมตช์การแข่งขันทั้งเหย้า–เยือนราวๆ 33 แมตช์ นั่นทำให้สโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด มีรายได้ปีที่แล้วประมาณ 450 ล้านบาท ทั้งจากการขายตั๋ว ขายเสื้อ และของที่ระลึก

buriram

“เราอาจจะยังขาดทุนทางบัญชีในปีที่ผ่านมาอยู่ราว 20 ล้านบาท เพราะต้องซื้อตัวนักเตะดีๆเข้ามา และที่ดูเหมือนขาดทุน ก็เพราะเราไม่สามารถเอาสัญญาที่ทำกับนักเตะมาคิดเป็นมูลค่าได้ จริงๆถ้าตีเป็นมูลค่าได้นักเตะของผม 30 คน ผมคิดแบบถูกๆนะว่า ราคาน่าจะอยู่ที่ 600 ล้านบาท ส่วนปีนี้ผมคิดว่า สโมสรเราน่าจะมีรายได้เข้ามาประมาณ 550 ล้านบาท ก็จัดว่าดีขึ้นตามลำดับ”

นิด้า (สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์) ไปสำรวจส่วนแบ่ง หรือการครอบครองตลาดของสโมสรฟุตบอลต่างๆที่มีอยู่ทั้งในดิวิชั่น 1 และ 2 รวมทีมในระดับชั้นพรีเมียร์ลีกของประเทศไทย เขาพบว่า บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด สโมสรเดียวมีส่วนแบ่งการตลาดสูงที่สุด 36% ที่เหลือไปแชร์กันเองกับทีมอื่นๆ

ถามว่าเหตุผลเพราะอะไร ก็เพราะคนทั้งอีสาน เหนือ และใต้ รวมทั่วประเทศ ชอบนักเตะของบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เขารักเราถึงขั้นแม่ค้าในตลาดบุรีรัมย์ตั้งกองทุนขึ้นมาเพื่อลงขันสนับสนุนสโมสรเรา

AirportBuriram

“เพราะฉะนั้นคอนเซปต์ของเราวันนี้จึงก้าวข้ามไปไกลมาก ถ้าติดตามดูอารมณ์ของคนบุรีรัมย์ 50% กับคนจากภาคอื่นๆอีก 50% เขามองเราเหมือนเป็นแฟนเชลซี เรอัล มาดริด ไม่ก็บาร์ซาไปแล้ว เพราะเราเป็นทีมฟุตบอลที่เอนเตอร์เทนเขาได้ถูกต้อง ตรงใจ ชนะแล้วก็ยังไม่ผ่อนให้ และเราไม่เกเร เราเล่นฟุตบอลอย่างเดียว”

270736-53eb5df1a528d

ที่สำคัญสำหรับคนบุรีรัมย์ก็คือ จีดีพีของจังหวัดในช่วงที่สโมสรฟุตบอล บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด โด่งดังขึ้นมาจนต่างชาติมาขอซื้อตัวนักเตะไปนั้น มีอัตราการเติบโตสูงถึง 50 เปอร์เซ็นต์

วันนี้คนบุรีรัมย์ตื่นเช้ามาก็รวยแล้ว ว่างั้นเถอะนะ!

การพัฒนาจังหวัดบุรีรัมย์ ไม่ได้จบอยู่เพียงความพยายามปั้นดาวให้เป็นเดือน หรือยกระดับนักเตะของบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เป็นดาวดวงเด่นอันดับ 1 ตลอดกาลในพรีเมียร์ลีกของประเทศอย่างเดียว

แต่การค้นพบสัจธรรมจากมอตโต้ที่ว่า

Resource is…limited but Creative is… unlimited

ซึ่งแปลได้ความว่า ทรัพยากร…มีวันหมด แต่ความคิดสร้างสรรค์…ไม่มีวันหมดไป เฉกเช่นความคิดของชีคดูไบผู้เป็นเจ้าของโครงการถมทะเลเพื่อสร้างเกาะปาล์ม หรือเกาะเวิลด์ อสังหาริมทรัพย์ที่มีมูลค่าสูงที่สุดในโลก หรือการแปรเปลี่ยนทะเลทรายให้เป็นเงินในลาสเวกัสกับการทำให้จินตนาการในโลกของเทคโนโลยีการสื่อสารได้รับการแปลงเป็นสินค้าที่สามารถเปลี่ยนโลกทั้งใบไว้ในโทรศัพท์มือถือได้ของ สตีฟ จ็อบส์ เป็นต้น

socialposttemplate02

เมื่อความคิดสามารถแปลงเป็นเงิน แถมยังสร้างมูลค่าเพิ่มได้ นายเนวินจึงลงทุนกว่า 2,000 ล้านบาท ครีเอตบุรีรัมย์ให้เป็นจังหวัดแห่งการกีฬา (Sport City) ของประเทศไทย ด้วยการสร้างสนามแข่งรถระดับโลกที่มีชื่อว่า บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต Buriram United International Circuit : BRIC

สนามแข่งรถแห่งนี้ สร้างขึ้นบนพื้นที่ 1,000 ไร่กลางใจเมือง และเป็นสนามแข่งระดับมาตรฐาน FIA (Federation Internationale de l’Automobile หรือสหพันธ์รถยนต์นานาชาติ), Grade 1T และ FIM Grade A ที่สามารถรองรับการแข่งขันซีรีส์ F3, GT1, 2 และ 3 ได้ภายใต้การรับรองมาตรฐานจากสหพันธ์จักรยานยนต์นานาชาติ (Federation Internationale de Motocyclisme) ซึ่งสามารถจัดการแข่งขันในระดับมอเตอร์ครอส หรือเวิลด์ซีรีส์ ระดับสปอร์ตคาร์ และซุปเปอร์คาร์ รวมถึงซุปเปอร์ไบค์ได้

ด้วยรูปแบบการก่อสร้างที่ทันสมัยจากนักออกแบบสนามมอเตอร์สปอร์ตระดับโลกของเยอรมนี ซึ่งมีประสบการณ์ในการออกแบบสนามแข่งรถทั้ง F1 และ MOTO GP อันดับ 1 ของโลก มีทางวิ่งความเร็วสูงที่สามารถปรับแทร็กได้หลายรูปแบบสำหรับรถแข่งประเภทต่างๆ โดยมีระยะทางต่อรอบ 4.55 กิโลเมตร จำนวน 12 โค้ง นักแข่งสามารถทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 200-315 กม./ชม.ได้อย่างสบายๆ ภายใต้ทัศนวิสัยที่เปิดกว้าง ขณะที่อัฒจันทร์ที่นั่ง 2 แห่ง สามารถจุผู้ชมได้มากถึง 30,000-50,000 คน หรือปีละประมาณ 1 ล้านคน

BRIC มีกำหนดจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในเดือน ต.ค.ที่จะถึงนี้ พร้อมกับการเป็นเจ้าภาพเปิดการแข่งขันรถยนต์ทางเรียบที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเอเชีย “ซุปเปอร์ จีที 2014” ร่วมกับGTA จากญี่ปุ่น

“เราจะได้เห็นรถยนต์ราคาแพง หรือซุปเปอร์คาร์หลายยี่ห้อ เข้ามาแข่งขันกันในประเทศไทยเป็นครั้งแรกแน่นอน มันจะเกิดขึ้นที่บุรีรัมย์ และผมอยากเห็นคนบุรีรัมย์ได้รับอานิสงส์จากสิ่งต่างๆเหล่านี้ ไม่ใช่คนจากกรุงเทพฯ หรือจากที่อื่นเข้ามาลงทุน”

นายเนวินบอกกับเราว่า การมีสนามแข่งรถในใจกลางเมือง ไม่ใช่เรื่องที่จะทำได้ง่ายๆ ถ้าผู้คนไม่ยอมรับ โดยเฉพาะเมื่อสนามแข่งรถระดับเวิลด์คลาสแห่งนี้ จะทำให้เกิดมลพิษทางเสียง หรือ Noise Polution ขึ้น

“ผมต้องเชิญพวกเขามาชี้แจงให้เตรียมตัวเตรียมใจรับมือกับการทำหน้าที่เจ้าภาพจัดการแข่งรถระดับโลก ซึ่งเราเตรียมพร้อมไว้แล้วว่าจะจัดให้มีการแข่งขัน รวมถึงการเก็บคะแนนในรายการใหญ่ๆตลอดปี 35 รายการด้วยกัน อยากให้ทุกคน วิน วิน ไม่ใช่ทุกอย่างผูกขาดอยู่ที่ผมคนเดียว”

สิ่งที่คนในพื้นที่ต้องทำก็คือ ลงทุนอะไรก็ได้ที่คิดว่าขายได้ เพราะเจ้าของ หรือกลุ่มผู้เข้าแข่งขันรถซุปเปอร์คาร์ก็ดี บิ๊กไบค์ก็ดี เขาย่อมต้องการบริโภคสิ่งที่ดีที่สุด ยอดเยี่ยมที่สุด ทั้งในเรื่องของเอนเตอร์เทนเมนต์ เรื่องของอาหาร-ที่พัก และอื่นๆ

“พวกที่อยู่กับมอเตอร์สปอร์ตทั้งหลายเนี่ย เขาเป็นพวกบิ๊กสเปนเดอร์ ผู้จับจ่ายใช้สอยรายใหญ่ และซื้อของราคาแพงๆ คุณจะทำอะไรที่สามารถรองรับไลฟ์สไตล์หรูหรามีระดับของพวกเขาได้บ้างล่ะ เช่น โรงแรมหรู ร้านอาหารดีๆ”

นายเนวินบอกด้วยว่า เขากำลังปรับเปลี่ยนทัศนคติของคนบุรีรัมย์ให้ยิ้มรับกับสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นต่อเนื่องกับจังหวัดในช่วงเวลานี้ และต่อเนื่องไปอีก 3 ปีข้างหน้า หรือ 5 ปีข้างหน้า เพื่อให้สามารถปรับตัวทัน

“อย่างเรื่องสนามแข่งรถ ผมบอกเลยว่า มันจะดังสนั่นเมือง แต่แม้มันจะดังสนั่นอย่างไรก็ตาม ขอให้คิดว่า เมื่อใดที่ได้ยินเสียงเหล่านี้ นั่นหมายถึง เงิน กำลังหมุนเข้ามาที่จังหวัดบุรีรัมย์แล้ว…

ยิ่งดังเท่าไหร่ เงินก็ยิ่งเข้ามามากขึ้นๆ ทั้งนักแข่ง นักท่องเที่ยว และผู้รักการชมการแข่งขัน ผู้รักการกีฬา และความเร็ว เมื่อเงินเข้ามามากขึ้นคนบุรีรัมย์ก็จะรวยขึ้น ทรัพย์สิน และที่ดินจะมีราคาแพงขึ้น เราทั้งหมดจะไม่ยากจนเหมือนที่ผ่านมาอีก เพราะจากนี้ไป เราจะไม่ใช่เป็นแค่เมืองผ่าน แต่จะเป็นเมืองเป้าหมายที่เขาต้องการจะเดินทางเข้ามา”

นายเนวินยังเล่าด้วยว่า เขารับทราบความเคลื่อนไหวของกลุ่มธุรกิจใหญ่ในตระกูล “อยู่วิทยา” เจ้าของเครื่องดื่มกระทิงแดง และ “เรดบูล” ซึ่งมีทีมรถแข่งฟอร์มูลา 1 เป็นของตนเองทั้งยังเดินทางไปแข่งขันรอบโลกว่า พวกเขามีโครงการใหญ่จะนำ “เรดบูล” กลับบ้าน

“ถ้าเป็นเช่นนั้นจริง หรือสามารถจะคุยกันโดยได้ข้อสรุปที่ชัดเจน เขาก็คงจะมาคุยกับเรา ในฐานะที่เป็นเจ้าของสนามแข่งที่ได้มาตรฐานระดับโลก และเรากับเขาคงได้มีโอกาสทำงาน ร่วมกันได้เป็นอย่างดีในหลายๆโอกาส”

เมื่อสนามแข่งรถสร้างเสร็จเราจะมีอีเวนต์ หรือการจัดการแข่งขันมากที่สุดในประเทศ เพราะใน 1 ปี มี 56 สัปดาห์ แต่จังหวัดบุรีรัมย์จะมีการแข่งรถในมือไม่น้อยกว่า 35 รายการ ซึ่งหมายความว่า ที่นี่จะเนืองแน่นไปด้วยผู้คนตลอดช่วง 35 สัปดาห์ ยังไม่นับรวมแมตช์การแข่งขันของ ปราสาทสายฟ้า บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ที่จะต้องมีการแข่งขันอีกประมาณ 30-33 แมตช์ หรือ 30 สัปดาห์ที่จะต้องมีผู้คนหลั่งไหลเข้ามา

“ผมคุยกับเด็กๆรุ่นใหม่ของบุรีรัมย์ที่เข้ามาทำงานร่วมกันว่า เราจะครีเอตจังหวัดบุรีรัมย์ของเราให้เป็นอะไรดี เพราะในอนาคต บุรีรัมย์จะต้องอยู่ในมือของพวกเขา ขณะที่เราไม่มีทั้งทะเล น้ำตก หรือแม้แต่ภูเขา ทำอย่างไรจึงจะสร้างแรงดึงดูดผู้คนให้หลั่งไหลเข้าสู่บุรีรัมย์ เหมือนกับที่พวกเขาแห่กันไปหัวหิน สมุย พัทยา เขาใหญ่ หรือ เชียงใหม่…

ข้อสรุปที่ได้มาก็คือ ต้องช่วยกันคิดคอนเทนต์ดีๆ แล้วจัดอีเวนต์ ภายใต้สโลแกน Burirum beyond unbelievable “บุรีรัมย์อยู่เหนือความคาดคิด” ที่จะออกมาโปรโมตจังหวัดที่ทุกสิ่งกำลังเปลี่ยนไป ความไม่มี กำลังเดินไปสู่ความมีอะไรให้น่าค้นหามากมายในบุรีรัมย์”

เมื่อถึงเวลาที่สนามแข่งรถเสร็จ คู่แข่งของเราคือ เซปัง เซอร์กิต ของมาเลเซีย ที่อยู่ห่างจากกัวลาลัมเปอร์ไปชั่วโมงครึ่ง “แน่นอนว่า ในวันที่อาเซียน หรือ AEC เปิด ผมไม่เชื่อว่า คนลาว พม่า เวียดนาม หรือแม้แต่คนมาเลเซียเอง จะยังอยากไปดูการแข่งรถที่เซปังอีก” ในเมื่อมีสนามมอเตอร์สปอร์ตของเมืองไทยให้เลือก ซ้ำยังสามารถตอบสนองความต้องการบริโภคสิ่งต่างๆได้อย่างครบครันภายในที่แห่งเดียวกันในประเทศไทย

5 ปีนับจากวันที่นายเนวินบ่ายหน้ากลับมาทำทีมฟุตบอล บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด สร้างสนามแข่งฟุตบอลระดับมาตรฐานสากล และสนามแข่งรถระดับเวิลด์คลาส ราคาที่ดินในจังหวัดบุรีรัมย์ก็พุ่งกระฉูดขึ้นจากไร่ละ 1.3 ล้านบาท ค่อยๆเพิ่มเป็น 4–5 ล้านบาท

ขณะที่ที่ดินรอบๆสนามฟุตบอล I-Mobile และโรงแรมอมารี ขยับขึ้นเป็นราคาไร่ละ 9 ล้านบาท ไล่ไปเรื่อยๆกระทั่งถึงสนามแข่งรถ ราคาพุ่งขึ้นไปเป็นไร่ละ 12 ล้านบาท

“ผมพูดมานานแล้วว่า อายุ 55 ปี ผมจะเลิกเล่นการเมือง ยิ่งเมื่อรู้ว่าเราเป็นคนที่ยืนอยู่ บนความขัดแย้ง ก็ยิ่งทำให้ตัดสินใจเด็ดขาดได้ว่าต้องหันหลังให้การเมือง ที่สำคัญผมรู้ว่า บ้านเมืองต้องเปลี่ยนไป ถ้าเราไม่รีบเปลี่ยนตัวเองเพื่อรับการเปลี่ยนแปลงวันหนึ่งคงลำบาก ขณะที่คนรุ่นใหม่เรียนหนังสือมากกว่า รู้มากกว่า และเห็นอะไรมากกว่า…

เรามันพวกรุ่นอนาล็อก ไม่ใช่รุ่นดิจิตอล โลกทั้งใบจึงไม่ได้อยู่ในมือเรา แต่เปลี่ยนไปอยู่ในมือคนรุ่นใหม่ กับสังคมของพวกเขาในโลกของโซเชียลเน็ตเวิร์ก ถ้าเรายังมัวหวงบ้านเมืองไว้ในมือ ไม่ยอมปล่อยผ่านไปให้คนรุ่นต่อไป ประเทศไทยจะพัฒนาไปได้อย่างไร

เหตุที่สังคมการเมืองบ้านเราวันนี้มันไม่ไปไหนก็เพราะ มนุษย์อนาล็อกที่มันยังเป็น ผู้มีอิทธิพลทางการเมืองอยู่ ไม่ยอมปล่อยวางนั่นเอง!

ความสุขของผมวันนี้ ไม่ได้อยู่ที่การเป็น ส.ส.หรือ รมต.ที่ตอนอยู่ในตำแหน่งดูจะมีคนรักเยอะ แต่เอาเข้าจริงมันคือความรักแบบต่างตอบแทนในโลกของการเมือง แบบกูช่วยมึง แล้วมึงต้องกลับมาช่วยกู ขณะที่ชีวิตในวันนี้แตกต่างออกไป ผมเดินไปไหนมีแต่คนทักทาย “เรียก ลุงเนวิน ขอถ่ายรูปด้วยหน่อย” ที่นี่ไม่มีใครทำท่ารังเกียจผม ไม่เหมือนเมื่อ 5 ปีก่อนที่ผมเดินห้างไหนในกรุงเทพฯ ผู้คนต่างเดินหนี ไม่ก็แหวกทางให้ผมหมด

วันนี้ที่นี่พวกเขารักผมมากกว่าวันที่ผมเป็นนักการเมืองมหันต์ นี่คือสิ่งที่ผมอยากได้ และอยากให้มีคนจดจำไปชั่วลูกชั่วหลาน”.

 

ข่าวโดย… ไทยรัฐออนไลน์

ภาพบางส่วนจาก amari.com
BURIRAM UNITED
Chang International Circuit By Buriram United
ภาพหน้าปกจาก ฮักบุรีรัมย์ / เทศกาลลูกชิ้นยืนกินชิงแชมป์โลก

คอมเม้นต์

คอมเม้นต์