รมช.เกษตรฯ ลงพื้นที่บุรีรัมย์รับฟังปัญหาความต้องการของเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ นาแปลงใหญ่

รมช.เกษตรฯ ลงพื้นที่บุรีรัมย์รับฟังปัญหาความต้องการของเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ นาแปลงใหญ่

แบ่งปัน

รมช.เกษตรฯ ลงพื้นที่บุรีรัมย์รับฟังปัญหาความต้องการของเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ นาแปลงใหญ่

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมคณะฯ ลงพื้นที่ จ.บุรีรัมย์ เพื่อตรวจเยี่ยมและติดตามความคืบหน้าการดำเนินงานโครงการทำนาแปลงใหญ่ พร้อมรับฟังปัญหา ความต้องการจากเกษตรกรที่ร่วมโครงการ เพื่อเตรียมพร้อมก่อนฤดูกาลเพาะปลูก เผยปีนี้เกษตรกรสนใจร่วมโครงการเกินเป้า

(30 มี.ค.60) น.ส.ชุติมา บุณยประภัศร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วยนางจินตนา ชัยยวรรณาการ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ,นายอนันต์ สุวรรณรัตน์ อธิบดีกรมการข้าว และเจ้าหน้าที่สังกัดกระทรวงเกษตรฯ ลงพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์

เพื่อตรวจเยี่ยมและติดตามความคืบหน้าการดำเนินงานโครงการ “ทำนาแปลงใหญ่ ปี 2560” ของกลุ่มเกษตรกรที่เข้าสมัครร่วมโครงการ พร้อมรับฟังปัญหาจากเกษตรกรว่ามีอะไรติดขัด หรือต้องการปรับปรุงแก้ไข รวมทั้งสำรวจความต้องการของเกษตรกร ที่เข้าร่วมโครงการนาแปลงใหญ่ เพื่อให้ได้รับประโยชน์สูงสุดตามนโยบายของรัฐบาล

โดยผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงเกษตรฯ พร้อมเจ้าหน้าที่ ได้เดินทางไปพบปะกับกลุ่มเกษตรกร ที่เข้าร่วมโครงการทำนาแปลงใหญ่ พร้อมทั้งรับฟังปัญหาความต้องการของเกษตรกร ที่กลุ่มส่งเสริมการปลูกข้าวหอมมะลิ ต.ปราสาท อ.บ้านด่าน จ.บุรีรัมย์ , กลุ่มผลิตข้าวดินภูเขาไฟ ต.ห้วยราช อ.ห้วยราช , กลุ่มวิสาหกิจชุมชนข้าวหอมมะลิอินทรีย์บ้านตะครอง ต.หนองเต็ง อ.กระสัง และกลุ่มวิสาหกิจชุมชนข้าวอินทรีย์ ต.สะแกโพรง อ.เมือง จ.บุรีรัมย์

สำหรับจังหวัดบุรีรัมย์ได้ส่งเสริมโครงการทำนาแปลงใหญ่ ปี 2560 จำนวน 108 แปลง พันธุ์ข้าวหอมมะลิ 105 ซึ่งหลักเกณฑ์การเข้าร่วมโครงการทำนาแปลงใหญ่ เกษตรกรต้องรวมกันได้ 30 ครัวเรือน มีพื้นที่การทำนารวมกันไม่น้อยกว่า 300 ไร่ สมาชิกต้องขึ้นทะเบียนเกษตรกร และต้องมีเอกสารสิทธิ์ของตัวเอง ทั้งอยู่ในเขตพื้นที่เหมาะสมกับการปลูกข้าว และควรคัดเลือกพื้นที่มีแหล่งน้ำ ชลประทาน

อีกทั้งการดำเนินงานต้องต้องบรรลุเป้าหมาย 5 ด้าน คือ ต้องลดต้นทุนการลิตลงอย่างน้อย 20 % ต้องเพิ่มผลผลิตต่อไร่ให้ได้อย่างน้อย 20 % ผลผลิตที่ออกมาต้องได้มาตรฐาน GAP หรืออินทรีย์ ต้องมีการเชื่อมโยงการตลาด และต้องต้องมีการบริหารจัดการกลุ่ม

น.ส.ชุติมา บุณยประภัศร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า ซึ่งการลงพื้นที่ครั้งนี้เพื่อติดตามความพร้อมของเกษตรที่เข้าร่วมโครงการนาแปลงใหญ่ ซึ่งหากเกษตรสามารถรวมกลุ่มการทำนาแปลงใหญ่ได้ ก็จะสามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการการผลิตข้าวของชุมชนแบบครบวงจรตั้งแต่การผลิต การจัดการคุณภาพ และจัดการด้านการตลาด

เพื่อให้ชุมชนมีความเข้มแข็งพึ่งพาตนเองได้ จะทำให้วิถีชีวิตดีขึ้น มีรายได้เพิ่มขึ้น จากการผลิตข้าวที่มีคุณภาพตรงตามความต้องการของตลาด ทำให้ข้าวราคาสูงขึ้นตามไปด้วย ซึ่งปีนี้พบว่าเกษตรกรใน จ.บุรีรัมย์ และสุรินทร์ สนใจเข้าร่วมโครงการนาแปลงใหญ่เกินความคาดหมาย

สุรชัย พิรักษา / สวท.บุรีรัมย์

คอมเม้นต์

คอมเม้นต์