ต้องห้ามพลาด!!! ท็อป 23 ที่เที่ยวเมืองเซราะกราว บุรีรัมย์ ที่ก่อนตายต้องไปให้ได้ซักครั้ง (part2)

ต้องห้ามพลาด!!! ท็อป 23 ที่เที่ยวเมืองเซราะกราว บุรีรัมย์ ที่ก่อนตายต้องไปให้ได้ซักครั้ง (part2)

แบ่งปัน

และแล้วก็มาถึง part 2 ของเรา มาตามต่อกันเลยดีกว่าว่าอีก 10 อันดับที่เหลือจะมีอะไรกันบ้าง

ติดตามอ่าน Part 1 คลิก ต้องห้ามพลาด!!! ท็อป 23 ที่เที่ยวเมืองเซราะกราว บุรีรัมย์ ที่ก่อนตายต้องไปให้ได้ซักครั้ง (part1)

socialposttemplate

อันดับ 10 เพ ลาเพลิน

“เพลาเพลิน บูติค รีสอร์ท แอนด์ แอดแวนเจ้อแคมป์” สถานที่ท่องเที่ยวเชิงศึกษา ริมถนนบุรีรัมย์-พุทไธสง อ.คูเมือง จ.บุรีรัมย์ ห่างจากตัวเมืองบุรีรัมย์ 32 กิโลเมตร

ซึ่งเป็นทั้งบูติครีสอร์ต สถานที่จัดสัมมนา จัดทัศนศึกษาแบบพักแรม และแบบเช้าไปเย็นกลับสำหรับเยาวชน และกำลังจัดสร้างอุทยานไม้ดอกให้เที่ยวชมได้ตลอดทั้งปี และตั้งแต่วันที่ 25 ธันวาคม 2556 จะมีเทศกาลดอกทิวลิปให้ชมรับเทศกาลปีใหม่ด้วย

ภายในพื้นที่มีฐานการเรียนรู้และเที่ยมชมมากมาย และกิจกรรมผจญภัยปืนหน้าผา ขับรถ ATV พายเรือพายัค และอื่นๆอีกมากมาย รวมทั้งร้านอาหาร ร้านกาแฟ และ เบเกอรี่

อันดับ 9 วัดป่าเขาน้อย

วัดป่าเขาน้อย อยู่ในตำบลเสม็ด อำเภอเมืองบุรีรัมย์ ติดเขตวนอุทยานภูเขาไฟกระโดง เป็นป่าธรรมชาติร่มรื่น เป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมที่พุทธศาสนิกชนที่สงบเงียบ ภายในวัดป่าเขาน้อย มี “พระบรมธาตุเจดีย์ศรีสุวจคุณานุสรณ์”

สร้างขึ้นจากแรงเคารพศรัทธาของศิษยานุศิษย์ของหลวงปู่สุวัจน์ สุวโจ เพื่อเป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกฐธาตุ และเป็นเครื่องระลึกถึงพระคุณแห่งหลวงปู่สุวัจน์ สุวโจ พระสายธรรมยุติและเป็นลูกศิษย์หลวงปู่มั่น ซึ่งมรณภาพเมื่อวันที่ ๕ เมษายน ๒๕๔๕

อันดับ 8 วัดเขาพระอังคาร

ขาอังคารเป็นภูเขาไฟที่ดับสนิทแล้วอยู่ตรงข้ามทางด้านทิศตะวันตกของเขาพนมรุ้งประมาณ 15 กิโลเมตร ระยะทางห่างจากถนนโชคชัย-เดชอุดม ประมาณ 1.3 กิโลเมตร ตั้งอยู่ที่ ต.เจริญสุข อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.บุรีรัมย์

เขาอังคารเกิดจากการปะทุของภูเขาไฟยุคควอเทอร์นารี อายุประมาณ 700,000 ปี จุดที่เป็นปากปล่องใหญ่อยู่ที่เขากระดูกซึ่งเป็นจุดสูงสุด เกิดจากหินหลอมละลายปะทุออกมาแล้วเย็นตัวเร็ว

จึงพอกสะสมในทางดิ่งเกิดเป็นเนินเขาสูงชันแบบ Plug Dome รอบเขากระดูกเป็นแอ่ง Caldera ซึ่งเกิดจากการทรุดถล่มของปากปล่องภูเขาไฟเป็นตัวอย่างชัดเจนที่สุดในประเทศไทย ซึ่งวัดเขาอังคารก็ตั้งอยู่บนขอบของแอ่งนี้

ตำนานลายแทงแห่งพระธาตุพนม กล่าวว่า เมื่อ พ.ศ.8 มีการนำพระอังคารธาตุของพระพุทธเจ้ามาประดิษฐานไว้ที่นี่ ต่อมาในปี 2520 พระอาจารย์ปัญญา วุฒิโธ ได้สร้างวัดขึ้นบนยอดเขา เป็นสถาปัตยกรรมแบบผสมผสานสวยงามแปลกตา

ที่สำคัญคือมีโบราณวัตถุ “ใบเสมาหินบะซอล์ท” สมัยทวาราวดี ซึ่งพบเพียงแห่งเดียวในประเทศไทย ตั้งอยู่รอบอุโบสถ สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในพุทธศตวรรษที่ 13-14 อายุประมาณ 1,300 ปี เป็นหลักฐานว่าที่นี่เคยเป็นพุทธสถานมาแต่โบราณ

เขาอังคารยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศที่ดี บริเวณรอบเขามีป่าเต็งรังที่อุดมสมบูรณ์ ในฤดูฝนจะมีเห็ดหลากหลายชนิดขึ้นอยู่จำนวนมาก ชุมชนรอบเขาจึงได้มีการจัดประเพณีไต้เห็ดเขาอังคาร ส่งเสริมการท่องเที่ยว และเปิดหมู่บ้านโฮมสเตย์ บ้านเจริญสุข ซึ่งมีผลิตภัณฑ์ชุมชนที่มีชื่อเสียงเป็นเอกลักษณ์ของท้องถิ่น คือ “ผ้าภูอัคนี” ที่ย้อมสีธรรมชาติจากดินภูเขาไฟ

อันดับ 7 ถนนคนเดิน “เซราะกราว วอล์คกิ้ง สตรีท”

ทุกเย็นวันเสาร์-อาทิตย์ ถนนคนเดิน “เซราะกราว วอล์คกิ้ง สตรีท” ที่ถนนริมละลม หน้าจวนผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ กลายเป็นจุดรวมพลของคนบุรีรัมย์และผู้มาเยี่ยมเยือนไปแล้ว

ถนนคนเดิน “เซราะกราว วอล์คกิ้ง สตรีท” เป็นตลาดสินค้าหลากหลายประเภททั้งอาหารคาวหวานสารพัดชนิดให้เลือกตามความชอบ ผักผลไม้สดๆ จากกลุ่มตลาดนัดสีเขียว สินค้าหัตถกรรมจากชุมชนต่างๆ ที่เดินทางมากจากหลายอำเภอ มีตั้งแต่ชิ้นเล็กๆ ไปจนถึงผ้าไหมผืนงาม

สินค้าหลายชนิดคนขายมานั่งสาธิตการทำให้ชมด้วย งานฝีมือ เสื้อผ้าสำเร็จรูป ภาพถ่ายเมืองบุรีรัมย์ทั้งเก่าและใหม่ ฯลฯ หลากหลายละลานตา เรียกว่าสนองตอบความจ้องการของคนทุกกลุ่มทุกวัย ส่วนที่ลานไทรด้านข้างละลม มีการแสดงศิลปวัฒนธรรม ดนตรี ผลัดเปลี่ยนกันไป

อันดับ 6 ร่วม ปราสาทหนองหงส์ / ปรางกู่สวนแตง

ปราสาทหนองหงส์

ตั้งอยู่ที่บ้านโนนดินแดง อยู่ทางด้านซ้ายของแนวสันเขื่อนลำนางรอง ห่างจากตัวเขื่อน ประมาณ 500 เมตร เป็นโบราณสถานขนาดเล็ก ประกอบด้วย ปรางค์ 3 องค์ ซึ่งก่อด้วยอิฐ ตั้งอยู่บนฐานศิลาแลงต่อเนื่องเป็นฐานเดียว หันหน้าไปทางทิศตะวันออก มีประตูเข้า – ออกด้านหน้า ส่วนประตูอีก 3 ด้าน เป็นประตูหลอก

ปรางค์ทั้งสาม มีผังเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสย่อมุมไม้สิบสอง ปรางค์องค์กลางมีขนาดใหญ่กว่าสององค์ แต่เดิมมีทับหลังประดับจำหลักลายสวยงาม กล่าวคือ ทับหลังที่ปรางค์องค์ทิศเหนือสลักเป็นรูปพระนารายณ์ทรงครุฑเหนือหน้ากาล มือยึดท่อนพวงมาลัย แวดล้อมด้วยลายพันธุ์พฤกษา ทับหลังปรางค์องค์กลางสลักเป็นรูปพระอินทร์ทรงช้างเอราวัณ ทับหลังปรางค์องค์ทิศใต้เป็นรูปพระอิศวรทรงโค

ด้านหน้าปรางค์องค์กลาง มีทางเดินยาวยื่นออกมา มีบันไดทางด้านหน้า และด้านข้างทั้งสอง นอกจากนี้ยังมีวิหาร (บรรณาลัย) หันหน้าเข้าหาปรางค์องค์ทิศใต้ อีก 1 หลัง ซึ่งก่อด้วยศิลาแลง

อาคารทั้งหมดล้อมรอบด้วยกำแพงศิลาแลง มีซุ้มประตูด้านหน้าและด้านหลัง มีคูน้ำรูปตัวยู (U) ล้อมรอบ ศึกษาอายุสมัยของปราสาทหนองหงส์ ดูจากลักษณะการก่อสร้างและศิลปกรรมที่พบ ตรงกับศิลปะเขมรแบบ บาปวน มีอายุราวพุทธศตวรรษที่ 16

เวลาที่ควรไปชม ช่วงเช้าหรือก่อนพระอาทิตย์ตกดิน โดยสามารถท่องเที่ยวชมบรรยากาศความงามของเขื่อนลำนางรองร่วมด้วย การเดินทาง จากจังหวัดบุรีรัมย์ ใช้ทางหลวงหมายเลข 219 จนมาถึง อำเภอประโคนชัย ตรงสี่แยกให้ใช้ทางหลวงหมายเลข 2075 จนมาถึงนิคมบ้านกรวด ให้เลี้ยวขวาเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 2121

ขับมาเรื่อยๆ จนมาถึงอำเภอละหานทราย ให้เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 3068 พอผ่านสี่แยกปะคำ ให้ขับตรงไปจนถึงบ้านโนนดินแดง ให้เลี้ยวซ้ายเข้าเขื่อนลำนางรอง ปราสาทหนองหงส์ตั้งอยู่ทางด้านซ้ายของแนวสันเขื่อน ห่างจากเขื่อนประมาณ 500 เมตร

ปรางกู่สวนแตง

ปราสาทกู่สวนแตง หรือ ปรางค์กู่สวนแตง ตั้งอยู่ที่บ้านดงยาง ตำบลกู่สวนแตง อำเภอบ้านใหม่ไชยพจน์ จังหวัดบุรีรัมย์ เป็นเทวาลัยในศาสนาฮินดู สร้างขึ้นในราวพุทธศตวรรษที่ 16-17

โดยได้รับอิทธิพลจากศิลปกรรมสมัยนครวัดเป็นโบราณสถานอีกแห่งที่ถูกวางระเบิดจนองค์ปรางค์พังทลายลงมาเพื่อโจรกรรม ชิ้นส่วนปราสาทไปขาย ภายหลังกรมศิลปากรได้บูรณะใหม่จนมีความสมบูรณ์ และประกาศขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานเมื่อวันที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2547

ลักษณะของกู่ประกอบด้วย ปรางค์อิฐ 3 องค์ ตั้งเรียงกันในแนวเหนือ-ใต้ บนฐานศิลาแลงเดียวกัน อาคารทั้งหมดหันหน้าไปทางทิศตะวันออก มีประตูหน้าเพียงประตูเดียว อีก 3 ด้าน สลักเป็นประตูหลอก

ปรางค์องค์กลางมีขนาดใหญ่และมีสภาพค่อนข้างสมบูรณ์เป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส ด้านหน้าทั้ง 3 ด้าน มีลักษณะยื่นออกมาและมีแผ่นศิลาทรายรองรับ ส่วนปรางค์อีกสององค์มีขนาดเล็กกว่าฐานเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส มีประตูเดียวทางด้านหน้า เช่นกัน ส่วนผนังอีก 3 ด้าน ก่อเรียบทึบ

สำหรับบนพื้นหน้าปรางค์มีส่วนประกอบสถาปัตยกรรมหินทรายอื่น ๆ ตกหล่นอยู่ เช่น ฐานบัว ยอดปรางค์ กลีบขนุน รูปนาค 6 เศียร อายุของกู่สวนแตงสามารถ กำหนดได้จากทับหลังของปรางค์ ซึ่งปัจจุบันเก็บรักษาอยู่ที่ พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติพระนคร อยู่ในราวพุทธศตวรรษที่ 17

เนื่องจากภาพสลักบนทับหลังทั้งหมดมีลักษณะตรงกับศิลปะขอมแบบนครวัด ที่มีอายุอยู่ในช่วงเวลาดังกล่าว อาทิเช่น ทับหลังสลักภาพพระนารายณ์ตรีวิกรม (ตอนหนึ่งในวามนาวตารแสดงภาพพระนารายณ์ย่างพระบาท 3 ก้าว เหยียบโลกบาดาล โลกมนุษย์ และโลกสวรรค์)

ทับหลังภาพศิวนาฎราช ทับหลังภาพการกวนเกษียรสมุทร ทับหลังภาพนารายณ์บรรทมสินธุ์ ฯลฯ แต่ละชิ้นมีขนาดใหญ่สวยงามน่าสนใจยิ่ง

อันดับ 5 บ้านสนวนนอก

หมู่บ้านเล็กๆของจังหวัดบุรีรัมย์ มีประวัติความเป็นมาที่น่าสนใจ เป็นพื้นที่ ที่มีป่าทึบเมื่อประมาณ 150 ปี มีต้นไม้ชื่อว่าต้นสนวน มีนายดำ เป็นชาวร้อยเอ็ดเข้ามาตั้งรกราก ปัจจุบัน บ้านสนวนนอก หมู่ที่ 2 ตั้งอยู่ในพื้นที่ตำบลสนวน อำเภอห้วยราช มีภาษาพื้นถิ่นเขมรดำรงชีวิตเรียบง่าย มีความสามัคคีปรองดอง ชอบการปลูกหม่อนเลี้ยงไหมและทอผ้าไหม ได้สืบทอดกันมาแต่โบราณ

แหล่งท่องเที่ยววิถีชีวิตผลิตไหม

“บ้านสนวนนอก” มีมัคคุเทศก์ของหมู่บ้านอำนวยความสะดวกนำนักท่องเที่ยวชมวิถีชีวิตผลิตภัณฑ์ไหมตั้งแต่เริ่มแรก ดังนี้

  • – การปลุกหม่อน-เก็บใบหม่อน ชมและเรียนรู้การปลูกหม่อน/ชำต้นหม่อน/เก็บใบหม่อนไปเลี้ยงไหม
  • – การเลี้ยงไหม สาวไหม ชมและเรียนรู้การเลี้ยงไหม/ให้อาหารตัวไหม/สาวไหมจากตัวดักแด้
  • – การฟอก ย้อม มัดหมี่ ชมและเรียนรู้การฟอดกาวไหมออกจากเส้นไหม/การเตรียมเส้นไหมเพือมัดหมี่/การย้อมสีธรรมชาติ/เรียนรู้การมัดหมี่ ฟอกย้อมสีเส้นไหม
  • – การทอผ้าไหม ชมและเรียนรู้การทอผ้าไหม
  • – การแปรรูปและสร้างสรรค์ลวดลายบนผืนผ้าไหม ชมและเรียนรู้การแปรรูปผ้าไหม การเขียนลาย พิมพ์ลายต่างๆ บนผืนผ้าไหม

อันดับ 4 พระเจ้าใหญ่ วัดหงษ์

วัดหงษ์ ตั้งอยู่ที่บ้านหัวแรต อำเภอพุทไธสง จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งมีพระพุทธรูปสำคัญองค์หนึ่งของบุรีรัมย์ คือ พระเจ้าใหญ่ ที่ได้ชื่อว่าเป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่เมืองพุทไธสง ด้วยผู้คนมากมายเชื่อถือศรัทธา จะมาตั้งสัจจะทำความดี ละเว้นชั่ว โดยเฉพาะการละเลิกจากอบายมุขทั้งปวง

เพื่อนำพาชีวิตไปสู่ความสุข ความเจริญรุ่งเรือง เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยศิลปะพื้นเมือง ไม่ทราบว่าสร้างในสัมยใด จากการปฏิสังขรณ์โบสถ์เมื่อปี 2513 ได้พบพระพิมพ์รวมปางและพระพุทธรูปแกะสลักจากนอแรดที่ใต้ฐานพระเจ้าใหญ่

ต่อมาในปี 2555 ได้มีการบูรณะปิดทององค์พระเจ้าใหญ่ ได้พบพระพุทธรูปขนาดเล็กบรรจุอยู่ภายในองค์พระด้วย ในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 3 จะมีการจัดงานนมัสการพระเจ้าใหญ่เป็นประจำทุกปี

ที่มาของชื่อวัดหงษ์ และ บ้านศีรษะแรต มีตำนานเล่ากันว่า ครั้งหนึ่งมีเสนาบดีเมืองสุวรรณภูมิออกล่าสัตว์และได้ยิ่งหงษืตกลงในป่ารกทึบจึงออกตามหา แต่ได้พบพระพุทธรูปคือพระเจ้าใหญ่ ในบริเวณนั้นมีเจดีย์สี่เหลี่ยมและหนองน้ำ

ซึ่งมีหัวแรดอยู่ในหนองน้ำด้วย ต่อมาได้ชักชวนผู้คนมาตั้งรกราก เรียกชื่อหมู่บ้านว่า บ้านหัวแรต และสร้างวัดหงษ์ ขึ้นบริเวณที่พบพระพุทธรูป

และในบริเวณวัด มีการรวมกลุ่มของชาวบ้านทอผ้าไหม ผ้าฝ้ายพื้นเมืองสาธิต และวางจำหน่ายให้เลือกชมเลือกซื้อด้วย

อันดับ 3 ปราสาทหินเมืองต่ำ

ปราสาทเมืองต่ำ ตั้งอยู่ที่บ้านโคกเมือง ต.จรเข้มาก อ.ประโคนชัย เป็นเมืองโบราณร่วมสมัยกับปราสาทเขาพนมรุ้ง นับเป็นปราสาทหินของโบราณที่มีขนาดใหญ่มาก อีกแห่งหนึ่ง สร้างขึ้นตามคติความเชื่อของศาสนาฮินดูเพื่อใช้ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา

ตัวปราสาทออกแบบได้อย่างงดงาม มีโครงสร้างที่ได้สัดส่วนบริเวณโดยรอบปราสาท เป็นชุมชนโบราณสมัยขอม ที่มีประวัติเกี่ยวเนื่องกับปราสาทเขาพนมรุ้ง ปราสาทเมืองต่ำจึงมีความสำคัญทางโบราณคดีนอกเหนือจากเป็นมรดกทางศิลปกรรมที่งดงาม

ปราสาทเมืองต่ำ อยู้ห่างจากปราสาทเขาพนมรุ้งเพียง 8 กิโลเมตร นักท่องเที่ยวสามารถเที่ยวชมโบราณสถานทั้ง 2 แห่งได้อย่างสะดวก

อันดับ 2 ประเพณีแข่งเรือยาว อำเภอสตึก

ประเพณีแข่งขันเรือยาวชิงถ้วยพระราชทานฯ จังหวัดบุรีรัมย์ จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี ในวันเสาร์-อาทิตย์แรกของเดือนพฤศจิกายน ชิงความเป็นหนึ่งแห่งสายน้ำมูลแห่งอีสานใต้ ณ ลำน้ำมูล สวนเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา อำเภอสตึก จังหวัดบุรีรัมย์

การแข่งขันเรือยาวประเพณีชิงถ้วยพระราชทานฯ จังหวัดบุรีรัมย์ เป็นประเพณีดั้งเดิมของชาวบ้านในแถบบริเวณแม่น้ำมูล อำเภอสตึก ซึ่งเริ่มมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2480 ด้วยเดิมชาวอำเภอสตึก อาศัยอยู่ริม 2 ฝั่งแม่น้ำมูลซึ่งมีเรือเป็นพาหนะสัญจรและเป็นการคมนาคมที่สำคัญที่สุดในด้านการทำการเกษตรกรรม ธุรกิจการค้า

รวมถึงการดำเนินชีวิตประจำวัน จึงมีความผูกพันกับสายน้ำแห่งชีวิตนี้หลังฤดูการทำนาชาวบ้านจะนำเรือมาแข่งขันกันเพื่อสร้างความรักความสามัคคีเรื่อยมาจนปัจจุบัน ในงานจะมีกิจกรรมต่างๆ มากมาย

  • ขบวนแห่อัญเชิญถ้วยพระราชทาน
  • ขบวนพาเหรดช้าง
  • การแข่งขันช้างว่ายน้ำ
  • การแข่งขันเรือไม้ขนาดใหญ่ ไม่เกิน 55 ฝีพาย ชิงถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
  • การแข่งขันเรือไม้ขนาดกลาง ไม่เกิน 40 ฝีพาย ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพะระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
  • การแข่งขันเรือไม้ขนาดเล็ก ไม่เกิน 30 ฝีพาย ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณ์วลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี
  • การแข่งขันเรือท้องถิ่น ไม่เกิน 36 ฝีพาย ชิงถ้วยเกียรติยศ

(ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก เที่ยวอีสาน.com)

อันดับ 1 วนอุทยานประวัติศาสตร์เขาพนมรุ้ง

ปราสาทเขาพนมรุ้ง ตั้งอยู่ริมทางหลวงหมายเลข ๒๒๒๑ บ้านตาเป็ก ต.ตาเป๊ก อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.บุรีรัมย์ได้รับการยกย่องว่าเป็นปราสาทหินที่งดงามมากแห่งหนึ่งของไทย ตั้งอยู่บนยอดเขาพนมรุ้งซึ่งเคยเป็นภูเขาไฟมาก่อน

ตัวปราสาทสร้างด้วยหินทรายสีชมพู และศิลาแลงอย่างยิ่งใหญ่อลังการมีการออกแบบผังปราสาทตามแนวความเชื่อที่สอดคล้องกับภูมิประเทศศาสนสถานแต่ละส่วนประดับด้วยลวดลายวิจิตรงามตาโดยเฉพาะหน้าบันศิวนาฎราชและทับหลังนารายณ์บรรทมสินธุ์ที่มีความงดงามละเอียดอ่อนช้อย

นับเป็นโบราณสถานอันทรงคุณค่าที่ไม่ควรพลาดชมในวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๕ (ประมาณเดือน เม.ย. – พ.ค.) ของทุกปีจะมีประเพณีเดินขึ้นเขาพนมรุ้งเพื่อชมปรากฎการณ์ธรรมชาติอันน่ามหรรศจรรย์คือ พระอาทิตย์จะสาดแสงตรงเป็นลำทะลุช่องประตูปราสาททั้ง ๑๕ บานราวปาฏิหารย์และเกิดขึ้นเพียงไม่กี่ครั้งในรอบปีเท่านั้น

ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก สมาคมท่องเที่ยวจังหวัดบุรีรัมย์
Designed by Freepik

คอมเม้นต์

คอมเม้นต์