นำทีมสัตวแพทย์ติดตามอาการช้างป่าถูกรถชนพร้อมเข้าเยี่ยมผู้บาดเจ็บที่บุรีรัมย์

นำทีมสัตวแพทย์ติดตามอาการช้างป่าถูกรถชนพร้อมเข้าเยี่ยมผู้บาดเจ็บที่บุรีรัมย์

แบ่งปัน

ผอ.ส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า สำนักงานพื้นที่อนุรักษ์ที่ 7 นครราชสีมา นำทีมสัตวแพทย์ ลงพื้นที่บุรีรัมย์ติดตามอาการช้างป่าดงใหญ่ที่ถูกรถตู้ชนบาดเจ็บ เตรียมวางแผนรักษาป้องกันติดเชื้อ พร้อมเข้าเยี่ยมผู้บาดเจ็บทั้ง 4 ราย ล่าสุดถูกส่งรักษาต่อ รพ.ศูนย์

(3 มิ.ย.60) ความคืบหน้าล่าสุด นายฐากร ล้อมศตพร ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 7 (นครราชสีมา) ได้มอบหมายให้ จ่าสิบตรี สมพงษ์ เข็มทอง ผอ.ส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า สำนักงานบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 7 พร้อมทีมสัตวแพทย์ฯ ลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบอุบัติเหตุรถตู้ชนช้างป่าที่เดินข้ามถนน สายบุรีรัมย์-ตาพระยา ทางหลวงหมายเลข 348 บริเวณ บ.ลำนางรอง ต.ลำนางรอง อ.โนนดินแดง จ.บุรีรัมย์ เมื่อช่วงเช้ามืดที่ผ่านมา

เพื่อติดตามอาการช้างป่าที่ถูกชนว่าได้รับบาดเจ็บมากน้อยขนาดไหน เพื่อที่ทีมสัตวแพทย์จะได้ประเมินอาการและหาแนวทางรักษา ซึ่งหากได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยก็จะใช้วิธียิงยาลดปวด ลดอักเสบฆ่าเชื้อ แล้วเฝ้าติดตามอาการ

ซึ่งหากกินน้ำอาหารไม่ได้ก็ต้องให้น้ำเกลือ เพื่อทดแทนสารน้ำและอาหารในร่างกาย แต่หากช้างมีอาการเจ็บหนักก็จะประเมินรักษาตามอาการอีกครั้ง ซึ่งจากการติดตามแกะรอยพบช้างตัวดังกล่าวอยู่บริเวณชายป่าดงใหญ่ฝั่งทิศตะวันตก ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 2 – 3 กิโลเมตร และเบื้องต้นพบมีอาการบาดเจ็บยังสามารถเดินได้ แต่ระยะไม่ไกลคาดว่าน่าจะบาดเจ็บจากการถูกรถชน

พร้อมกันนี้ จ่าสิบตรี สมพงษ์ เข็มทอง ผอ.ส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่าฯ พร้อมนายสมส่วน รักสัตย์ หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดงใหญ่ และทีมสัตวแพทย์ฯ ยังได้นำกระเช้าเข้าเยี่ยมอาการผู้บาดเจ็บ ที่โดยสารมาในรถตู้ที่ขับรถช้างป่า

ซึ่งนอนรักษาตัวอยู่ที่ รพ.โนนดินแดง 3 ราย และถูกส่งตัวไปรักษาต่อที่ รพ.บุรีรัมย์ 1 ราย ซึ่งขณะนี้ผู้บาดเจ็บทั้ง 4 รายอาการพ้นขีดอันตรายแล้ว จากกรณีที่เกิดขึ้นทางสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 7 ได้กำชับให้เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดงใหญ่ หามาตรการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำอีก

ส่วนบริเวณที่เกิดเหตุเป็นจุดที่ช้างหรือสัตว์ป่าเดินข้ามถนนไปมาเป็นประจำ เนื่องจากเดิมเคยเป็นแหล่งอาศัยและหากินของช้างป่า ซึ่งปัจจุบันพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติดงใหญ่ มีสัตว์ป่าอาศัยอยู่หลายชนิด อาทิ ช้างป่า เก้ง หมูป่า กระทิง หมี โดยเฉพาะช้างป่าจากการสำรวจพบมีปริมาณเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

โดยก่อนหน้านี้นี้ตามรายงานข่าวของ ผู้จัดการออนไลน์ ระบุว่า

บุรีรัมย์ – เกิดอุบัติเหตุรถตู้พุ่งชนช้างป่าดงใหญ่ที่กำลังเดินข้ามถนนท่ามกลางความมืด เป็นเหตุให้คนขับ และผู้โดยสารบาดเจ็บ 4 ราย ส่วนช้างที่ถูกชนเดินหนีเข้าป่า จนท.เร่งติดตามตัวเพื่อตรวจสอบว่ามีอาการบาดเจ็บหรือไม่

วันนี้ (3 มิ.ย.) เมื่อเวลา 05.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.โนนดินแดง จ.บุรีรัมย์ ได้รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุรถชนช้างป่าดงใหญ่ บนทางหลวงหมายเลข 348 ถนนสายบุรีรัมย์-ตาพระยา หลัก กม. ที่ 77 บริเวณศาลาเขียว หมู่ 4 ต.ลำนางรอง อ.โนนดินแดง จ.บุรีรัมย์ มีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายราย

จึงได้ประสานหน่วยกู้ภัยสว่างจรรยาธรรมจุดโนนดินแดง ร่วมตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมแจ้งนายสมส่วน รักษ์สัตย์ หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดงใหญ่ รับทราบ

เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุพบรถตู้ยี่ห้อโตโยต้า สีบรอนซ์ หมายเลขทะเบียน นก 9 จันทบุรี สภาพพังเสียหายเกือบทั้งคัน โดยเฉพาะด้านหน้ายุบไปจนถึงคอนโซล มีผู้บาดเจ็บติดภายในรถ จำนวน 4 ราย

เจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยกู้ภัยจึงได้ช่วยกันนำตัวผู้บาดเจ็บออกจากซากรถ และลำเลียงส่งโรงพยาบาลโนนดินแดง อย่างเร่งด่วน

ผู้บาดเจ็บทั้ง 4 ราย ประกอบด้วย นายภูมิชาย ศรีสวัสดิ์ คนขับ อายุ 47 บ้านเลขที่ 202 หมู่ 4 ต.ท่าช้าง อ.เมือง จ.จันทบุรี น.ส.มาริสา ปฏิพัตร อายุ 54 ปี บ้านเลขที่ 53/1 ต.วัดใหม่ อ.เมือง จจันทบุรี นางมยุรี ไตรโพธิ์ อายุ 52 ปี บ้านเลขที่ 17/16 ต.ท่าช้าง อ.เมืองจันทบุรี และนางปวิชา บุญจันทร์ 54 ปี บ้านเลขที่ 25/3 ต.ท่าช้าง อ.เมือง จ.จันทบุรี แต่โชคดีที่เหตุการณ์ดังกล่าวไม่มีผู้เสียชีวิต

จากการสอบถามหนึ่งในผู้บาดเจ็บ บอกว่า ได้จ้างเหมารถตู้คันดังกล่าวเดินทางมาจาก จ.จันทบุรี เพื่อจะไปทำบุญที่ จ.มุกดาหาร แต่พอมาถึงจุดเกิดเหตุได้มีช้างป่าเดินข้ามถนนในระยะกระชั้นชิดประกอบกับบริเวณดังกล่าวค่อนข้างมืด ทำให้คนขับมองไม่เห็น และเบรกไม่ทัน จึงได้พุ่งชนช้างจนรถพังเสียหาย และผู้ที่นั่งมาในรถได้รับบาดเจ็บดังกล่าว

ขณะ นายสมส่วน รักสัตย์ หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดงใหญ่ ได้เดินทางไปตรวจสอบจุดเกิดเหตุ และดูอาการผู้บาดเจ็บที่โรงพยาบาลโนนดินแดง พร้อมทั้งบอกว่า จะเร่งจัดชุดเจ้าหน้าที่ออกติดตามหาตัวช้างป่าที่ถูกรถชน ว่า ได้รับบาดหรือไม่ ซึ่งหากได้รับบาดเจ็บ หรือมีบาดแผลก็จะได้ประสานทีมสัตวแพทย์มาทำรักษาช้างป่าตัวดังกล่าวต่อไป

ภายหลังเหตุการณ์ดังกล่าว (3 มิถุนายน 2560 20:29 น. ) สำนักข่าวผู้จัดการออนไลน์รายงานต่ออีกว่า

บุรีรัมย์ – ผอ.ส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า สำนักงานพื้นที่อนุรักษ์ที่ 7 นครราชสีมา นำทีมสัตวแพทย์ลงพื้นที่ จ.บุรีรัมย์ ติดตามอาการช้างป่าดงใหญ่ ที่ถูกรถตู้ชนบาดเจ็บ เตรียมวางแผนรักษาป้องกันติดเชื้อ พร้อมเข้าเยี่ยมผู้บาดเจ็บทั้ง 4 ราย ล่าสุด ถูกส่งรักษาต่อโรงพยาบาลศูนย์บุรีรัมย์

ความคืบหน้าเหตุรถตู้เหมาชนช้างป่าดงใหญ่ เดินข้ามถนน สายบุรีรัมย์-ตาพระยา ทางหลวงหมายเลข 348 บริเวณ บ.ลำนางรอง ต.ลำนางรอง อ.โนนดินแดง จ.บุรีรัมย์ ทำให้ช้างป่าได้รับบาดเจ็บ และคนในรถตู้บาดเจ็บอีกหลายคน เมื่อช่วงเช้ามืดวันนี้

ล่าสุด วันนี้ (3 มิ.ย.) นายฐากร ล้อมศตพร ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 7 (นครราชสีมา) ได้มอบหมายให้ จ่าสิบตรีสมพงษ์ เข็มทอง ผู้อำนวยการส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า สำนักงานบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 7 พร้อมทีมสัตวแพทย์ ลงพื้นที่ตรวจสอบอุบัติเหตุรถตู้ชนช้างป่า เพื่อติดตามอาการช้างป่าที่ถูกชนว่า ได้รับบาดเจ็บมากน้อยขนาดไหน เพื่อประเมินอาการ และหาแนวทางรักษา

หากได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยจะใช้วิธียิงยาลดปวด ลดอักเสบฆ่าเชื้อ แล้วเฝ้าติดตามอาการ หากกินน้ำ อาหารไม่ได้ก็ต้องให้น้ำเกลือ เพื่อทดแทนสารน้ำ และอาหารในร่างกาย แต่หากช้างมีอาการเจ็บหนักจะประเมินรักษาตามอาการอีกครั้ง ซึ่งจากการติดตามแกะรอยพบช้างตัวดังกล่าวอยู่บริเวณชายป่าดงใหญ่ ฝั่งทิศตะวันตก ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 2-3 กิโลเมตร เบื้องต้น พบมีอาการบาดเจ็บยังสามารถเดินได้ แต่ระยะไม่ไกลคาดว่าน่าจะบาดเจ็บจากการถูกรถชน

พร้อมกันนี้ จ่าสิบตรีสมพงษ์ เข็มทอง ผอ.ส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่าฯ นายสมส่วน รักสัตย์ หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดงใหญ่ และทีมสัตวแพทย์ยังได้นำกระเช้าเข้าเยี่ยมอาการผู้บาดเจ็บที่โดยสารมาในรถตู้ชนช้างป่า ซึ่งนอนรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลโนนดินแดง 3 ราย และถูกส่งตัวไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลศูนย์บุรีรัมย์ 1 ราย ซึ่งขณะนี้ผู้บาดเจ็บทั้ง 4 ราย อาการพ้นขีดอันตรายแล้ว กรณีที่เกิดขึ้นทางสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 7 ได้กำชับให้เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดงใหญ่ หามาตรการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำอีก

ส่วนบริเวณที่เกิดเหตุเป็นจุดที่ช้าง หรือสัตว์ป่าเดินข้ามถนนไปมาเป็นประจำ เนื่องจากเดิมเคยเป็นแหล่งอาศัย และหากินของช้างป่า ซึ่งปัจจุบันพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติดงใหญ่ มีสัตว์ป่าอาศัยอยู่หลายชนิด เช่น ช้างป่า เก้ง หมูป่า กระทิง หมี โดยเฉพาะช้างป่า จากการสำรวจพบมีปริมาณเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

สุรชัย พิรักษา / สวท.บุรีรัมย์

ภาพ / ข่าว สำนักข่าวผู้จัดการออนไลน์

คอมเม้นต์

คอมเม้นต์