เอกชนบุรีรัมย์ จ่อเอา7000ตันข้าวเสียค้างสต็อกรัฐ ผลิตไบโอแก๊ส แปรรูปยางพาราและผลิตไฟฟ้า

เอกชนบุรีรัมย์ จ่อเอา7000ตันข้าวเสียค้างสต็อกรัฐ ผลิตไบโอแก๊ส แปรรูปยางพาราและผลิตไฟฟ้า

แบ่งปัน

บริษัทแปรรูปยางพาราในจังหวัดบุรีรัมย์ ประมูลข้าวสารที่เสื่อมคุณภาพปีการผลิต 51/52 ค้างอยู่ในคลังสินค้ากลางของรัฐ จำนวนกว่า 7,000 ตัน นำไปเป็นส่วนผสมวัตถุดิบสำหรับผลิตไบโอแก๊ส ใช้กระบวนแปรรูปยางพารา และผลิตกระแสไฟฟ้าใช้ภายในโรงงาน

ข้าว2

วันนี้ (08พ.ย.59) เวลา 10. 00 น. นายประภาส รักษาทรัพย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ พร้อมด้วยนายสุทธิศักดิ์ พรหมบุตร พาณิชจังหวัดบุรีรัมย์ ผู้แทนกองกำลังรักษาความสงบในพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ ผู้แทนอุตสาหกรรมจังหวัด หัวหน้าคลังสินค้า ได้ร่วมกันเข้าตรวจสอบการนำข้าวไปใช้ในโรงงานอุตสาหกรรมเป็นไปตามวัตถุประสงค์ และป้องกันการรั่วไหลของข้าวเสียจากคลังสินค้ากลางของภาครัฐ หมุนเวียนออกสู่ท้องตลาด ของบริษัท นอร์ทอิส รับเบอร์ จำกัด ตั้งอยู่เลขที่ 398 หมู่ที่ 4 ต.โคกม้า อ.ประโคนชัย จ.บุรีรัมย์ ซึ่งเป็นผู้ชนะการประมูลข้าวในสต็อกของรัฐ ข้าวเก่าเสื่อมคุณภาพ ปีการผลิต 51/52 ที่เก็บอยู่ในสต็อก คลังสินค้าองค์การตลาดเพื่อการเกษตร (อตก) ในเขตพื้นที่ จ.ชัยนาท เพื่อนำข้าวไปใช้ในโรงงานอุตสาหกรรม จำนวนปริมาณสาร 7,355.640 ตัน และได้เริ่มขนย้ายจากคลังสินค้าจากพื้นที่จังหวัดชัยนาท ไปยังพื้นที่ตั้งของโรงงาน ต.โคกม้า อ.ประโคนชัย จ.บุรีรัมย์ ครั้งที่ 1 จำนวน 1,977 กระสอบ รวม193,505.300 กิโลกรัม โดยมีนายชูวิทย์ จึงธนสมบูรณ์ กรรมการผู้จัดการบริษัท นอร์ทอิส รับเบอร์ จำกัด เป็นผู้นำในการตรวจสอบ พร้อมกับนำคณะเยี่ยมชมกิจกรรม กระบวนการผลิต แปรรูปยางพาราชนิดต่างๆ ภายในโรงงาน

เกี่ยวข้าว

สำหรับผลการตรวจสอบปริมาณการใช้ข้าวในอุตสาหกรรม ปรากฏว่าทางบริษัทยังไม่ได้เบิกจ่ายข้าวไปใช้ในกิจการ ปริมาณข้าวในสต๊อกยังคงเหลือตามบัญชี เก็บไว้สถานที่เก็บมีความมั่นคงถาวร มิดชิด มีประตูเปิดปิดแน่นหนา และมีกล้องวงจรปิดติดไว้อย่างชัดเจน

14720611_704743806348597_3766891241277411425_n

นายชูวิทย์ จึงธนสมบูรณ์ กรรมการผู้จัดการบริษัท นอร์ทอิส รับเบอร์ จำกัด เปิดเผยว่า ทางบริษัทมีวัตถุประสงค์ที่จะนำข้าวสารที่เสีย และค้างอยู่ในคลังสินค้าของภาครัฐ มาเป็นส่วนผสมของหญ้าเนเปียที่ปลูกเอง มูลไก่จากฟาร์ม และน้ำเสียจากกระบวนการผลิต ในปริมาตามสัดส่วนที่ต้องการ ซึ่งทางโรงงานมีปริมาณความต้องการใช้ประมาณ 160 ตัน / วัน สำหรับผลิตไบโอแก๊ส ให้พลังงานความร้อนในกระบวนการผลิตและแปรรูปยางรมควัน ยางอัดแท่ง รวมไปถึงการผลิตกระแสไฟฟ้าใช้เองภายในโรงงาน ตามนโยบายของบริษัทที่ต้องการใช้พลังงานสะอาด เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ลดต้นทุนการผลิต ซึ่งจากการทดลองและส่งตัวอย่างไปทดสอบที่ประเทศเยอรมัน ผลที่ได้คือข้าวสามารถให้พลังงานมากกว่าหญ้าเนเปีย 4 เท่า ซึ่งมองว่าคุ้มค่าในการนำข้าวที่เสื่อมคุณภาพมาผลิตไบโอแก๊ส และเป็นการช่วยรัฐบาลระบายข้าวเพื่อให้ทุกอย่างเข้าสู่สภาวะปกติ ในอนาคตถ้าหากรัฐบาลมีการเปิดประมูลข้าวที่เสื่อมคุณภาพอีก ทางบริษัทก็จะเข้าร่วมประมูลเช่นเดิม เชื่อว่าถ้ารัฐบาลส่งเสริมและระบายข้าวเข้าสู่โรงงานอุตสาหกรรมประเภทนี้จะสามารถระบายข้าวได้อย่างรวดเร็ว

ข้าวบุรีรัมย์

สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดบุรีรัมย์

คอมเม้นต์

คอมเม้นต์