ส่องลำมาศ หนองทะลอก รับงบ 15 ล้านแก้ภัยแล้ง ชาวบ้านได้อะไร

ส่องลำมาศ หนองทะลอก รับงบ 15 ล้านแก้ภัยแล้ง ชาวบ้านได้อะไร

แบ่งปัน

รองนายกรัฐมนตรี ติดตามโครงการผันน้ำจากลำน้ำมาศ เข้าอ่างหนองทะลอก อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ หลังได้รับการสนับสนุนงบประมาณจำนวน 15 ล้านบาท ให้ดำเนินการแก้ไขปัญหาภัยแล้ง ขาดน้ำอุปโภค บริโภคในระยะยาว

*****วันนี้ (11 ม.ค. 60) เวลา 13.30 น. พลเรือเอก ณรงค์ พิพัฒนาศัย รองนายกรัฐมนตรี และคณะ ได้เข้าตรวจเยี่ยมโครงการผันน้ำจากลำน้ำมาศ เข้าสู่อ่างเก็บน้ำหนองทะลอก ต.นางรอง อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ โดยมี นายอนุสรณ์ แก้วกังวาล ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ประชาชนในพื้นที่ให้การต้อนรับ

*****โดยรับฟังการบรรยายสรุปจากสภาพปัญหา ความจำเป็น และแนวทางการดำเนินงานโครงการผันน้ำลำปลายมาศ-อ่างเก็บน้ำหนองทะลอก ต.หนองโบสถ์-ต.นางรอง อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ จาก นายกิติกุล เสภาศรีราภรณ์ ผู้อำนวยการโครงการชลประทานจังหวัดบุรีรัมย์ บรรยายสรุปว่า อ่างเก็บน้ำหนองทะลอก กรมชลประทานสร้างเมื่อปี 2495 มีขนาดความจุ 34 ล้านลูกบาศก์เมตร

*คอมเม้นต์แก้ไขเพิ่มเติม

มีพื้นที่การเกษตรที่ได้รับประโยชน์กว่า 3,000 ไร่ เมื่อชุมชนเมืองนางรองเขตเศรษฐกิจเจริญเติบโต สภาพพื้นที่เปลี่ยนแปลงไป ทำให้ระยะหลังน้ำที่จะไหลเข้าภายในอ่างเก็บน้ำหนองทะลอกลดน้อยลงทุกปี ประกอบกับพื้นที่รับน้ำของอ่างหายไปส่งผลให้ภาคการเกษตรได้รับความเดือดร้อน ขณะเดียวกันการประปาส่วนภูมิภาคได้ใช้น้ำเพื่อผลิตประปา เกิดปัญหาการขาดแคลนน้ำบ่อยครั้ง จึงเกิดเป็นโครงการแก้ปัญหาขาดแคลนน้ำในระยะยาว

จังหวัดบุรีรัมย์จึงได้จัดทำโครงการขอรับการสนับสนุนงบประมาณรายการสำรองจ่ายกรณีฉุกเฉิน หรือจำเป็นในอำนาจของรองนายกรัฐมนตรี (พลอากาศเอก ประจิน จั่นตอง) และได้รับงบประมาณสนับสนุนเงินจำนวน 10 ล้านบาทเมื่อปีงบประมาณ 2559 และการประปาส่วนภูมิภาคสนับสนุนสมทบอีกจำนวน 5 ล้านบาท รวมเป็น 15 ล้านบาท ดำเนินโครงการผันน้ำจากลำน้ำมาศ ที่ไหลมาจากอ่างเก็บน้ำลำปลายมาศ ในพื้นที่ อ.เสิงสาง จ.นครราชสีมา ผ่าน อ.ปะคำ นางรอง ชำนิ ของ จ.บุรีรัมย์ ลงสู่แม่น้ำมูลที่อำเภอชุมพวง จ.บุรีรัมย์ ซึ่งในฤดูน้ำหลากไม่สามารถกักเก็บนำไปใช้ประโยชน์ได้ในช่วงฤดูแล้งเท่าที่ควร โดยการทำล่อลอดเนินดินระยะทาง 600 เมตร จากฝายปอแดง ต.หนองโบสถ์ และปรับปรุงทางน้ำเดิมให้ไหลสะดวกมากขึ้น จะสามารถเติมน้ำในอ่างเก็บน้ำหนองทะลอกปีละไม่น้อยกว่า 2 ล้านลูกบาศก์เมตร เกษตรกรก็จะสามารถปลูกพืชผักใช้น้ำได้เหมือนเดิม รวมถึงเป็นแหล่งสำรองน้ำดิบในการผลิตน้ำประปารองรับการเจริญเติบโตของเมืองนางรองได้อีก 10 ปีข้างหน้า

สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดบุรีรัมย์

คอมเม้นต์

คอมเม้นต์