กล้วยหอมบรรจงศิลป์!!! ลมหายใจใหม่แห่งประเพณีการณ์ สานตำนานลิเกอีสานใต้

กล้วยหอมบรรจงศิลป์!!! ลมหายใจใหม่แห่งประเพณีการณ์ สานตำนานลิเกอีสานใต้

แบ่งปัน

กล้วยหอมบรรจงศิลป์!!! ใครฤาจะสืบทอดประเพณีการณ์ สานตำนานลิเกอีสานใต้

ชายหนุ่มคนหนึ่ง ที่มีใจรักในศิลปะการแสดงของอีสานใต้ จึงเริ่มต้นเรียนรู้จากครูเพลงพื้นบ้านในพื้นที่บุรีรัมย์ ด้วยความหวังที่จะสืบทอดกันตรึม และดนตรีพื้นบ้านอีสานใต้ให้คงอยู่สืบไป

ช่วงเวลานับสิบปีที่ ครูแจ็ค-ธนบดี ถนอมเมือง ออกเดินทางเพื่อหาเด็กรุ่นใหม่ในหมู่บ้าน มาร่วมสานความฝันของเขาให้เป็นจริง แม้จะถูกมองจากหลายๆ คนว่าเป็นผีบ้า ที่หมกมุ่นอยู่กับศิลปะอันคร่ำครึ

แต่ด้วยความตั้งใจอันแรงกล้า ครูแจ็ค สามารถทำให้เด็กๆ หลายๆ คนสนใจ และเรียนรู้ศิลปะอย่างจริงจัง ทั้งกันตรึม ลิเก ที่นำมาประยุกต์เข้าด้วยกัน โดยรักษารากเหง้าเดิม ที่ยังมีคุณค่าผสมผสานกับเทคโนโลยีใหม่อย่างลงตัว

จากความตั้งใจที่จะอนุรักษ์ และส่งต่อศิลปะพื้นบ้านให้รุ่นต่อไป ที่จุดเริ่มต้นเล็กๆ

คณะลิเกกล้วยหอม บรรจงศิลป์

ในวันนี้ กลายเป็นที่รู้จักและยอมรับในฝีไม้ลายมือ ท่วงท่าลีลาที่ไม่เหมือนใคร จนมีชื่อเสียง มีการแสดงแทบไม่เว้นแต่ละวัน ติดต่อกันนานนับเดือน แต่สิ่งที่มากกว่าชื่อเสียง เงินทอง ความสำเร็จในการทำงาน คือ

เวทีแห่งนี้ เป็นเวทีให้หลายๆ คนได้เรียนรู้ การใช้ชีวิตอยู่ร่วมกัน ความผูกพันที่ก่อตัวขึ้น ไม่ใช่หัวหน้ากับลูกน้อง หรือครูกับศิษย์ แต่เป็นความผูกพันของคนในครอบครัวเดียวกัน ความรู้ที่เกิดจากความรักในตัวศิลปะ กลายเป็นความทุ่มเท เสียสละ เพื่อเห็นความก้าวหน้าเติบโตของศิลปวัฒนธรรม

ทำให้ครูแจ็คเป็นที่รัก เป็นที่พึ่งพิงให้กับเด็กๆ หลายคน แม้เขาจะพร่ำบอกเสมอว่า เขาเป็นแค่ครูนอกคอกคนหนึ่ง สิ่งที่อยากเห็นคือ วัฒนธรรมอีสานใต้ ไม่สูญหายไปจากดินแดนอีสาน และลูกศิษย์ดำเนินรอยตามสิ่งที่ครูทำไว้

เพียงแค่นี้ ที่คนเป็นครูอย่างเขา ต้องการในบั้นปลายชีวิต ติดตามเรื่องราวของครูสอนดีที่ชื่อ ครูแจ็ค และอีกหลายชีวิต หลากเรื่องราวบนเวทีแห่งชีวิตนี้ ในรายการคนค้นฅน

“คณะกล้วยหอมบรรจงศิลป์” นำโดยพระเอกชื่อ แจ็ค-ธนบดี ถนอมเมือง พร้อมด้วยแม่ครูประภาศรี มีทรัพย์ และชาวคณะกว่า 30 ชีวิต เปิดการสอนศิลปะการแสดงลิเกให้แก่เด็กและเยาวชนในหมู่บ้านต่างๆ ทั่วอีสานตอนใต้เป็นเวลานานกว่า 10 ปีแล้ว

โดยเปิดสอนฟรี ไม่เก็บค่าใช้จ่าย พร้อมทั้งเลี้ยงอาหาร และยังเปิดโอกาสให้เด็กๆ ได้ร่วมแสดงลิเกอีกด้วย โดยพบว่าเด็กๆ ให้ความสนใจเรียนรู้อย่างมาก เพราะมีการนำดนตรีพื้นบ้านอย่างกันตรึมมาผสมกับลิเกได้อย่างลงตัว

ผู้ชม

ทั้งนี้ คณะลิเกคณะกล้วยหอมบรรจงศิลป์เป็นครูจิตอาสาที่คอยตระเวนสอนลิเกให้เด็กๆ ซึ่งนอกเหนือจากความสำเร็จของทั้งด้านชื่อเสียงและรายได้แล้ว คณะลิเกแห่งนี้ยังทำให้เด็กหลายคนได้เรียนรู้การใช้ชีวิตร่วมกันแบบครอบครัว

รวมทั้งมีความรักในศิลปะพื้นบ้านหยั่งรากลึกอยู่ในใจของพวกเขา และที่สำคัญคือการอนุรักษ์ศิลปะและดนตรีพื้นบ้านไม่ให้สูญหายไปจากดินแดนภาคอีสานนั่นเอง

น.ส.ปิยณัฐ ประไว หรือน้องมด นักศึกษาคณะวิทยาศาสตร์ สาขาวิชาเคมี มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ ซึ่งเป็นนางเอกลิเก บอกว่า สมัครมาเรียนลิเกจนได้เล่นเป็นนางเอก โดยใช้เวลาฝึก 15 วัน เล่นลิเกมา 2 ปี มีรายได้ประมาณวันละ 1,000 บาท ส่วนทิปหรือพวงมาลัยมากน้อยก็แล้วแต่พ่อยกแม่ยก

ครูประภาศรีกล่าวว่า ตนเป็นชาวนครราช สีมา แต่มาเป็นครูฝึกสอนโดยการเปิดรับสมัครเด็กที่มีใจรักลิเก โดยมีครูแจ็ค หัวหน้าคณะลิเกกล้วยหอมบรรจงศิลป์ เป็นผู้รับผิดชอบและดำเนินการทุกอย่าง

เพราะเขาชอบส่งเสริมให้นักเรียน นักศึกษา และคนที่ไม่ได้เรียนหนังสือได้มาเล่นลิเก โดยจะเริ่มสอนพื้นฐานต่างๆ พอรับประทานอาหารเช้าเสร็จก็จะสอนการฝึกรำ โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย กินฟรี อยู่ดีหมด

ส่วนการดูแลวง ครูแจ็คจะเป็นคนรับผิดชอบ ช่วงเข้าพรรษางานไม่ค่อยมี ก็จะเดินสอนลิเกฟรี ส่วนกลางคืนก็จะเปิดการแสดงลิเกและได้รางวัลน้ำใจจากคนดูเล็กๆ น้อยๆ เพื่อช่วยค่าน้ำ ค่าไฟ

“ในคณะมีประมาณ 30 ชีวิต จากการสอนก็พบแววบ้าง ไม่มีแววบ้าง แต่พยายามรักษาศิลปะการแสดงลิเกไทย ตนขอฝากคนรุ่นหลังให้ช่วยกันอนุรักษ์การแสดงลิเกไทยไม่ให้สูญหายไปจากสังคมไทย” ครูประภาศรีกล่าว.

บทความจาก คนค้นฅน ไรท์9

ภาพจาก กล้วยหอมบรรจงศิลป์

คอมเม้นต์

คอมเม้นต์