เกาะติดสถานการณ์ช่องสายตะกู!!! ชาวกัมพูชาเริ่มกลับมาซื้อของบุรีรัมย์หลัง2ฝ่ายเจรจา

เกาะติดสถานการณ์ช่องสายตะกู!!! ชาวกัมพูชาเริ่มกลับมาซื้อของบุรีรัมย์หลัง2ฝ่ายเจรจา

แบ่งปัน

ชาวกัมพูชาเริ่มกลับมาซื้อของ“ช่องสายตะกู”บุรีรัมย์หลังสองฝ่ายส่งตัวแทนเจรจาแต่ไทยยังยึดตามข้อตกลงอนุญาตเฉพาะคนในพื้นที่

สายตะกู บุรีรัมย์
สายตะกู บุรีรัมย์

คืบหน้าด่าน “ช่องสายตะกู” อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ เริ่มผ่อนคลายหลังชาวกัมพูชาเริ่มกลับมาซื้อสินค้าฝั่งไทย หลังสองฝ่ายส่งตัวแทนเจรจา แต่ไทยยังยึดตามข้อตกลงอนุญาตเฉพาะคนในพื้นที่ อ.บ้านกรวดเข้า จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลงจากกระทรวงมหาดไทย ขณะแม่ค้า และ นทท.เรียกร้องให้เปิดเสรี

(20 เม.ย.60) ความคืบหน้ากรณีที่ประชาชน และพ่อค้าแม่ค้าฝั่งกัมพูชา ไม่ข้ามมาซื้อสินค้าที่ตลาดการค้าชายแดนช่องสายตะกู ต.จันทบเพชร อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ฝั่งไทย เนื่องจากไม่พอใจที่เจ้าหน้าที่ฝั่งไทยไม่อนุญาตให้ประชาชน และนักท่องเที่ยวจากนอกพื้นที่อำเภอบ้านกรวด ผ่านแดนเข้าไปซื้อสินค้า และเข้าชมบ่อนคาสิโน ของฝั่งช่องจุ๊บโกกี ต.อัมปึล อ.บันเตียอัมปึล จ.อุดรมีชัย ประเทศกัมพูชา ตั้งแต่วันที่ 7 เมษายน 2560 ที่ผ่านมา

ที่มีการเปิดบ่อนคาสิโนอย่างเป็นทางการวันแรก จนเกิดผลกระทบกับพ่อค้าแม่ค้าของทั้งสองฝั่ง ไม่สามารถซื้อขายของได้ตามปกติทำให้พืชผัก ผลไม้ และอาหารสดเน่าเสียจำนวนมาก ล่าสุดหลังจากตัวแทนระดับพื้นที่ของ อำเภอบันเตียอัมปึล ประเทศกัมพูชา กับอำเภอบ้านกรวด ฝั่งประเทศไทย ได้มีการตั้งโต๊ะพูดคุยเจรจาหาทางออกเกี่ยวกับปัญหาที่เกิดขึ้นร่วมกัน

โดยการเจรจาทางฝ่ายกัมพูชา เสนอให้ฝั่งไทยไม่ต้องจำกัดคนเข้า-ออกเฉพาะที่มีภูมิลำเนาใน อ.บ้านกรวด แต่ฝั่งไทยไม่สามารถปฏิบัติตามข้อเสนอได้ เนื่องจากขัดต่อข้อตกลงเมื่อครั้งมีการประชุมร่วมก่อนการเปิดจุดผ่านแดนเมื่อปี 2554 สำหรับการขอขยายเวลาการเปิดจุดผ่านแดนจากเดิม 08.00-15.00 น.เป็น 08.00- 17.00 น. ฝ่ายไทยก็ไม่สามารถปฏิบัติตามได้เนื่องจากผิดต่อระเบียบ ครม.

ส่วนกรณีที่ให้มีการใช้หนังสือผ่านแดนชั่วคราว (Border Pass) ผลการหารือ ฝ่ายไทยได้ดำเนินการส่งเรื่องถึงกระทรวงมหาดไทยเรียบร้อยแล้ว ขณะนี้รอการตอบรับจากกระทรวงมหาดไทย เนื่องจากระดับพื้นที่ไม่สามารถตัดสินใจได้ เพียงปฏิบัติตามหน้าที่เท่านั้น

จากการเจรจาทำให้ฝั่งกัมพูชาเกิดความเข้าใจ ล่าสุดพ่อค้าแม่ค้าและประชาชนฝั่งกัมพูชาก็เริ่มกลับมาซื้อสินค้า และอาหารจากตลาดฝั่งไทยแล้ว แต่ฝั่งไทยยังคงยึดตามข้อตกลงจำกัดเฉพาะคนในพื้นที่เข้า ทำให้ประชาชน นักท่องเที่ยว และเซียนพนันจากต่างพื้นที่ต้องเดินทางกลับด้วยความผิดหวัง

ด้านนางสุพิน ดีล้อม อายุ 53 ปี แม่ค้าขายผักตลาดช่องสายตะกู บอกว่า จากภาวะที่เกิดขึ้นทำให้ต้องขาดทุน เพราะผักที่สั่งมาไว้ขายกว่า 30,000 บาทเน่าเสียหายแล้วกว่า 60 เปอร์เซ็นต์ ที่เหลือก็ต้องขายในราคาถูกลง

ส่วนสาเหตุน่าจะเกิดจากที่ฝั่งไทยจำกัดให้เฉพาะคนในพื้นที่เข้า ทำให้กัมพูชาไม่พอใจ แต่หลังจากมีการเจรจากัน ขณะนี้ก็เริ่มมีแม่ค้าและประชาชนจากฝั่งกัมพูชาเข้ามาซื้อสินค้าฝั่งไทยบ้างแล้ว แต่ก็ยังไม่เป็นปกติเหมือนเดิม จึงอยากให้ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งหาแนวทางแก้ไข

ขณะที่นางอัจฉรา เฉลียงศิลป์ นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาจาก จ.สุรินทร์ กล่าวว่า ตั้งใจจะเดินทางมาซื้อสินค้า และเข้าไปชมบ่อนคาสิโน แต่พอมาถึงเจ้าหน้าที่แจ้งว่าเข้าไม่ได้เพราะไม่ใช่คนในพื้นที่ อ.บ้านกรวด ทำให้เสียความรู้สึกเพราะตั้งใจมา

จึงอยากฝากถึงหน่วยงานที่ดูแลรับผิดชอบ ได้เร่งแก้ไขปัญหาเพื่อให้ประชาชนทั่วไปสามารถข้ามได้ตามปกติเหมือนด่านผ่านแดนทั่วไป เชื่อว่าจะส่งผลดีกับเศรษฐกิจทั้งสองฝั่ง

สุรชัย พิรักษา / สวท.บุรีรัมย์
ภาพจาก เมเนเจอร์ออนไลน์

คอมเม้นต์

คอมเม้นต์