บุรีรัมย์แลนด์อาร์ทแห่งใหม่ นทท.แห่เซลฟี่หุ่นชาวนานับร้อยและยุ้งข้าวตั้งกลางทุ่งนา

ผู้คนที่ขับรถผ่านถนนสายบุรีรัมย์ – สุรินทร์  ต่างสงสัยว่าทำไมถึงมีหุ่นชาวนานับร้อยตัว และยุ้งข้าวจำลองตั้งเรียงรายเต็มท้องทุ่งนากว่า 20 ไร่  แต่ก็อดใจไม่ได้ที่จะลงไปเซลฟี่เก็บภาพเป็นที่ระลึก  ชาวบ้านเผยเป็นไอเดียของ อ.ราชภัฎ ที่สร้างสรรค์งานศิลปะบนผืนนา สะท้อนให้เห็นถึงวิถีชีวิตชาวนา และเป็นแลนด์อาร์ทแห่งใหม่ของบุรีรัมย์

              (26 ส.ค.61)   ประชาชน นักท่องเที่ยวทั้งในจ.บุรีรัมย์  และต่างจังหวัด ที่ขับรถสัญจรไปมาบนถนนทางหลวงหมายเลข 226  สายบุรีรัมย์ – สุรินทร์ ช่วงบริเวณบ้านสวายจีก  ต.สวายจีก  อ.เมือง  จ.บุรีรัมย์  อาจจะสงสัยว่าทำไมจึงมีหุ่นชาวนามากกว่า 100 ตัว  ยืนอยู่บนคันนาและตามจุดต่างๆ ในทุ่งนาริมถนนเนื้อที่ประมาณ  20 ไร่  แถมยังมียุ้งข้าวจำลองตั้งเรียงรายอยู่ด้วย   โดยหุ่นชาวนาแต่ละตัวก็จะมีสีสันที่แตกต่างกันไป  บางตัวก็ถือกระบุงใส่ข้าว  และหวดที่ใช้สำหรับนึ่งข้าวเหนียว    ทำให้ประชาชน และนักท่องเที่ยวที่ขับรถผ่านไปมา  อดใจไม่ได้ที่จะนำกล้องถ่ายรูป  หรือโทรศัพท์มือถือ เดินลงไปแชะภาพ และเซลฟี่กับบรรดาหุ่นชาวนา และยุ้งข้าว   ที่ล้อมรอบไปด้วยต้นข้าวที่กำลังเจริญเติบโตเขียวขจี เพื่อเก็บไว้เป็นที่ระลึก หรืออาจจะนำไปโพส์ตแชร์ในโซเชียลกันแบบไม่ขาดสาย   แม้หลายคนจะไม่รู้ถึงที่มาและจุดประสงค์ของการนำหุ่นชาวนา และยุ้งข้าว มาตั้งเรียงรายในทุ่งนาแห่งนี้   แต่ก็บอกว่าประทับใจเพราะมีความเป็นธรรมชาติทั้งเป็นการสะท้อนให้วิถีชีวิตชาวนาอย่างแท้จริง

จากการสอบถามนางสมบูรณ์  ก่ำรัมย์   ชาวบ้านบ้านสวายจีก ต.สวายจีก  ที่พาลูกหลานมาดูและถ่ายรูปกับหุ่นชาวนาดังกล่าว  บอกว่า   ที่นาดังกล่าวเป็นของเกษตรกรในตำบลสวายจีก   แต่ไอเดียการทำหุ่นชาวนา และยุ้งข้าวมาตั้งเรียงรายบริเวณนาข้าวดังกล่าว  เป็นไอเดียของอาจารย์ "ปุ้ย”  อาจารย์มหาวิทยาลัยราชภัฎบุรีรัมย์   ที่ได้นำผลงานศิลปะมาจัดแสดงบนผืนนาดังกล่าว  โดยอาจารย์บอกว่าอย่างสะท้อนให้เห็นถึงวิถีชีวิตชาวนา  เพราะท้องทุ่งนาถือเป็นอู่ข้าวอู่น้ำที่สำคัญต่อชีวิตชาวนา   และเห็นว่าจะมีการพัฒนาให้เป็นแลนด์อาร์ทแห่งใหม่ของบุรีรัมย์ด้วย    สำหรับตนเองก็รู้สึกว่าแปลกดียังไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อน   แต่พอได้มาเห็นก็รู้สึกว่าผืนนาแห่งนี้มีชีวิตชีวามากขึ้น


จะว่าไปแล้วหากจะส่งเสริมให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวได้ก็คงจะดีไม่น้อย ถือเป็นการประยุกต์เอาศิลปะมาควบคู่กับการเกษตรอันเป็นวิธีชีวิตของชาวบุรีรัมย์ ซึ่งโมเดลนี้ประสบความสำเร็จสำหรับการท่องเที่ยวเอามากๆในประเทศญี่ปุ่น ที่เห็นได้ชัดเจนที่สุดคือ Tanbo Art ทุ่งนาภาพวาดของชาวญี่ปุ่น ต้นกำเนิดอยู่ที่จังหวัด อาโอโมริ ทางภาคเหนือ


ภาพโดย https://www.talonjapan.com/tanbo-art-festival/

Tanbo Art หรือที่เรียกว่า “ศิลปะบนนาข้าว” คือการวาดภาพโดยการใช้นาข้าวแทนผืนผ้าหรือกระดาษใช้พันธุ์ข้าวแต่ละชนิดแทนสีต่างๆ และมีชาวนาจากแต่ละท้องถิ่นนั้นๆ เป็นพู่กัน ร่วมแรงร่วมใจกันเป็นอันหนึ่งอันเดียวเพื่อสรรค์สร้างผลงาน จุดเริ่มต้นของ Tanbo Art เริ่มมาจากหมู่บ้านอินาคะดาเตะ ในจังหวัดอาโอโมริ โดยเป็นที่รู้จักกันดีว่าเป็นหมู่บ้านแห่งการเกษตรกรรมที่สามารถผลิตข้าวที่มีคุณภาพสูงแห่งหนึ่งของประเทศ โดยการจัดงานนั้นมีมาตั้งแต่ปี 1993 นับเป็นงานเทศกาลที่เก่าแก่อีกงานหนึ่ง


ภาพโดย https://www.talonjapan.com/tanbo-art-festival/

ความเป็นมาของเทศกาล Tanbo Art สืบเนื่องจากเมื่อปี 1993 ช่วงที่เศรษฐกิจโลกกำลังถดถอย ชาวนาของจังหวัดอาโอโมริก็เป็นหนึ่งในพื้นที่ของประเทศญี่ปุ่นที่ได้รับผลกระทบจากราคาสินค้าทางการเกษตรตกต่ำเช่นกัน ดังนั้นเหล่าชาวนาจึงได้พยายามคิดหาวิธีที่จะฟื้นฟูวิกฤติดังกล่าวขึ้นมา จนได้ข้อสรุปว่าควรจะมีการทำกิจกรรมที่จะช่วยสร้างขวัญกำลังใจ ความมีชีวิตชีวาและสีสันให้กับชุมชน ประจวบเหมาะกับที่มีนักโบราณคดีได้สำรวจพบว่าพื้นที่หมู่บ้านอินาคะดาเตะนั้นเป็นพื้นที่ที่มีการปลูกข้าวมายาวนานกว่า 2,000 ปีแล้ว ดังนั้นชาวนาในหมู่บ้านจึงมีความคิดที่จะสร้างศิลปะบนนาข้าวขึ้นมาเพื่อเป็นเกียรติแก่ประวัติศาสตร์เก่าแก่นี้

ชาวนาหมู่บ้านอินาคะดาเตะได้นำข้าวสายพันธุ์ดั้งเดิมที่มีทั้งสีเขียว เหลือง ม่วง แดง ซึ่งเป็นพันธุ์ข้าวที่ได้รับเป็นมรดกตกทอดมาตั้งแต่อดีตมาริเริ่มสร้างเป็นศิลปะประเภทจิตรกรรมบนผืนนากว้างใหญ่ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา และเพื่อให้สามารถรับชมรูปภาพขนาดใหญ่ได้อย่างสมบูรณ์จึงได้มีการสร้างป้อมจำลองที่มีลักษณะเป็นหอสูง 22 เมตรขึ้นที่สำนักงานหมู่บ้าน และในปี 2006 ได้มีการบันทึกสถิติผู้ที่เข้ามาเยี่ยมชมหมู่บ้านมากถึง 200,000 คน

ภายหลังได้ถือปฏิบัติกันมาทุกปีและมีนักท่องเที่ยวเข้าชมศิลปะบนนาข้าวเพิ่มขึ้นทุกปี โมเดลธุรกิจนี้เติบโตด้วยการเก็บค่าเข้าชม(บนหอคอย)คนละ 300 เยนประมาณ 100 บาทไทย นอกจากนี้ยังสามารถจำหน่ายผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร เช่น ข้าวที่เกี่ยวจาก ตันโบะอาร์ต ได้ในบริเวณรอบๆแปลงนาได้อีกด้วย

อยากจะลองจินตนาการดูสักครั้งจังว่า... ถ้าบุรีรัมย์มีอะไรทำนองนี้บ้าง ก็คงจะดีไม่น้อย


สุรชัย    พิรักษา / สวท.บุรีรัมย์ / เว็บไซต์ตะลอนเจแปน

กดไลค์เพจ BURIRAM WORLD : มหานครอีสานใต้ เซราะกราวออนไลน์ 24 ชม.

ผู้เขียน