ลิเกกันตรึม..ศิลปะการแสดงพื้นบ้านจังหวัดบุรีรัมย์

ลิเกกันตรึม..ศิลปะการแสดงพื้นบ้านจังหวัดบุรีรัมย์

แบ่งปัน

ลิเก เกิดขึ้นในสมัยกรุงศรีอยุธยา หรือต้นกรุงรัตนโกสินทร์ คำว่า ลิเก เพี้ยนมาจากคำว่า ซิเกร์ ในภาษาเปอร์เซีย ที่ยืมมาจากคำว่า ซิกรุ (Zakhur) ในภาษาอาหรับ อันหมายถึงการอ่านบทสรรเสริญเป็นการรำลึกถึงอัลลอหฺพระเจ้าในศาสนาอิสลาม พระครูศรีมหาโพธิคณารักษ์ก็ได้กล่าวถึงลิเกไว้ ว่า พวกมุสลิมนิกายชีอะห์ หรือเจ้าเซ็นจากเปอร์เซีย นำสวดลิเกที่เรียกว่า ดิเกร์ เข้า มาในสมัยรัชกาลพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย กรมพระยาดำรงราชานุภาพก็ทรง บันทึกว่า ยี่เกนั้น เพี้ยนมาจาก จิเก

ลิเกอีสานใต้

ลิเกอีสานใต้มีอยู่น้อยมาก เพราะไม่ใคร่ได้รับความนิยม อีกประการหนึ่งผู้เล่น เล่นยาก ไม่มีใครถนัด ลิเกอีสานใต้จะใช้บทร้อง และบทเจรจาด้วยภาษาเขมรสูง ปัจจุบันไม่ค่อยมีผู้สืบทอด ทำให้การเล่นแบบนี้มีวันแต่จะสูญไปตามกาลเวลาและตาม ความเจริญสมัยใหม่

ประวัติความเป็นมา

แต่โบราณกาลชาวไทยและชาวกัมพูชามีความสัมพันธ์กันฉันพี่น้อง ไปมาหาสู่กัน เสมอ มีเรื่องเล่าว่า ได้มีคนไทยคนหนึ่งชื่อ “ตาเปาะ” ภรรยาชื่อ “ไอ” ตาเปาะได้ลง ไปท่องเที่ยวที่ประเทศกัมพูชา และได้ภรรยาเป็นชาวกัมพูชาอีกคนหนึ่ง ตาเปาะได้ องค์ยงอยู่กินกับหญิงนั้นหลายปี จนมีความเข้าใจขนบธรรมเนียมประเพณี และการ แสดงต่างๆ ของกัมพูชา ต่อมาตาเปาะได้เดินทางกลับประเทศไทย มาอยู่กินกับ ภรรยาเดิม และได้รวมสมัครพรรคพวกที่ชอบการร้องรำทำเพลง ประมาณ ๑๒-๑๕ คน รวมตั้งเป็นคณะลิเกขึ้น และได้ไปแสดงในงานต่างๆ ในแถบจังหวัดสุรินทร์ บุรีรัมย์ เมื่อการแสดงลิเกแบบนี้ได้รับความนิยมมากขึ้น ลูกน้องของตาเปาะก็ได้แยกไปตั้งคณะ ลิเกขึ้นใหม่ในจังหวัดบุรีรัมย์แถบอำเภอสตึกและอำเภอเมืองบุรีรัมย์

ลิเกอีสานใต้ สมัยต่อๆ มา ไม่ค่อยได้รับความนิยมนัก ต่อมาเมื่อ พ.ศ. ๒๕๐๓ ได้มี นายเปรม รัตนดี อายุประมาณ ๗๐ ปี ได้ตั้งคณะลิเกขึ้นที่บ้านดงเค็ง ตำบลเมือง ลิง อำเภอจอมพระ จังหวัดสุรินทร์ โดยเอาลิเกของเก่ามาดัดแปลงใหม่ และกลับได้รับ ความนิยมอย่างมาก ลิเกคณะนี้มีชื่อว่า “คณะเปรมปรีดิ์สามัคคีศิลป์” ค่าว่าจ้างใน ปัจจุบันตกคืนละประมาณ ๒,๐๐๐-๓,๐๐๐ บาท ปัจจุบันมีอยู่คณะเดียวเท่านั้นและมี ผู้ว่าจ้างไปเล่นน้อยเต็มที

ลิเกจังหวัดบุรีรัมย์ อดีตและปัจจุบัน

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ลิเก คือศิลปะแขนงหนึ่งที่ได้รับความนิยมของชาวบุรีรัมย์ ตั้งแต่อดีตจวบจนปัจจุบัน มีหลายคณะ ที่ยังคงทำการแสดงและมีชื่อเสียง เช่น คณะเทพโพธิ์ทอง คณะโด่ง ดอกกระดัง คณะกระยง ดาวอีสานใต้ คณะชาตรี รุ่งเรืองศิลป์ คณะลืม บอกแล้ว และ คณะกล้วยหอม บรรจงศิลป์

ในยุคสมัยที่เปลี่ยนไป ลิเกเกิดความเปลี่ยนแปลงผสมผสาน เช่นมีดนตรีเข้ามาประกอบ มีการร้องเพลงให้เกิดความสนุนสนานมากขึ้น และลิเกผสมกันตรึม เป็นอีกการแสดงผสมผสานที่กำลังได้รับความนิยมอย่างมากในจังหวัดบุรีรัมย์ และจังหวัดใกล้เคียง

ลิเกคณะโด่ง ดอกกระดัง นำทีมโดยดาวตลกเอกของจังหวัดบุรีรัมย์ โด่ง ดอกกระดัง

1402437_465615056878553_722969416_o

12065595_772507236189332_6437284530457054361_n

1511382_531576606949064_4195144834821841170_n

ลิเกคณะชาตรี รุ่งเรืองศิลป์ นำทีมโดยพระเอกรุ่นเก๋า ชาตรี รุ่งเรื่องศิลป์ และดาวตลกเอกของอีสานใต้ ลืม บอกแล้ว ฉ แอบเเฉบ

12107188_1607214316265264_6236487250085763903_n

15871941_1837971353108167_2887249717114305183_n

13165960_1778426249059207_4510062778376293011_n

13450865_1756698391210585_2421654908574372325_n15727248_1205272992902163_2484356606178062467_n

ลิเกคณะกล้วยหอม บรรจงศิลป์ ลิเกน้องใหม่ของจังหวัดบุรีรัมย์ นำทีมโดย“ครูแจ๊ค” ธนบดี ถนอมเมือง ศิลปินถิ่นประโคนชัย และพระเอก นางเอก คนรุ่นใหม่ที่รักในศิลปะแขนงนี้ และถือเป็นคณะที่ได้รับความนิยมสูงสุดในเวลานี้ !!

1934633_1147708881936482_3818512188829719545_n

12219372_1073600262680678_2201739347961313666_n

16178600_1500603199980380_6995635264372911290_o

15972544_1485229424851091_6246506846230778455_o

ขอบคุณข้อมูลโดย…http://www.laksanathai.com/index.aspx

เครดิตภาพ…แฟนเพจลิเก

คอมเม้นต์

คอมเม้นต์