พม.ช่วยเหลือเด็ก 4 ขวบ ป่วยเป็นโรคตับโต ที่ จ.บุรีรัมย์

พม.ช่วยเหลือเด็ก 4 ขวบ ป่วยเป็นโรคตับโต ที่ จ.บุรีรัมย์

แบ่งปัน

วันนี้ (9 พ.ค. 60) ที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ สะพานขาว กรุงเทพฯ : พลตำรวจเอก อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) กล่าวว่า

จากกรณีพบเด็กหญิงวัย 4 ขวบ ป่วยเป็นโรคตับโต หน้าท้องบวมโตมีขนาดใหญ่มาก ใช้ชีวิตยากลำบาก ซึ่งทางโรงพยาบาลแจ้งว่าต้องผ่าตัดเพื่อเปลี่ยนตับ แต่มีค่าใช้จ่ายสูงถึง 1 ล้านบาท หากเด็กหญิงไม่ได้รับการผ่าตัด อาจจะต้องเสียชีวิตภายใน 1 ปี แต่ครอบครัวมีฐานะยากจน มีอาชีพรับจ้าง ไม่มีเงินค่ารักษาพยาบาล ที่อำเภอเมือง จังหวัดบุรีรัมย์ นั้น

ได้กำชับให้พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดบุรีรัมย์ (พมจ.บุรีรัมย์) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่สังกัดกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ เร่งลงพื้นที่เยี่ยมบ้าน เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงและประเมินทางสังคมของครอบครัวดังกล่าว

พร้อมให้การช่วยเหลือในเบื้องต้นตามภารกิจด้านเด็กของกระทรวงการพัฒนา สังคมฯ รวมทั้ง มอบสิ่งของเครื่องใช้ที่จำเป็น อีกทั้ง ประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ช่วยเหลือดูแลในเรื่องการรักษาพยาบาลอาการป่วยของเด็กหญิงอย่างต่อเนื่อง

อีกทั้ง การแนะนำให้คำปรึกษาในเรื่องการส่งเสริมการประกอบอาชีพเสริมแก่ครอบครัวของเด็กหญิง เพื่อสร้างรายได้ที่มั่นคงและเพียงพอ สามารถเลี้ยงดูครอบครัวได้

พลตำรวจเอก อดุลย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับกรณีเด็กสาววัย 17 ปี พร้อมผู้ปกครอง เข้าร้องเรียนต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ กรณีถูกแฟนหนุ่มวัย 26 ปี ทำร้ายร่างกายอย่างโหดเหี้ยม โดยการจุดเผาทั้งเป็น จนได้รับบาดเจ็บสาหัส ทำให้ร่างกายพิการ มือทั้ง 2 ข้างหงิกงอ มีแผลเป็นทั่วร่างกาย

ส่งผลให้ไม่สามารถประกอบอาชีพได้ ซึ่งผ่านมา กว่า 1 ปี แต่คดีความไม่คืบหน้า ยังเห็นผู้ก่อเหตุใช้ชีวิตปกติอยู่ในพื้นที่ เกรงว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม อีกทั้ง ยังมาทราบภายหลังถูกทำร้ายว่าตั้งครรภ์ และเพิ่งคลอดบุตร ทำให้ใช้ชีวิตอย่างยากลำบาก ที่อำเภอภูผาม่าน จังหวัดขอนแก่น นั้น

ทั้งนี้ได้กำชับให้พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดขอนแก่น (พมจ.ขอนแก่น) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่สังกัดกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ เร่งลงพื้นที่เยี่ยมครอบครัว

เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงและประเมินทางสังคมของครอบครัวและให้การช่วยเหลือในเบื้องต้นตามภารกิจของกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ พร้อมเร่งเยียวยาฟื้นฟูสภาพจิตใจเด็กสาวและครอบครัวโดยด่วน รวมทั้ง มอบสิ่งของเครื่องใช้ที่จำเป็น และประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ช่วยเหลือดูแลในการส่งเสริมสวัสดิการสังคมที่เหมาะสม

เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีในระยะยาว อาทิ การรักษาพยาบาลของเด็กสาวอย่างต่อเนื่อง อีกทั้ง การแนะนำให้คำปรึกษาในเรื่องการส่งเสริการประกอบอาชีพ เพื่อสร้างรายได้ที่มั่นคงและเพียงพอ สามารถเลี้ยงดูครอบครัวได้

ภาพข่าวจากผู้จัดการออนไลน์

ข้อมูลข่าวและที่มา

ผู้สื่อข่าว : วีระเดช คชเสนีย์

ผู้เรียบเรียง : วีระเดช คชเสนีย์

แหล่งที่มา : สำนักข่าว

คอมเม้นต์

คอมเม้นต์