รู้หรือไม่!!! สตึก ชื่อนี้มีความหมาย

รู้หรือไม่!!! สตึก ชื่อนี้มีความหมาย

แบ่งปัน

รู้หรือไม่!!! สตึก ชื่อนี้มีความหมาย

สตึก เป็นอำเภอหนึ่งของจังหวัดบุรีรัมย์

พระพุทธรูปสูงใหญ่ หาดทรายชวนฝัน แข่งขันเรือยาว เจ้าพ่อศักดิ์สิทธิ์ พาณิชย์สนามบิน

อำเภอสตึกแต่ก่อนมีสภาพเป็นป่าดงดิบอุดมไปด้วยน้ำ มีประชากรส่วนหนึ่งมาตั้งรกรากพูดภาษาเขมร และเรียกป่าดงดิบนี้ว่า หมู่บ้านน้ำ แต่เดิมอำเภอสตึกเป็นเพียงตำบลหนึ่งของจังหวัดบุรีรัมย์ เมื่อมีราษฎรอพยพมาจากที่อื่นมาตั้งรกรากมากขึ้น ทางราชการจึงยกฐานะประกาศ ตั้งเป็นกิ่งอำเภอ เมื่อ พ.ศ. 2490 เดิมสภาพที่ว่าการอำเภอเป็นเรือนไม้สองชั้น ต่อมาเมื่อปี พ.ศ. 2519 ตัวอาคารถูกเพลิงไหม้และได้รับการก่อสร้างขึ้นใหม่เป็นอาคารตึกสองชั้นจนถึงปัจจุบัน
อำเภอสตึก ชื่อ สตึก มาจากภาษาเขมรแปลว่า น้ำ (สเราะ + ตึก / เมือง + น้ำ) หมายถึง เมืองที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยน้ำ สมดับมีม้ำมูลกับลำน้ำชีไหลผ่าน

อำเภอสตึกแบ่งการปกครองออกเป็น 12 ตำบล 179 หมู่บ้าน แยกเป็นองค์การบริหารส่วนตำบล 12 แห่ง เทศบาลตำบล 1 แห่ง นายกเทศมนตรีมาจากการเลือกตั้ง มีประชากรทั้งสิ้น 98,816 คน (ข้อมูลวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2552) กลุ่มชนพื้นบ้านของอำเภอสตึกมีทั้งไทยส่วย ไทยเขมร และไทยอิสาณ ประชากรในอำเภอสตึกร้อยละ 80 ประกอบอาชีพเกษตรกรรม ได้แก่ ทำนา ทำสวน ทำไร พืชเศรษฐกิจที่สำคัญของอำเภอสตึก ได้แก่ ข้าว อ้อย มันสำปะหลัง ปอ งา และยางพารา ด้านการประมงน้ำจืด ชาวบ้านที่พักพิงริมน้ำมูลจะทำการประมงทั้งการจับปลาในแหล่งน้ำและการเลี้ยงปลาในกระชังจากนั้นก็นำผลผลิตที่ได้ส่งขายตามตลาดที่ต้องการ อาชีพที่เสริมรายได้ให้กับชุมชนอีกทางหนึ่งก็คือ สินค้าหัตถกรรม ในเขตเทศบาลตำบลสตึกเป็นชุมชนที่หนาแน่นจึงมีร้านค้าจำหน่ายสินค้าต่างๆมีตลาดสดขนาดใหญ่ โดยมีราษฎรจากอำเภอใหล้เคียงมาเลือกซื้อสินค้า ผลิตผลทางการเกษตรและการประมงตลอดทั้งวันทั้งคืน พอตกบ่ายใกล้เวลาเย็นพ่อค้าแม่ขายต่างทยอยนำสินค้าของตนเอง ทั้งอาหารการกิน สินค้าเบ็ดเตล็ดมาวางขายที่ตลาดไนท์บาร์ซ่า บริเวณคิวรถอำเภอสตึกจากการเติบโตของธุรกิจจึงมีธนาคารพาณิชย์ถึง 6 แห่ง โรงสีไฟขนาดใหญ่ ศูนย์กลางรับซื้อ – ขายข้าวเปลือกและผลิตข้าวสารที่ขึ้นชื่อ นั่นคือ ข้าวหอมมะลิ

ใจความตอนหนึ่งจากหนังสือ ทางอีศาน (บทความเผยเเพร่โดย Buriam Lifestyle) ระบุความหมายของคำว่า สตึก ว่า

สตึก – สตึง – ตะเซา

เว็บไซต์องค์การบริหารส่วนตำบลสวาย[๑] อำเภอเมืองสุรินทร์ อธิบาย ” ตึกจุม ” คือน้ำไหลมารวมกันบริเวณนั้นแล้วมีคนอาศัยอยู่มากขึ้นจึงตั้งเป็นบ้านตึกจุม และไกลไปอีกคนละทิศ บ้านตึกชุม หมู่ 4 ต.ชุมพลบุรี อ.ชุมพลบุรี จ.สุรินทร์ ก็อธิบายได้ทำนองเดียวกัน

ปัญหาคือ “สตึก” ตำบลสตึก อำเภอสตึกจังหวัดบุรีรัมย์ หมายถึงอะไร ?

มีคุ้มบ้านประมงอยู่ติดแม่น้ำมูล เป็นชุมชนเก่าใกล้ตัวเมืองสตึก ลือชื่อทางหาปลาด้วยภูมิปัญญาด้วยเครื่องมือประดิษฐ์สารพัด ปัจจุบันคนอาศัยอยู่เป็นกลุ่มพูดภาษาลาว, ไทโคราช, เขมรและกวย ตามลำดับ ในอดีตเคยเป็นท่าเรือสำคัญแห่งหนึ่ง

คนท้องถิ่นส่วนใหญ่ยอมรับ ” สตึก ” เป็นคำเขมร บ้างสันนิษฐานว่ามาจาก ” สดบ ” กับ ” ตึก ” หมายถึงป่ารกใกล้น้ำ แต่จะไม่สรุปง่ายแบบนี้ ขอนำศัพท์มาพิจารณาประกอบดังนี้

สรฺตึง หมายถึง แม่น้ำ

สตึง หมายถึง ลำน้ำ

ตึ๊ก แปลว่า น้ำ

เคยสันนิษฐานว่าสรุกสตึง หรือสรุกตึ๊ก หมายถึง บ้านติดแม่น้ำ, ลำน้ำเมื่อเนิ่นนานไปคนเรียกรัวและกร่อนเสียง ในที่สุดจึงเรียกเป็น สตึก

โดยเทียบเคียงกับบ้านภูมิสตึง ต.โชคเหนือ อ.ลำดวน, บ้านภูมิสตึง ต.ตาเบา อ.ปราสาท และบ้านสตึง ต.ดม อ.สังขะ ซึ่งชุมชนภูมิบ้านตั้งติดลำน้ำ

ขอโยงไปฉะเชิงเทราสักเล็กน้อย เว็บไซต์จังหวัด ระบุปรากฏชื่อนี้ในฐานะหัวเมืองชั้นใน(ชั้นจัตวา) สมัยสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ(พ.ศ.1991 – 2031) ชาวเมืองสมัยโบราณอาจเรียกแม่น้ำบางปะกงว่า คลองลึกหรือคลองใหญ่แต่อิทธิพลเขมรจึงเรียกเป็น สตึงเตรง หรือ ฉทรึงเทรา แปลว่า คลองลึก เรียกไปนาน ๆ เพี้ยนกลายเป็น ฉะเชิงเทรา แต่ก็มีความเห็นอื่นว่าน่าจะเพี้ยนจาก แสงเชรา หรือ แซงเซา หรือ แสงเซา ชื่อเมืองที่ถูกตีได้โดยสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 1 (พ.ศ.1915) ในพระราชพงศาวดารกรุงเก่า ฉบับหลวงประเสริฐ

ดูศัพท์ ฉทรึงเทรา เทียบกับคำนี้ดูสิ สรตึงโจร็ว, สตึงโจร็ว ซึ่งควรแปลว่า แม่น้ำลึก, ลำน้ำลึก เพราะภาษาเขมรแถบชายแดนบ้านคลองลึก ต.ท่าข้าม อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ฝั่งตรงข้ามคือกัมพูชาบ้านปอยเปต อ.โอโจรว จ.บันเตียเมียนเจ็ย ก็ตั้งชื่อมาจากคลองสายเดียวกัน

โอร์โจร็ว นี่แหละแปลเจาะจงว่าคลองลึก หรือห้วยลึก

สตึก ต้องมาเทียบพิจารณาความเห็นของพระธรรมโมลี (ทองอยู่ ญาณวิสุทฺโธ) เจ้าคณะจังหวัดสุรินทร์ ในวารสารสุรินทร์สโมสรฉบับเดือนตุลาคม-ธันวาคม พ.ศ.2550 สาระสำคัญมีดังนี้

สตึก เขมรไม่ออกเสียง ตึ๊ก แต่ออกเสียงสเต๊อะก์ (มีเสียงกอต่อท้ายด้วย แต่เป็นเสียงเลือน ๆ เบา ๆ) สเต๊อะก์ มาจากคำบาลีสันสกฤตว่า อิษฏิก หรือเอิ๊ดสเต๊อะก์ ในภาษาเขมร ภายหลังเอิ๊ด หรือตัว เอ๊าะ กร่อนไป…เมื่อกร่อนเป็นคำเขมรหรือคำไทย นิยม Single Word คือทำให้คำกระชับสั้น คนเขมรจะเรียกอะไรก็ตามที่ฉาบหรือโบกด้วยดินเหนียวว่า สเต๊อะก์ เช่น บ้านเรือน ร้านค้า ยุ้งฉาง หรือพวกเครื่องโถโอชามต่าง ๆ สมัยก่อนเวลาจะปลูกบ้านปลูกเรือน ก็จะเอาดินเหนียวมาเหยียบกับขี้ควายแล้วเอาไปโบก บ้านแถวนั้น(ที่สตึก) อาจจะใช้ดินเหนียวทำ เอิ๊ด แปลว่า ดินเหนียว สเอิ๊ด แปลว่า เหนียว ดินเหนียวเรียก แฎ็ยสเอิ๊ด…ดังนั้น สตึก คำดั้งเดิมไม่แปลว่าน้ำชาวสุรินทร์สมัยก่อนพูดว่า โตวณา (ไปไหน) โตวซเร๊าะสเต๊อะ หรือ โตวซเร๊าะเอิ๊ดสเต๊อะ (ไปบ้านสตึก) ชาวบ้านคนเฒ่าคนแก่ก็ยังเรียกชื่อเดิมอยู่

เห็นเค้ารอยตามพระคุณเจ้าชี้แนะ จากนี้ลองฟังชาวบ้านตะเซา ต.สลักได อ.เมืองสุรินทร์ เล่าเรื่องหมู่บ้านตัวเองบ้าง

นางแจ้ง ขอสุข (สัมภาษณ์ตอนวัย 70 ปีเศษเมื่อ พ.ศ.2550) เกิดที่นี่ วัยเด็กฟังคนเฒ่าเล่าถึงสมัยยังเด็ก (รวมแล้วคงย้อนไปราว 150 ปีเป็นอย่างน้อย) มีการรบการปล้นบ่อย ๆ ก่อนจะบุกมาถึง ชาวบ้านจะขนเต๊อะโซร็ว ภาชนะใส่ข้าวเปลือก นำทิ้งลงหนองน้ำเพื่อตัดเสบียงข้าศึกพร้อมชี้ให้ดูเต๊อะโซร็วยังอยู่ข้างบ้าน

เต๊อะโซร็ว สานด้วยไม้ไผ่เป็นทรงสุ่มไก่ขนาดใหญ่ ด้านบนเปิดโล่ง สูง 1.5 – 2 เมตร เส้นผ่าศูนย์กลางเท่าความสูง ด้านนอกพอกด้วยดินผสมมูลควายฟางและแกลบ อาการพอกหรือฉาบนี่เองเรียกหลวงพ่อท่านบอกเรียกว่า สเต๊อะก์

สเต๊อะกฺโซร็ว แต่คนหน่วยงานรัฐฟังไม่ทันและออกเสียงลำบากจึงเขียนอย่างเพี้ยนสุดกู่ เป็น ตะเซา

พิเคราะห์ตามแนวทางชี้แนะของพระคุณเจ้าแล้ว เมื่ออดีตหมู่บ้านสตึกคงมีตึกดิน, ยุ้งฉางเต๊อะก์โซร็วเยอะเป็นจุดเด่นมาก ๆ จึงถูกตั้งเป็นชื่อบ้าน ตำบล อำเภอ

ในวัยเด็กผู้เขียนยังทันเห็นบ้านดินหรือตึกดินรวมทั้งเต๊อะก์โซร็ว และถ้ายึดถือตามงานวิจัยสถาปัตยกรรมตึกดิน อายุตึกดินก็คงไม่เกินร้อยปีเศษ ซึ่งมีอยู่ทุกภาคในประเทศไทย คนจีนเป็นกลุ่มแรกที่นำภูมิปัญญาจากเมืองจีนมาสร้าง แม้จะพบมากในอีสานใต้ อีกทั้งยกตัวอย่างตึกดินในเมืองบุรีรัมย์ด้วย แต่งานวิจัยนี้ก็ไม่ระบุถึงบ้านดิน ตึกดิน ในอำเภอสตึก ซึ่งควรสืบค้นสอบถามชาวบ้านที่สตึกให้แน่ชัดต่อไป วาบคิดเกิดขึ้น อยากเสนอว่าเอิ๊ดสเต๊อะก์กร่อนเหลือสเต๊อะก์นี่อาจเป็นรากศัพท์ที่ถูกกร่อนเหลือแค่ ” ตึก ” (อาคารสูงอันหลากหลายในปัจจุบัน) ซึ่งเดิมคนเขมรถิ่นไทยเรียกอาคารก่ออิฐดินฉาบโคลนผสมขี้ควายแกลบฟาง นี่เองกระมัง !

(ข้อมูลจาก…หนังสือทางอีศาน)

ที่ตั้งและอาณาเขต

อำเภอสตึกตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของจังหวัด มีอาณาเขตติดต่อกับเขตการปกครองข้างเคียงดังต่อไปนี้

ทิศเหนือ ติดต่อกับอำเภอชุมพลบุรี (จังหวัดสุรินทร์)

ทิศตะวันออก ติดต่อกับอำเภอท่าตูม อำเภอจอมพระ และอำเภอเมืองสุรินทร์ (จังหวัดสุรินทร์)

ทิศใต้ ติดต่อกับอำเภอกระสัง อำเภอห้วยราช และอำเภอบ้านด่าน

ทิศตะวันตก ติดต่อกับอำเภอบ้านด่านและอำเภอแคนดง

การปกครองส่วนภูมิภาค

  • 1. สตึก (Satuek) 15 หมู่บ้าน
  • 2. นิคม (Nikhom) 24 หมู่บ้าน
  • 3. ทุ่งวัง (Thung Wang) 15 หมู่บ้าน
  • 4. เมืองแก (Mueang Kae) 19 หมู่บ้าน
  • 5. หนองใหญ่ (Nong Yai) 16 หมู่บ้าน
  • 6. ร่อนทอง (Ron Thong) 18 หมู่บ้าน ป
  • 7. ดอนมนต์ (Don Mon) 10 หมู่บ้าน
  • 8. ชุมแสง (Chum Saeng) 18 หมู่บ้าน
  • 9. ท่าม่วง (Tha Muang) 11 หมู่บ้าน
  • 10. สะแก (Sakae) 13 หมู่บ้าน
  • 11. สนามชัย (Sanam Chai) 12 หมู่บ้าน
  • 11. สนามชัย (Sanam Chai) 12 หมู่บ้าน

การปกครองส่วนท้องถิ่น
ท้องที่อำเภอสตึกประกอบด้วยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 13 แห่ง ได้แก่

  • เทศบาลตำบลสตึก ครอบคลุมพื้นที่บางส่วนของตำบลสตึกและบางส่วนของตำบลนิคม
  • เทศบาลตำบลศรีสตึก ครอบคลุมพื้นที่บางส่วนของตำบลสตึก (เฉพาะนอกเขตเทศบาลตำบลสตึก)
  • เทศบาลตำบลดอนมนต์ ครอบคลุมพื้นที่ตำบลดอนมนต์ทั้งตำบล
  • เทศบาลตำบลสะแก ครอบคลุมพื้นที่ตำบลสะแกทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลนิคม ครอบคลุมพื้นที่ตำบลนิคม (เฉพาะนอกเขตเทศบาลตำบลสตึก)
  • องค์การบริหารส่วนตำบลทุ่งวัง ครอบคลุมพื้นที่ตำบลทุ่งวังทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลเมืองแก ครอบคลุมพื้นที่ตำบลเมืองแกทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลหนองใหญ่ ครอบคลุมพื้นที่ตำบลหนองใหญ่ทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลร่อนทอง ครอบคลุมพื้นที่ตำบลร่อนทองทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลชุมแสง ครอบคลุมพื้นที่ตำบลชุมแสงทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลท่าม่วง ครอบคลุมพื้นที่ตำบลท่าม่วงทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลสนามชัย ครอบคลุมพื้นที่ตำบลสนามชัยทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลกระสัง ครอบคลุมพื้นที่ตำบลกระสังทั้งตำบล

การเดินทาง


เครื่องบิน

มีเครื่องบินไปยังจังหวัดบุรีรัมย์ มาลงที่ท่าอากาศยานบุรีรัมย์ (อำเภอสตึก) ซึ่งเป็นท่าอากาศยานในสังกัดกรมการขนส่งทางอากาศ กระทรวงคมนาคม[1]

สายการบิน

สายการบินในประเทศ

นกแอร์

แอร์เอเชีย

รถโดยสารปรับอากาศ บ.ข.ส.

  • บริษัทขนส่ง จำกัด สาย 944 กรุงเทพฯ – สตึก ,กรุงเทพฯ – รัตนบุรี
  • บริษัทรุ่งประเสริฐทัวร์ จำกัด สาย 944 กรุงเทพฯ – สตึก – รัตนบุรี – บึงบูรณ์ – อุบลราชธานี
  • บริษัทประหยัดทัวร์ จำกัด สาย 944 กรุงเทพฯ -ชุมพวง – สตึก – รัตนบุรี เร็วๆนี้
  • บริษัทวัฒนาสาครทัวร์ จำกัด สาย 944 กรุงเทพฯ – สตึก – รัตนบุรี – อุบลราชธานี
  • บริษัท รถรุ่งเรือง จำกัด (รถเหลือง) สาย สตึก – พัทยา – ระยอง

รถโดยสารปรับอากาศประจำทาง

  • บริษัทชุมพลบุรีขนส่ง จำกัด สาย 520 สตึก – ทาตูม- สุรินทร์
  • บริษัทวาปีชัยเดินรถ จำกัด สาย 281 สุรินทร์ – บุรีรัมย์ – มหาสารคาม – ขอนแก่น
  • บริษัทร้อยเอ็ดเฉลิมชัย สาย บุรีรัมย์ – ร้อยเอ็ด
  • รถตู้โดยสารปรับอากาศประจำทาง[แก้]
  • สาย สตึก – บุรีรัมย์
  • สาย สตึก – สุรินทร์

เทศกาลนำพาเศรษฐกิจ

งานแข่งเรือประจำปี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เห่เรือน้อมถวายอาลัย อำเภอสตึก

เปิดสถิตสนามบินบุรีรัมย์กว่า 1.6 แสนคน

ภาพและข้อมูลบางส่วนจาก วิกิพีเดีย Burirmam Lifestlye เมืองสตึก สตึกวันนี้ / Satuk today / อำเภอสตึก จังหวัดบุรีรัมย์

คอมเม้นต์

คอมเม้นต์