นักท่องเที่ยวพาครอบครัวสัมผัสลมหนาวและชมนกหนีหนาวที่ จ.บุรีรัมย์

นักท่องเที่ยวพาครอบครัวสัมผัสลมหนาวและชมนกหนีหนาวที่ จ.บุรีรัมย์

แบ่งปัน

นักท่องเที่ยวพาครอบครัวสัมผัสลมหนาวและชมนกหนีหนาวที่ จ.บุรีรัมย์

นักท่องเที่ยวพาครอบครัวสัมผัสลมหนาวและชมนกหนีหนาวที่จังหวัดบุรีรัมย์

นักท่องเที่ยวพาครอบครัวบุตรหลานเดินทางไปสัมผัสลมหนาวสูดกลิ่นไอธรรมชาติ และชมนกหนีหนาวที่อพยพเข้ามาทำรังวางไข่ในพื้นที่ชุ่มน้ำอ่างเก็บน้ำสนามบินบุรีรัมย์ กว่า 5,000 รัง มีนกจำนวนมากกว่า 50,000 ตัว ทั้งยังมีนกประจำถิ่นหายากใกล้สูญพันธุ์กว่า 100 ชนิด ด้านเจ้าหน้าที่ให้บริการแนะนำอำนวยความสะดวกแก่ผู้มาเที่ยวเป็นอย่างดี

หลังจากสภาพอากาศที่จังหวัดบุรีรัมย์หนาวเย็นลงต่อเนื่อง ทำให้บรรยากาศตามแหล่งท่องเที่ยวหลายแห่งคึกคัก โดยเฉพาะแหล่งท่องเที่ยวชมนกเขตห้ามล่าสัตว์ป่าอ่างเก็บน้ำสนามบิน อำเภอประโคนชัย ซึ่งเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำเนื้อที่กว่า 3,500 ไร่ แหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ 1 ใน 5 แห่งของจังหวัด

ได้มีประชาชนและนักท่องเที่ยวทั้งในพื้นที่และต่างจังหวัดพาครอบครัวบุตรหลาน ที่นิยมท่องเที่ยวทางธรรมชาติ เดินทางไปสัมผัสอากาศหนาวสูดกลิ่นไอธรรมชาติและเที่ยวชมนกหนีหนาว และนกปากห่างที่อพยพเข้ามาอาศัยทำรังว่างไข่ตั้งแต่ต้นฤดูหนาวมากกว่า 5,000 รัง หรือมีจำนวนนกมากกว่า 50,000 ตัว

ซึ่งขณะนี้ลูกนกเริ่มเติบโตใกล้เต็มวัยแล้ว ทั้งนี้นักท่องเที่ยวยังจะได้ชมนกประจำถิ่นที่หายากใกล้สูญพันธ์อีกมากกว่า 100 ชนิด เช่น นกยางนา ๆ ชนิด นกเป็ดแดง นกอีโก้ง นกกาน้ำเล็ก รวมไปถึงนกกระเรียนพันธุ์ไทยหายากใกล้สูญพันธุ์


ที่ทางองค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย นำมาปล่อยขยายพันธุ์ในพื้นที่ชุ่มน้ำดังกล่าว โดยแต่ละวันจะมีนักท่องเที่ยวทั้งในและต่างจังหวัด เข้ามาเที่ยวชมนกในพื้นที่ชุ่มน้ำดังกล่าวเป็นจำนวนมาก โดยทางเขตห้ามล่าฯ ก็ได้จัดเจ้าหน้าที่ไว้คอยบริการกล้องส่องทางไกล

เพื่อใช้ในการส่องดูนก พร้อมแนะนำให้ความรู้เกี่ยวชื่อสายพันธุ์ และที่มาของที่เข้ามาอาศัยอยู่ในพื้นที่ สร้างความประทับใจให้กับนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวชมเป็นอย่างมาก ซึ่งในแต่ละปีสถิตินักท่องเที่ยวทั้งในและต่างจังหวัดแวะเวียนมาเที่ยวชมปีละกว่า 20,000 คน

พร้อมกันนี้ ทางเขตห้ามล่าพันธุ์สัตว์ป่าอ่างเก็บน้ำสนามบิน ยังได้จัดเจ้าหน้าที่ตรวจตราปิดป้ายห้ามล่าหรือทำร้ายนก ทั้งขอความร่วมมือนักท่องเที่ยว และประชาชนที่อาศัยอยู่รอบพื้นที่เขตห้ามล่าฯ ได้ร่วมกันอนุรักษ์ ไม่ล่า ทำร้าย หรือกระทำการใดๆ

ที่จะเป็นการรบกวนนกที่อพยพเข้ามาอาศัยอยู่ในพื้นที่ โดยเฉพาะนกหลายชนิดที่กำลังทำรังวางไข่ขยายพันธุ์ หากพบผู้ใดฝ่าฝืนเข้าไปล่า หรือทำร้ายนกในเขตอนุรักษ์ก็จะถูกดำเนินการตามกฎหมายทันที

ข้อมูลข่าวและที่มา

ผู้สื่อข่าว : สมบูรณ์ แจ้งกูล

ผู้เรียบเรียง : วรัญญา นันตาแก้ว

แหล่งที่มา : สวท.บุรีรัมย์

คอมเม้นต์

คอมเม้นต์