ชายบุรีรัมย์ปั่นจักรยานกลับบ้าน เกิดโรคลมชักกำเริบ เสียหลักตกคลองข้างทางจมน้ำดับ

ชายบุรีรัมย์ปั่นจักรยานกลับบ้าน เกิดโรคลมชักกำเริบ เสียหลักตกคลองข้างทางจมน้ำดับ

แบ่งปัน

หนุ่มบุรีรัมย์ปั่นจักรยานกลับบ้านเกิดโรคลมชักกำเริบเสียหลักตกคลองข้างทางจมน้ำดับ

หนุ่มวัย 39 ชาวบุรีรัมย์ปั่นจักรยานกลับจากเยี่ยมลูกสาว ระหว่างทางจะกลับบ้านเกิดโรคลมชักกำเริบทำให้จักรยานเสียหลักพุ่งตกคลองข้างทางท่ามกลางความมืดไม่มีใครเห็น

ช่วงสายอีกวันพบกลายเป็นศพจมน้ำเสียชีวิต ขณะญาติไม่ติดใจเผยผู้ตายป่วยโรคลมชักมานานมีอาการกำเริบบ่อยครั้ง

เมื่อเวลา 11.30 น. (22 มิ.ย.60) พ.ต.ท.ไชยา สระโสม พนักงานสอบสวน สภ.เมืองบุรีรัมย์ ได้รับแจ้งมีเหตุคนจมน้ำเสียชีวิตที่คลองน้ำบ้านตะเคียน ต.บัวทอง อ.เมืองบุรีรัมย์

ซึ่งเป็นลำคลองสาขาของห้วยตะโก จึงได้ประสานหน่วยกู้ภัยสว่างจรรยาธรรมสถาน และแพทย์เวรโรงพยาบาลบุรีรัมย์ รุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ

เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุพบร่างนายสมโชค จะริบรัมย์ อายุ 39 ปี อยู่บ้านเลขที่ 81 ม.4 บ้านตะเคียน ตำบลบัวทอง อ.เมืองบุรีรัมย์ สวมเสื้อสีม่วงแขนขั้น กางเกงขาสั้นลายสก๊อต นอนคว่ำหน้าเสียชีวิตอยู่ในลำคลอง

ทั้งพบรถจักรยาน และรองเท้าเตะ ตกอยู่ริมคลองด้วยซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นของผู้ตาย จากนั้นหน่วยกู้ภัยจึงได้ช่วยกันนำร่างนายสมโชค ขึ้นจากลำคลองเพื่อให้แพทย์ตรวจชันสูตนเบื้องต้นไม่พบร่องรอยบาดแผลจากการถูกทำร้าย

 

ต่อมานางแต๋ว จะริบรัมย์ อายุ 60 ปี แม่ และ น.ส.วิไลพร จะริบรัมย์ อายุ 16 ปี ลูกสาว ได้เดินทางมายังที่เกิดเหตุพร้อมให้ข้อมูลว่าผู้ตายมีโรคประจำตัวคือโรคลมชักและจะมีอาการกำเริบบ่อยครั้ง และเมื่อวานนายสมโชค ได้ปั่นจักรยานไปเยี่ยมลูกสาวที่บ้านรุน ต.บัวทอง

จากนั้นแวะไปหาเพื่อน ก่อนจะปั่นจักรยานกลับบ้าน ซึ่งผู้ตายจะกลับบ้านถึงบ้านเวลาประมาณ 20.00 น. ของทุกวันแต่วันเกิดเหตุผิดปกติเพราะไม่เห็นผู้ตายกลับบ้าน จึงคาดว่าระหว่างทางน่าจะเกิดอาการโรคลมกำเริบทำให้รถจักรยานเสียหลักพุ่งตกลงไปในคลองข้างทาง แต่เนื่องจากช่วงเกิดเหตุค่อนข้างมืดและมีป่ารกร้าง ทำให้ผู้ที่สัญจรผ่านไปมามองไม่เห็น

กระทั่งช่วงสายอีกวันมีคนไปเห็นศพลอยอยู่ในลำคลองดังกล่าว ซึ่งญาติก็ไม่ได้ติดใจในสาเหตุการตาย

จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ให้หน่วยกู้ภัยฯ นำร่างนายสมโชค ส่งตรวจพิสูจน์ที่โรงพยาบาลศูนย์บุรีรัมย์

เพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงอีกครั้ง ก่อนจะมอบศพให้ญาตินำกลับไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีต่อไป

สุรชัย พิรักษา / สวท.บุรีรัมย์

คอมเม้นต์

คอมเม้นต์