จาก"ทุเรียน"สู่"มังคุด" หายนะร้าย ความตายกับสายลมบ้าคลั่ง

พายุไต้ฝุ่นทุเรียน (Typhoon Durian) หรือพายุไต้ฝุ่นมังคุด(Typhoon Mangkhut) พายุที่มีชื่อเป็นผลไม้กินเล่น เป็นพายุที่มีความเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรงมาก ก่อให้เกิดความเสียหายอย่างกว้างขวาง (ฟิลิปปินส์เรียก Typhoon Reming)

บางครั้งจะมีความรุนมากมากถึงขนาดเรียกซูเปอร์ไต้ฝุ่นทุเรียนเลยทีเดียว ไต้ฝุ่นทุเรียนเริ่มก่อตัวขึ้นในวันที่ 24 พฤศจิกายน ปี2006 ทางตะวันออกเฉียงใต้ของชู๊ก (Chuuk) และถูกประกาศเป็นดีเปรสชั่นในร้อนในวันที่ 25 พฤศจิกายน

โดยกรมอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่น หลังจากนั้น 1 วันศูนย์ร่วมการเตือนภัยไต้ฝุ่นได้ประกาศเตือนว่าพายุมีการเคลื่อนตัวไปทางตะวันตก-ตะวันตกเฉียงเหนือเข้าสู่รัฐแยป ดีเปรสชั่นได้ทวีความรุนแรงขึ้นเนื่องมาจากอุณหภูมิสูงบนพื้นผิวทะเล และมีเมฆที่มีความกดอากาศสูงและมีลมแรงพัดออกมา

ตามรายงานของโดยกรมอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่น ดีเปรสชั่นได้กลายเป็นพายุเขตร้อนในตอนบ่ายของวันที่ 26 พฤศจิกายน ไต้ฝุ่นทุเรียนได้พัดขึ้นบกครั้งแรกที่ประเทศฟิลิปปินส์ ในวันที่ 27 พฤศจิกายน พายุมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรง ไต้ฝุ่นเคลื่อนที่จากตะวันตกไปตะวันตกเฉียงเหนือ

พายุได้ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างช้าๆจนกลายเป็นพายุเขตร้อนที่รุนแรงมาก มีลมแรง ฝนตกหนักน้ำท่วมสูงกว่า 18 นิ้วที่อัลเบย์ และทำให้เกิดโคลนถล่มใกล้กับภูเขาไฟมายอน เป็นเหตุให้มีประชาชนหลายหมู่บ้านเสียชีวิตเป็นจำนวนมาก 800- 1000 คน จากโคลนถล่มที่ภูเขาไฟมายอน แและไม่สามารถขุดหาศพได้เนื่องจากกินเนื้อที่เป็นบริเวณกว้างขวาง

ในวันที่ 29 พฤศจิกายน ไต้ฝุ่นได้ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างรวดเร็วกลายเป็นซูเปอร์ไต้ฝุ่น มีความเร็วลมสูงสุดถึง 195 กิโลเมตรต่อชั่วโมง (120 mph) จากดาวเทียม ใน 6 ชั่วโมงไต้ฝุ่นทุเรียนทวีความรุนแรงจาก 90 kt ถึง 125 kt

ไต้ฝุ่นอ่อนตัวลงเล็กน้อยเมื่อขึ้นฝั่ง แต่ก็กลับทวีความรุนแรงอย่างรวดเร็ว หลังจากซูเปอร์ไต้ฝุ่นพัดผ่านอ่าว Lagonoy ยังพัดเข้าฝั่งในที่อื่นอีกทางตะวันออกเฉียงเหนือของอัลเบย์ ไต่ฝุ่นมีการอ่อนตัวลงและแปรปวนหลายครั้ง ไต้ฝุ่นได้เคลื่อนตัวต่อไปทางตะวันตก ขึ้นบกที่ Bondoc Peninsula ใน Quezon, Marinduque และที่สุดท้ายที่โอเรียลทอล มินโดโรก่อนเคลื่อนตัวลงไปทางแถบทะเลจีนใต้

เมื่อไต้ฝุ่นทุเรียนเข้าสู่ทะเลจีนใต้ ได้ลดความรุนแรงลง แมื่อเนื่องจากการเผชิญหน้ากับอากาศแห้งและวินด์ เชียร์แนวดิ่ง(ปรากฏการณ์วินด์ เชียร์ (Wind shear) คือการเปลี่ยนแปลงความเร็วและ/หรือทิศทางของลมในระยะสั้นๆ(ฉับพลัน) สามารถเกิดขึ้นได้ทั้งแนวนอนนและแนวตั้งหรือเกิด พร้อมๆกันทั้งสองแนวบางครั้งเกิดร่วมกับปรากฎการณ์อุณหภูมิผกผันในระดับต่ำวินเชียร์เกิดขึ้นได้ทุกระดับความสูงโดยทำให้เกิด

การเคลื่อนที่ของลมเป็นวงกลม (Eddies) ทำให้เกิดความปั่นป่วนอย่างรุนแรงตามความรุนแรงของวินเชียร์) ทำให้ไต้ฝุ่นทุเรียนที่กำลังอ่อนลงเล็กน้อย กลับทวีความรุนแรงอย่างช้าๆเมื่อเข้าใกล้ชายฝั่งประเทศเวียดนาม

ในวันที่ 3 ธันวาคม ไต้ฝุ่นได้เปลี่ยนทิศทางไปทางตะวันตกเฉียงใต้เล็กน้อย เข้าสู่นครญาจางและนครโฮจิมินห์ และในวันที่ 4 ธันวาคม ไต้ฝุ่นทุเรียนก็อ่อนกำลังอีกครั้ง ลดระดับลงเป็นพายุเขตร้อนที่รุนแรง พายุยังคงความรุนแรงเคลื่อนที่เลียบชายฝั่งเวียดนาม ไปทางตะวันตกเฉียงใต้

หลังจากทวีความรุนแรงได้ชั่วครู่ ไต้ฝุ่นก็ขึ้นฝั่งครั้งสุดท้ายที่จังหวัดเบนแจในวันที่ 5 ธันวาคม ก่อนจะอ่อนกำลังอย่างรวดเร็ว ลดระดับลงเป็นพายุเขตร้อน เข้าสู่อ่าวไทยและอ่อนกำลังลงเป็นดีเปรสชั่นเขตร้อน ไต้ฝุ่นทุเรียนได้พัดข้ามประเทศไทยทางตอนใต้ และเคลื่อนตัวลงสู่อ่าวเบงกอล

ศูนย์บรรเทาภัยพิบัติแห่งชาติของฟิลิปปินส์ ได้สรุปความเสียหายออกมาว่า มีผู้เสียชีวิต 1,086 คน ไร้ที่อยู่อาศัยอีก 1.14 ล้านคน ความเสียหายด้านทรัพย์สินคิดเป็นมูลค่า 274 ล้านเปโซ หรือประมาณ 197.28 ล้านบาท

ประเทศเวียดนามมีผู้เสียชีวิตจากพายุดังกล่าว 98 คน บาดเจ็บ 1,770 คน ในพื้นที่ของจังหวัดบินห์ธวน, บา เรีย วุง ตัว, ลอง อันห์ และ เทียน เกียง นอกจากนั้นก็ยังมีเรือประมงอีก 896 ลำจมลงทะเล

โดยเฉพาะที่จังหวัดบินห์ธวนมีถึง 820 ลำ บ้านเรือนราษฎร 1,120 หลังคาเรือน และ โรงเรียนอีก 22 โรงในจังหวัดบินห์ธวน ความเสียหายจากไต้ฝุ่นทุเรียนครั้งนี้

โดยรวมทั้งหมดมูลค่าความเสียหายถึง 400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ มีผู้เสียชีวิตไม่ต่ำกว่า 1,497 คน และสาบสูญมากกว่า 100 คน นับว่าเป็นไต้ฝุ่นที่ร้ายกาจ และสร้างความเสียหายที่รุนแรง มีคนตายจำนวนมาก เนื่องจากไต้ฝุ่นทุเรียนมีหลายชื่อ ในรายชื่อพายุหมุนเขตร้อนในแต่ละประเทศเรียกไม่เหมือนกัน

จึงได้มีการยกเลิกใช้ชื่อเดิมทั้งหมดโดยตั้งชื่อใหม่มาแทนไต้ฝุ่นทุเรียนว่า "ไต้ฝุ่นมังคุด" เริ่มใช้ในปี ค.ศ. 2008 เป็นต้นมา

Cr: wiki

กดไลค์เพจ BURIRAM WORLD : มหานครอีสานใต้ เซราะกราวออนไลน์ 24 ชม.

ผู้เขียน