“ดอยคำ” ทุ่ม 1.7 พันล้านผุดโรงงานน้ำผลไม้ที่บุรีรัมย์ คาดเปิดเดินเครื่องผลิตภายในปี 61

“ดอยคำ” ทุ่ม 1.7 พันล้านผุดโรงงานน้ำผลไม้ที่บุรีรัมย์ คาดเปิดเดินเครื่องผลิตภายในปี 61

แบ่งปัน

หลังจากที่องคมนตรีเดินทางมา ตรวจติดตามโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริที่ อ.โนนดินแดง จ.บุรีรัมย์ หาแนวทางฟื้นฟูโรงงานอาหารหลวงสำเร็จรูปดอยคำหางที่ 4 ที่ประสบปัญหาเศรษฐกิจปิดตัวลงเมื่อปี 2544 เพื่อสร้างงานสร้างอาชีพและรายได้ให้เกษตรกรในพื้นที่อำเภอโนนดินแดง และใกล้เคียง

“ดอยคำ” เกษตรเพื่อชุมชน ผลิตผลเพื่อคนไทย

ด้วยพระราชวิสัยทัศน์ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชที่กว้างไกลและลึกซึ้ง ในการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนและทุกข์ยากของราษฎร เมื่อปีพุทธศักราช ๒๕๑๒ พระองค์ทอดพระเนตรความทุกข์ยากลำบากของราษฎร และปัญหาการปลูกฝิ่น อันเป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติ และเป็นการทำลายทรัพยากรธรรมชาติ จึงพระราชทานแนวพระราชดำริให้จัดตั้ง “โครงการพระบรมราชานุเคราะห์ชาวเขา” ขึ้น    เพื่อแก้ปัญหาการปลูกฝิ่น และการทำไร่เลื่อนลอย โดยมีวัตถุประสงค์ให้ส่งเสริมการปลูกพืชผัก ผลไม้ หลากหลายชนิดทดแทน แต่เนื่องจากพื้นที่เพาะปลูกที่ได้รับการส่งเสริม อยู่ห่างไกลจากตัวเมืองและแหล่งรับซื้อ จึงเกิดปัญหาการถูกพ่อค้าคนกลางกดราคา ประกอบกับในบางช่วงฤดูจะมีผลผลิตที่ล้นตลาด หรือบางครั้งอาจไม่ได้ขนาดที่เหมาะสมสำหรับการจำหน่ายผลสด

ปัจจุบัน บริษัท ดอยคำผลิตภัณฑ์อาหาร จำกัด ดำเนินงานผ่านโรงงานหลวงอาหารสำเร็จรูปทั้ง ๔ แห่ง ได้แก่

โรงงานหลวงอาหารสำเร็จรูปที่ ๑ (ฝาง) จ.เชียงใหม่
โรงงานหลวงอาหารสำเร็จรูปที่ ๒ (แม่จัน) จ.เชียงราย
โรงงานหลวงอาหารสำเร็จรูปที่ ๓ (เต่างอย) จ.สกลนคร
โรงงานหลวงอาหารสำเร็จรูปที่ ๔ (ละหานทราย) จ.บุรีรัมย์ (อยู่ระหว่างปรับปรุง)

ล่าสุดบริษัทดอยคำ ประกาศเตรียมทุ่มงบประมาณกว่า 1,000 ล้านบาทปรับปรุงโรงงานหลวงอาหารสำเร็จรูปที่ ๔ (ละหานทราย) ปัจจุบันตั้งอยู่ในอำเภอโนนดินแดง จังหวัดบุรีรัมย์

นายสรภัส สุดเธียรกุล รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เปิดเผยว่า หากทุกอย่างไม่เปลี่ยนแปลงในช่วง 2 ปีหน้า บริษัทฯ มีแผนลงทุน 1 พันล้านบาทเพื่อลงทุนก่อสร้างโรงงานใหม่ในที่เดิมในจังหวัดบุรีรัมย์ พื้นที่ประมาณ 40 กว่าไร่ ซึ่งเดิมเป็นโรงงานอยู่แล้วแต่ไม่ได้ใช้มานาน บางส่วนปล่อยให้วิสาหกิจชุมชนเช่า คาดว่าจะเริ่มปรับพื้นที่ปลายปี 2559  ปัจจุบันมี 3 โรงงานคือที่ อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ ผลิตอาหารที่บรรจุขวดเป็นหลัก เช่น แยม และน้ำดื่ม, อ.แม่จัน จ.เชียงราย

ผลิตน้ำผลไม้ยูเอชทีเป็นหลัก และ อ.เต่างอย จ.เชียงราย ผลิตสินค้าที่เกี่ยวกับมะเขือเทศเป็นหลัก ซึ่งเมื่อโรงงานใหม่สร้างเสร็จจะเป็นโครงการหลวงแห่งที่ 4 ใหญ่ที่สุดของ “ดอยคำ” อีกทั้งยังจะขยายการรับซื้อวัตถุดิบเพิ่มขึ้นจากเดิมรัศมี 100 กิโลเมตรและเพิ่มจำนวนเกษตรกรในการรับซื้อด้วย คาดว่าจะทำให้มีวัตถุดิบเพิ่มขึ้นประมาณ 20% เพื่อขยายกำลังการผลิตรองรับตลาดในประเทศและส่งออก

ด้วยความพร้อมเรื่องทำเลที่อยู่ใกล้แหล่งน้ำ โดยจะย้ายไลน์การผลิตน้ำผลไม้พร้อมดื่มจากโรงงานหลวงอาหารสำเร็จรูปที่ 2 เชียงราย (แม่จัน) ไปไว้ที่บุรีรัมย์ทั้งหมด ภายในปี 2561 ซึ่งจะมีกำลังการผลิตเพิ่มขึ้นจากปัจจุบันที่มีกว่า 53,100 ตันต่อปีถึง 3 เท่าตัว ที่จะช่วยเพิ่มความสามารถในการขยายสินค้าใหม่ ๆ ตลาดใหม่ ๆ ตลอดจนช่วยบริหารจัดการต้นทุนการผลิตสินค้ารับมือการแข่งขันในตลาดได้ดีขึ้นด้วย

ล่าสุดสำนักข่าวผู้จัดการออนไลน์รายงาน 27 พ.ย. 2560 

ผู้จัดการรายวัน 360 – นายสรภัส สุตเธียรกุล รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดอยคำผลิตภัณฑ์อาหาร จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทฯ จะลงทุน 1,700 ล้านบาท เพื่อปรับปรุงโรงงานเดิมแห่งที่ 4 ที่บุรีรัมย์ เพื่อสร้างใหม่ พื้นที่ 45 ไร่ หลังจากที่ชะลอมาเกือบ 2 ปีแล้ว เพื่อผลิตเครื่องดื่มในเครือดอยคำ เพิ่มอีก 2 เท่าตัว รองรับตลาดในไทยและต่างประเทศ ที่เริ่มทำส่งออกในซีแอลเอ็มวีแล้ว ด้วยการตั้งเอเยนต์ดำเนินการ เริ่มแต่งตั้งแล้วที่ลาว ส่วนที่ญี่ปุ่นส่งไปจำหน่ายแล้วผ่านเชนเคลาดี้เชนค้าปลีกรายใหญ่ ตั้งเป้าสัดส่วนรายได้ต่างประเทศไม่เกิน 10% จากขณะนี้มี 4%

ก่อนหน้านี้ดอยคำมีโรงงานแห่งที่ 1 ที่เชียงใหม่สำหรับผลิตน้ำดื่ม น้ำผึ้ง และแยมจากผลไม้ โดยต้นปีหน้าจะเปิดคลังสินค้าและโรงวิจัยพืชใหม่หลังจากลงทุนไปแล้วปีนี้ และมีโรงงาน 2 ที่เชียงราย และโรงงาน 3 ที่สกลนคร

ขณะเดียวกัน มีแผนแตกไลน์เครื่องดื่มน้ำผลไมไปกลุ่มอื่น เช่น สมุนไพร ซึ่งเริ่มบ้างแล้วโดยปีนี้ออกรสชาติ ใบแปะก๊วยผสมหล่อฮังก้วยสูตรไม่มีน้ำตาล ขนาด 500 มล. ราคา 30 บาท เป็นต้น จากก่อนหน้านี้มี เจียวกู้หลาน ดอกคำฝอย หญ้าหวาน และจะมีสินค้าใหม่ต่อนเนื่อง ปีละ 10 กว่าเอสเคยู จากปัจจุบันมีสินค้ารวมไม่น้อยกว่า 130 เอสเคยูในทุกกลุ่มสินค้า ผู้จัดการรายวัน 360 

คอมเม้นต์

คอมเม้นต์