เมืองตะลุงประโคนชัย กับความยิ่งใหญ่แห่งม่านประเพณี

เมืองตะลุงประโคนชัย กับความยิ่งใหญ่แห่งม่านประเพณี

แบ่งปัน

ประโคนชัย เป็นอำเภอหนึ่งของจังหวัดบุรีรัมย์

ชื่อเดิม

เดิมคือเมืองตะลุง (อยู่ที่บ้านตะลุงเก่า ตำบลโคกม้า ปัจจุบันย้ายมาอยู่ตำบลประโคนไชย) คำว่า “ตะลุง” หมายถึง เสาใหญ่ หรือ เสาหิน สำหรับผูกช้าง (ซึ่งเชื่อกันว่า ร.1 ทรงผูกช้าง ณ บริเวณที่อำเภอประโคนชัย) เมื่อ ร.ศ.116 เมืองตะลุงได้ตั้งเป็นอำเภอชื่อ อำเภอประโคนไชย[1] ในปี 2460 เปลี่ยนเป็น อำเภอตะลุง ต่อมาได้เปลี่ยนเป็น อำเภอประโคนชัย ในปี 2482

“ต้นกำเนิดประโคนชัย”

หมู่บ้านเขมรป่าเล็กๆ แห่งอาณาจักรโคตรบูรอาณาจักรที่มีอาณาเขตครอบคลุมภาคอีสานของไทยในปัจจุบันทั้งหมด มีนครพนมเป็นศูนย์กลางของอาณาจักรตอนบน และเมืองโคราฆะบุรี เป็นศูนย์กลางของอาณาจักรตอนล่าง ซึ่งหมู่บ้านเขมรป่าแห่งนี้อยู่ในการปกครองของเมืองโคราฆะบุรี จวบจนกระทั้งปีพุทธศักราช 1350 ขอมได้เข้าตีเอาอาณาจักรโคตรบูรตอนใต้จากละว้าได้สำเร็จ(อาณาจักรโคตรบูร เป็นอาณาจักรย่อย ของอาณาจักรละว้า) และได้รวบรวมอาณาจักรโคตรบูรตอนใต้เข้ากับขอม(อาณาจักรกัมพุชปุระ) ขอมได้แบ่งแยกการปกครองของอาณาจักรโคตรบูรตอนใต้ ออกเป็น 5 แคว้น คือ

1.แคว้นพนมวัน(เมืองโคราฆะบุรี)

2. แคว้นพิมาย

3.แคว้นอันโรง/พนมโรง(เมืองนางรอง)

4. แคว้นบรรเทียสะร็อง(บริเวณ จ.สุรินทร์)

*5. แคว้นตะลุง(ประโคนชัย) จึงถือได้ว่าเมืองตะลุง(ประโคนชัย) ได้ถือกำเนิดขึ้นแล้ว ในปีพุทธศักราช 1350 เป็นต้นมา

ประวัติศาสตร์ของแคว้นตะลุงได้เงียบหายไปกับอาณาจักรกัมพุชปุระ พักใหญ่ๆ จนกระทั้งเริ่มมีหลักฐานทางประวัติศาสตร์อีกครั้ง ในตอนปลายสมัยกรุงศรีอยุธยาโดยปรากฏชื่อว่าเป็นเมืองขึ้นของเมืองนครราชสีมาและปรากฏชื่อต่อมาใน รัชสมัยสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช กรุงธนบุรี พ.ศ. 2319 สมเด็จพระเจ้าตากสินโปรดให้พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช เมื่อยังดำรงคำแหน่ง

เจ้าพระยาจักรีเป็นแม่ทัพไปปราบจับตัวพระยานางรองประหารชีวิตและสมทบเจ้าพระยาสุรสีห์ (สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาท) คุมกองทัพหัวเมืองฝ่ายเหนือยกไปตีเมือง จำปาศักดิ์ เมืองโขง และเมืองอัตปือ ได้ทั้ง 3 เมือง ประหารชีวิต เจ้าโอ เจ้าอิน อุปฮาด เมืองจำปาศักดิ์ แล้วเกลี้ยกล่อมเมืองต่างๆ ใกล้เคียงให้สวามิภักดิ์ ได้แก่ เขมรป่าดง ตะลุง ,สุรินทร์ ,สังขะ และเมืองขุขันธ์ รวบรวมผู้คนตั้งบ้านสร้างเมือง

จนกระทั้งปี พ.ศ.2435 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ได้โปรดเกล้าฯ จัดระบบการปกครองใหม่ เป็น กระทรวงฆณฑล โดยรวมเมืองนางรอง เมืองตะลุง(ประโคนชัย) เมืองรัตนบุรี เมืองพิมาย เมืองพุทไธสง เมืองแปะ(อ.เมืองบุรีรัมย์) เข้าเป็นเมืองเดียวกัน เรียกว่าบริเวณนางรอง ตั้งที่ทำการเมืองอยู่ที่เมืองแปะ(อ.เมืองบุรีรัมย์) ขึ้นตรงต่อฆณฑลนครราชสีมา

พ.ศ.2440 “เมืองตะลุง” ได้ตั้งเป็นอำเภอ เรียกว่า ” อ.ประโคนไชย ” ขึ้นตรงต่อ “มณฑลนครราชสีมา

พ.ศ. 2450 กระทรวงมหาดไทยปรับปรุงหัวเมืองในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ให้มณฑลนครราชสีมาประกอบด้วย 3 เมือง 17 อำเภอ คือเมืองนครราชสีมา 10 อำเภอ เมืองชัยภูมิ 3 อำเภอ และเมืองบุรีรัมย์ 4 อำเภอ คือ นางรอง,พุทไธสง,ประโคนไชย,รัตนบุรี

ต่อมาได้มีการตราพระราชบัญญัติระเบียบบริหารแห่งราชอาณาจักรสยาม พ.ศ. 2476 ขึ้น ยุบมณฑลนครราชสีมา จัดระเบียบบริหารราชการส่วนภูมิภาคออกเป็นจังหวัดและอำเภอ ได้ยกฐานะเมืองบุรีรัมย์ เป็นจังหวัดบุรีรัมย์ และอำเภอตะลุง จึงอยู่ในการปกครองของจังหวัดบุรีรัมย์ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา…

*** เกร็ดเสริม ร.ศ.116 ( พ.ศ.2440 ) “เมืองตะลุง” ได้ตั้งเป็นอำเภอ เรียกว่า ” อ.ประโคนไชย ” ขึ้นตรงต่อ “มณฑลนครราชสีมา”(ประกอบไปด้วย “เมืองแปะ”หรือ อ.เมืองบุรีรัมย์ปัจจุบัน ,”เมืองนางรอง”, “เมืองพุทไธสมัน “หรือ อ.พุทไธสง ในปัจจุบัน ,”เมืองพิมาย”ปัจจุบันย้ายไปขึ้นตรงกับ จ.นครราชสีมา ,”เมืองรัตนบุรี” ปัจจุบันย้ายไปขึ้นกับ จ.สุรินทร์ และ “เมืองตะลุง”ปัจจุบัน คือ อ.ประโคนชัย ) จากนั้นก็ได้เปลี่ยนชื่ออำเภอ เนื่องจากคนไม่นิยมเรียกกัน

โดยเปลี่ยนกลับมาเป็น “อ.ตะลุง” คืนเมื่อวันที่ 29 เมษายน พ.ศ.2460 ต่อมาในสมัย จอมพล ป.พิบูลสงคราม ได้มีการฟื้นฟูเปลี่ยนชื่ออำเภอ เพื่อเป็นการรักษาไว้ซึ่ง ประวัติศาสตร์แห่งท้องถิ่น จึงได้เปลี่ยน “อำเภอตะลุง” เป็น “อำเภอประโคนชัย” เมื่อวันที่ 17 เมษายน พ.ศ.2482 จนถึงปัจจุบัน

(เมืองตะลุง ร.ศ.116 ( พ.ศ.2440 ) 116ปี จาก เมืองตะลุง สู่ อ.ประโคนชัย )

ที่ตั้งและอาณาเขต

อำเภอประโคนชัยตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของจังหวัด มีอาณาเขตติดต่อกับเขตการปกครองข้างเคียงดังต่อไปนี้

ทิศเหนือ ติดต่อกับอำเภอเมืองบุรีรัมย์และอำเภอพลับพลาชัย

ทิศตะวันออก ติดต่อกับอำเภอปราสาทและอำเภอพนมดงรัก (จังหวัดสุรินทร์)

ทิศใต้ ติดต่อกับอำเภอบ้านกรวดและอำเภอละหานทราย

ทิศตะวันตก ติดต่อกับอำเภอเฉลิมพระเกียรติและอำเภอนางรอง

การแบ่งเขตการปกครอง

การปกครองส่วนภูมิภาค

อำเภอประโคนชัยแบ่งพื้นที่การปกครองออกเป็น 16 ตำบล 182 หมู่บ้าน

1. ตำบลประโคนชัย (Prakhon Chai) 14 หมู่บ้าน

2. ตำบลแสลงโทน (Salaeng Thon) 7 หมู่บ้าน

3. ตำบลบ้านไทร (Ban Sai) 12 หมู่บ้าน

4. ตำบลละเวี้ย (Lawia) 13 หมู่บ้าน

5. ตำบลจรเข้มาก (Chorakhe Mak) 18 หมู่บ้าน

6. ตำบลปังกู (Pang Ku) 14 หมู่บ้าน

7. ตำบลโคกย่าง (Khok Yang) 9 หมู่บ้าน

8. ตำบลโคกม้า (Khok Ma) 9 หมู่บ้าน

9. ตำบลไพศาล (Phaisan) 16 หมู่บ้าน

10. ตำบลตะโกตาพิ (Tako Taphi) 11 หมู่บ้าน

11. ตำบลเขาคอก (Khao Khok) 15 หมู่บ้าน

12. ตำบลหนองบอน (Nong Bon) 11 หมู่บ้าน

13. ตำบลโคกมะขาม (Khok Makham) 7 หมู่บ้าน

14. ตำบลโคกตูม (Khok Tum) 10 หมู่บ้าน

15. ตำบลประทัดบุ (Prathat Bu) 8 หมู่บ้าน

16. ตำบลสี่เหลี่ยม (Si Liam) 8 หมู่บ้าน

การปกครองส่วนท้องถิ่น

ท้องที่อำเภอประโคนชัยประกอบด้วยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 17 แห่ง ได้แก่

เทศบาลตำบลประโคนชัย ครอบคลุมพื้นที่บางส่วนของตำบลประโคนชัย

เทศบาลตำบลแสลงโทน ครอบคลุมพื้นที่ตำบลแสลงโทนทั้งตำบล

เทศบาลตำบลโคกม้า ครอบคลุมพื้นที่ตำบลโคกม้าทั้งตำบล

เทศบาลตำบลเขาคอก ครอบคลุมพื้นที่ตำบลเขาคอกทั้งตำบล

องค์การบริหารส่วนตำบลประโคนชัย ครอบคลุมพื้นที่ตำบลประโคนชัย (นอกเขตเทศบาลตำบลประโคนชัย)

องค์การบริหารส่วนตำบลบ้านไทร ครอบคลุมพื้นที่ตำบลบ้านไทรทั้งตำบล

องค์การบริหารส่วนตำบลละเวี้ย ครอบคลุมพื้นที่ตำบลละเวี้ยทั้งตำบล

องค์การบริหารส่วนตำบลจรเข้มาก ครอบคลุมพื้นที่ตำบลจรเข้มากทั้งตำบล

องค์การบริหารส่วนตำบลปังกู ครอบคลุมพื้นที่ตำบลปังกูทั้งตำบล

องค์การบริหารส่วนตำบลโคกย่าง ครอบคลุมพื้นที่ตำบลโคกย่างทั้งตำบล

องค์การบริหารส่วนตำบลไพศาล ครอบคลุมพื้นที่ตำบลไพศาลทั้งตำบล

องค์การบริหารส่วนตำบลตะโกตาพิ ครอบคลุมพื้นที่ตำบลตะโกตาพิทั้งตำบล

องค์การบริหารส่วนตำบลหนองบอน ครอบคลุมพื้นที่ตำบลหนองบอนทั้งตำบล

องค์การบริหารส่วนตำบลโคกมะขาม ครอบคลุมพื้นที่ตำบลโคกมะขามทั้งตำบล

องค์การบริหารส่วนตำบลโคกตูม ครอบคลุมพื้นที่ตำบลโคกตูมทั้งตำบล

องค์การบริหารส่วนตำบลประทัดบุ ครอบคลุมพื้นที่ตำบลประทัดบุทั้งตำบล

องค์การบริหารส่วนตำบลสี่เหลี่ยม ครอบคลุมพื้นที่ตำบลสี่เหลี่ยมทั้งตำบล

แหล่งท่องเที่ยว

ปราสาทบ้านบุ

ตั้งอยู่ในโรงเรียนบ้านบุวิทยาสรรค์ ตำบลจระเข้มาก การเดินทางใช้เส้นทางเดียวกับทางไป ปราสาทเมืองต่ำ โดยปราสาทบ้านบุจะอยู่ริมทางหลวงหมายเลข 2221 ห่างจากทางแยกเข้าปราสาทเมืองต่ำไปทางประโคนชัย 1.5 กม.

ปราสาทเมืองต่ำ

ตั้งอยู่ในบริเวณบ้านโคกเมือง ตำบลจรเข้มาก อำเภอประโคนชัย จังหวัดบุรีรัมย์ กรมศิลปากรได้ประกาศขึ้นทะเบียนเป็น โบราณสถาน ในราชกิจจานุเบกษา พ.ศ. 2478 และได้เข้ามาทำการบูรณะเมื่อ พ.ศ. 2531 แล้วเสร็จใน พ.ศ. 2539 ทำพิธีเปิดอย่างเป็นทางการเมื่อ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2540 ปัจจุบันอยู่ในความดูแลของสำนักอุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้งปราสาทหินเมืองต่ำ เป็นศาสนสถานในศาสนาฮินดู ศิลปะขอมโบราณ สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในพุทธศตวรรษที่ 16-17 มีลักษณะเป็นกลุ่มปราสาทอิฐ 5 องค์ ตั้งอยู่บนศิลาแลงอันเดียวกัน เรียงเป็น 2 แถวตามแนวทิศเหนือใต้ แถวหน้า 3 องค์ องค์กลางมีขนาดใหญ่กว่าปรางค์อื่น ส่วนแถวหลังมีปรางค์อิฐจำนวน 2 องค์ วางตำแหน่งให้อยู่ระหว่างช่อง ของปรางค์ 3 องค์ ในแถวแรก ทำให้สามารถมองเห็นปรางค์ทั้ง 5 องค์ พร้อมกันโดยไม่มีองค์หนึ่งมาบดบัง ซึ่งเป็นรูปแบบที่แตกต่างจากปราสาทแห่งอื่นๆ ที่จะมีปรางค์องค์ใหญ่ตรงกลางและล้อมรอบด้วยปรางค์ขนาดเล็กกว่าทั้ง 4 มุม ปรางค์ประธาน ปัจจุบันมีสภาพให้เห็นเฉพาะฐานเท่านั้น โดยมีผนังเป็นรูป สี่เหลี่ยมจัตุรัสย่อมุมขนาด 7 x 7 เมตร โครงสร้าง โดยรวมนั้นมีลักษณะ เหมือนกับปรางค์บริวารทั้ง 4 องค์ จะต่างกันก็เพียงแต่ปรางค์ประธานมีมุขหน้า ส่วนปรางค์บริวารไม่มี ปรางค์ประธานจะหันหน้าไปทางทิศตะวันออก และเป็นด้านที่มีประตูเข้าสู่ภายในองค์ปรางค์เพียงด้านเดียว ส่วนที่เหลืออีก 3 ด้าน คือ ทิศเหนือ ทิศใต้ และทิศตะวันตกนั้น ทำเป็นรูปประตูหลอก จากการขุดค้นเพื่อทำการบูรณะ ปราสาทเมืองต่ำของกรมศิลปากร ได้ขุดพบหน้าบันและทับหลังของมุขปราสาทปรางค์ประธานทำจากหินทราย หน้าบันจำหลักเป็นรูปพระอินทร์ประทับนั่งในท่ามหาราชลีลาสนะ คือ นั่งชันเข่าขวาขึ้น ขาซ้ายพับ เหนือช้างเอราวัณสามเศียรในซุ้มเรือนแก้วอยู่บน หน้ากาล ลักษณะของซุ้มหน้าบันนี้ เป็นศิลปะเขมรแบบบาปวน มีอายุราวครึ่งหลังพุทธศตวรรษที่ 16 ปราสาททั้ง 5 จะล้อมรอบด้วยระเบียงคดซึ่งมีทับหลังและซุ้มประตูแกะสลักด้วยหินทรายอย่างงดงาม มีสระน้ำ หรือบาราย กรุด้วยศิลาแลง ทั้ง 4 ทิศ มุมสระมีพญานาคหินทราย 5 เศียร ทอดตัวยาวรอบขอบสระน้ำ ชั้นนอกปราสาทมีกำแพงศิลาแลงอีกชั้น

เขตห้ามล่าสัตว์ป่าอ่างเก็บน้ำสนามบิน

ห่างจากตัวอำเภอประโคนชัยเพียง 3กิโลเมตร ตามทางหลวงสาย ประโคนชัย – บุรีรัมย์ เป็นอ่างเก็บน้ำที่มีทิวทัศน์ที่ สวยงาม เป็นที่ตั้งของเขตห้ามล่าสัตว์ป่าอ่างเก็บน้ำสนามบินเก่า มีพื้นที่ประมาณ 3,568 ไร่ เมื่อสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ฝ่ายสัมพันธมิตรใช้เป็นที่จอดเครื่องบินเพื่อส่งเสบียงอาหาร และเมื่อสงครามยุติทางราชการจึงให้พื้นที่นี้เป็นสาธารณประโยชน์ และที่พักผ่อนของชาวอำเภอประโคนชัย มีนกน้ำชนิดต่าง ๆ อาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก พบนกที่หาได้ยากในธรรมชาติ ได้แก่ นกอ้ายงั่ว ห่านเกรย์เลกหรือห่านเทาปากสีชมพู นกกาบบัว นกเป็ดหงษ์ เป็ดดำหัวดำ ฯลฯ เป็นแหล่งดูนกน้ำที่ดีที่สุดอีกแห่งหนึ่งในประเทศไทย เป็น พื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญในระดับนานาชาติ เหมาะสำหรับผู้ที่ชอบพักผ่อนหย่อนใจทางธรรมชาติ

ชุมชนโบราณบ้านแสลงโทน

เป็นชุมชนโบราณตั้งอยู่ในเขตบ้านแสลงโทน ต.แสลงโทน อ.ประโคนชัย อยู่ห่างจากตัวจังหวัดไปทางทิศใต้ ตามทางสายบุรีรัมย์-ประโคนชัย ระยะทาง 25 กิโลเมตร ทางหลวงตัดผ่ากลางชุมชนโบราณ มองเห็นคันดินเป็นแนวสูงประมาณ 5-7 เมตร อยู่สองข้างทาง ชุมชนโบราณแห่งนี้มีลักษณะเป็นรูปกลมรีวางตามแนวตะวันออก ตะวันตก ยาวประมาณ 5,756 เมตร กว้าง 1,750 เมตร มีคูเมืองโอบอยู่นอกคันดิน 3 ชั้น ปัจจุบันเหลือเพียงชั้นเดียว ใกล้คันดินด้านที่ตั้งโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลแสลงโทนในปัจจุบัน มีเนินดินซึ่งมีก้อนหินศิลาแลงกระจัดกระจายเข้าใจว่าเคยมีศาสนสถาน แต่ปัจจุบันเป็นที่ตั้งศาลเจ้าพ่อแสลงโทน เรียกว่า ศาลปู่เจ้าหรือกระท่อมเนียะตา เป็นศาลเจ้า ซึ่งเป็นที่เคารพนับถือของชาวบ้านแสลงโทนและชาวบ้านใกล้เคียง สร้างด้วยไม้ระแนง หลังคามุงกระเบื้องและพื้นเป็นปูนซีเมนต์ ทั้งคูน้ำคันดิน (ที่เหลืออยู่ริมทางหลวง) และเนินดินศาลเจ้าพ่อแสลงโทน ได้ประกาศขึ้นทะเบียนโบราณสถานแล้ว นอกจากนี้ยังพบหลักฐานอื่นที่สำคัญ คือ สระน้ำโบราณรูปสี่เหลี่ยมในเขตวัดแสลงโทน 2 สระ พบเศษภาชนะดินเผา โครงกระดูกมนุษย์ เครื่องประดับ เทวรูปเก่าและใบเสมาเก่า ซึ่งเข้าใจว่าบริเวณนี้เคยเป็นศาสนสถานสำคัญประจำชุมชนโบราณ

สถานศึกษา

ประถมศึกษา

โรงเรียนอนุบาลประโคนชัย (อำนวยกิจราษฎร์วิทยาคาร)

โรงเรียนอนุบาลกัลยาประสิทธิ์

โรงเรียนวัดแจ้ง (เศียรคุรุราษฎร์บำรุง)

โรงเรียนประโคนชัยวิทยา

โรงเรียนบ้านแสลงโทน

โรงเรียนบ้านบุ (รัฐราษฎร์รังสฤษฎ์)

โรงเรียนบ้านหนองร้าน

โรงเรียนบ้านกระสังสามัคคี

โรงเรียนบ้านวัดบ้านเมืองต่ำ

โรงเรียนบ้านบ้านบัว

โรงเรียนบ้านจรเข้มาก

โรงเรียนอนุบาลกัลยาประสิทธิ์

มัธยมศึกษา

โรงเรียนประโคนชัยพิทยาคม

โรงเรียนเมืองตลุงพิทยาสรรพ์

โรงเรียนบ้านบุวิทยาสรรค์

โรงเรียนไพศาลพิทยาคม

โรงเรียนแสลงโทนพิทยาคม

โรงบ้านละเวี้ย(แปลงคุรุราษฎร์บำรุง)

สถาบันอาชีวศึกษา

วิทยาลัยการอาชีพประโคนชัย

วัด

วัดจำปา

วัดกลางประโคนชัย

วัดโคน

วัดสหมิตรนฤมาน

วัดแจ้ง

วัดโพธิ์

วัดชัยมงคล

วัดตาด่าน

วัดป่าหนองม่วง

ความยิ่งใหญ่ของม่านประเพณีของประโคนชัยยังได้ประกาศศักดาให้ชาวโลกได้เห็นในงานแห่เทียนพรรษาด้วยเช่นกัน อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องได้ที่ แห่เทียนประโคนชัย ยิ่งใหญ่อลังการ

แทียนพรรษาประโคนชัย

ข่าวเพิ่มเติม

ขอบคุณข้อมูลและบทความเผยเเพร่จาก

ขอขอบคุณ ข้อมูลจากหนังสือ เฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา มหาราชันย์ ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองประโคนชัย โดยสมาคมพ่อค้าอำเภอประโคนชัย 2550

ข้อมูลจากหนังสือ อนุสรณ์งานพระราชทานเพลิงศพ พระครูบริหารกิจโกศล(หลวงพ่อก้อนทอง อินฺทวํโส)

ข้อมูลจากหนังสือ นิตยสารพระเครื่อง ทรัพย์แผ่นดิน (พระเครื่องยอดนิยม จังหวัดบุรีรัมย์)

ค้นคว้าเพิ่มเติมที่ หอสมุดแห่งชาติ สาขาประโคนชัย (หอสมุดเทศบาลตำบลประโคนชัย)

ค้นคว้าเพิ่มเติมที่ หอสมุดบริหารกิจโกศล วัดโคน อ.ประโคนชัย

ขอบคุณผู้เรียบเรียง ประยงค์ วงศ์ประโคน และทีมงานเพจที่นี่ประโคนชัย http://www.facebook.com/Prakhonchai

วิกิพีเดีย
ภาพจากคุณ บุรีรัมย์ น่าอยู่

อำเภอประโคนชัย
แผนที่จังหวัดบุรีรัมย์ เน้นอำเภอประโคนชัย
วัฒนธรรมเลิศล้ำ เมืองต่ำปราสาทหิน ถิ่นข้าวมะลิหอม
ปลาจ่อมรสดี ร้อยพันปักษี คนมีน้ำใจงาม
ข้อมูลทั่วไป
อักษรไทย อำเภอประโคนชัย
อักษรโรมัน Amphoe Prakhon Chai
จังหวัด บุรีรัมย์
รหัสทางภูมิศาสตร์ 3107
รหัสไปรษณีย์ 31140
ข้อมูลสถิติ
พื้นที่ 890.121 ตร.กม.
ประชากร 136,232 คน (พ.ศ. 2558)
ความหนาแน่น 153.04 คน/ตร.กม.
ที่ว่าการอำเภอ
ที่ตั้ง ที่ว่าการอำเภอประโคนชัย ถนนโชคชัย-เดชอุดม ตำบลประโคนชัย อำเภอประโคนชัย จังหวัดบุรีรัมย์ 31140
พิกัด 14°36′24″N 103°7′18″E / 14.60667°N 103.12167°E / 14.60667; 103.12167
หมายเลขโทรศัพท์ 0 4467 1488
หมายเลขโทรสาร 0 4467 1488

สารานุกรมประเทศไทย ส่วนหนึ่งของสารานุกรมประเทศไทย

คอมเม้นต์

คอมเม้นต์