ไม่มีหมวดหมู่

นี่คือบทความที่เล่าถึง อัศจรรย์ “ปราสาทหินพนมรุ้ง” เมื่อกว่า 10 ปีที่แล้ว


อัศจรรย์ “ปราสาทหินพนมรุ้ง”

บทความโดย โดย : ปิ่น บุตรี

 

“เอาไมเคิล แจ๊คสัน คืนไป เอาพระนารายณ์คืนมา…เอาไมเคิล แจ๊คสัน คืนไป เอาพระนารายณ์คืนมา…”

เพลง “ทับหลัง” : วง“คาราบาว”

 

ส่วนใหญ่เวลาที่ไปเที่ยว “ปราสาทหินพนมรุ้ง” อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.บุรีรัมย์ ผมมักจะฮัมเพลง “ทับหลัง” ของคาราบาว ร่วมสร้างอารมณ์ประกอบไปกับการเดินขึ้นสู่ตัวปราสาทหินที่ตั้งตระหง่านมองเห็นลิบๆอยู่เบื้องหน้า


ได้รับการสนับสนุน
บุรีรัมย์เวิลด์
👍👍👉โปรโมชั่นพิเศษสุดฉลองเปิดร้านใหม่ 🌼🌼เพียง 50 คนเท่านั้น 🌸🌸จัดฟัน 32,999.- 💝💝ฟรี ถ่ายรูปวางแผนการรักษา. 💋💋ฟรี พิมพ์ฟัน. 🤗🤗ฟรี X-Ray ระบบ ดิจิตอล 3 มิติ วางแผนได้แม่นยำ. 💋💋ฟรี รีเทนเนอร์สีสันสดใส (50 คนแรกเท่านั้น!!). 🚗🚗คลีนิกทันตกรรม แอสไปร์ เด็นทัล คลีนิก เยื้ยงธนาคารกรุงไทย ใกล้ถนนคนเดินเซราะกราว. 👏👏ปราถนาให้ทุกคนมีรอยยิ้มสวยสดใส
คลิกติดต่อคลินิก Aspire Dental Clinic แอสไปร์ เด็นทัล คลีนิก

 

ส่วนใหญ่เวลาที่ไปเที่ยว “ปราสาทหินพนมรุ้ง” อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.บุรีรัมย์ ผมมักจะฮัมเพลง “ทับหลัง” ของคาราบาว ร่วมสร้างอารมณ์ประกอบไปกับการเดินขึ้นสู่ตัวปราสาทหินที่ตั้งตระหง่านมองเห็นลิบๆอยู่เบื้องหน้า


ได้รับการสนับสนุน
บุรีรัมย์เวิลด์
👍👍👉โปรโมชั่นพิเศษสุดฉลองเปิดร้านใหม่ 🌼🌼เพียง 50 คนเท่านั้น 🌸🌸จัดฟัน 32,999.- 💝💝ฟรี ถ่ายรูปวางแผนการรักษา. 💋💋ฟรี พิมพ์ฟัน. 🤗🤗ฟรี X-Ray ระบบ ดิจิตอล 3 มิติ วางแผนได้แม่นยำ. 💋💋ฟรี รีเทนเนอร์สีสันสดใส (50 คนแรกเท่านั้น!!). 🚗🚗คลีนิกทันตกรรม แอสไปร์ เด็นทัล คลีนิก เยื้ยงธนาคารกรุงไทย ใกล้ถนนคนเดินเซราะกราว. 👏👏ปราถนาให้ทุกคนมีรอยยิ้มสวยสดใส
คลิกติดต่อคลินิก Aspire Dental Clinic แอสไปร์ เด็นทัล คลีนิก

สำหรับผมแล้ว อิทธิพลของเพลง “ทับหลัง” นับเป็นหนึ่งในแรงบันดาลใจ ที่ทำให้ผมเกิดความรู้สึกอยากเดินทางไปเที่ยวชมความงามของ “ปราสาทหินพนมรุ้ง”และ“ทับหลังนารายณ์บรรทมสินธุ์” หลังจากที่ได้ทับหลังฯกลับคืนมาจากอเมริกาในปีพ.ศ. 2531 ซึ่งก็ต้องยอมรับว่าในช่วง 1-2 ปีก่อนหน้านั้นกระแสการเรียกร้องทับหลังฯคืนจากอเมริกานั้นแรงมาก

ตัวผมเองก็เป็นคนหนึ่งที่พลอยมีอารมณ์เดือดดาลร่วมไปกับเขาด้วย เพราะว่าจู่ๆจะให้มือดีจากอเมริกามาฉกทับหลังนารายณ์บรรทมสินธุ์สมบัติอันล้ำค่าที่ตั้งเคียงคู่กับปราสาทหินพนมรุ้งมานับพันปีของบ้านเราไปได้ยังไง(คาดว่าราวๆช่วงปี พ.ศ.2503 เป็นปีที่ทับหลังฯถูกขโมยไป)

หลังจากนั้นในปีพ.ศ. 2516 ทับหลังนารายณ์บรรทมสินธุ์ ก็ถูกนำไปจัดแสดงอยู่ที่สถาบันศิลปะชิคาโก ประเทศสหรัฐอเมริกา(เฉยเลย) แน่นอนว่างานนี้กรมศิลปากรรับหน้าที่เป็นโต้โผใหญ่ในการดำเนินการเรียกร้องผ่านกระทรวงการต่างประเทศเพื่อขอทับหลังฯคืน แต่ว่าก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เพราะทางสหรัฐอเมริกาประเทศที่ชอบอวดอ้างตนว่า มีความเป็นเลิศในเรื่องของการเคารพในสิทธิเสรีภาพ กลับใช้ลูกเล่นต่างๆพยายามบ่ายเบี่ยงที่จะไม่คืนทับหลังให้ประเทศไทย

แต่ท้ายที่สุดด้วยการร่วมมือกันของผู้คนจำนวนมาก จากองค์กรต่างๆหลายชาติหลายภาษา ทับหลังฯก็ได้รับการส่งคืนแบบไม่มีเงื่อนไข ให้กลับมาตั้งตระหง่านโดดเด่นยังปราสาทหินพนมรุ้งอีกครั้งหนึ่งในช่วงเดือนธันวาคม พ.ศ. 2531 หลังจากนั้นมาปราสาทหินพนมรุ้งก็มีคนเดินทางมาเคารพสักการะและเที่ยวชมความงามอยู่ไม่ได้ขาด

“ปราสาทหินพนมรุ้ง” ปราสาทงามบนปากปล่องภูเขาไฟ

นักวิชาการส่วนใหญ่เชื่อกันว่า“เขาพนมรุ้ง” ที่ตั้งปราสาทหินพนมรุ้ง เคยเป็นภูเขาไฟมาก่อน ครั้นพอภูเขาไฟมอดดับ(นานแล้ว) ในราวพุทธศตวรรษที่ 15 ก็ได้มีการก่อสร้างปราสาทหินแห่งนี้ขึ้น แต่ว่าผู้ที่ถือว่ามีส่วนสำคัญมากในการทำให้ปราสาทหินพนมรุ้งสวยงามและโดดเด่นมาจนทุกวันนี้ก็คือ “พระเจ้านเรนทราทิตย์” แห่งราชวงศ์มหิทธรปุระ ผู้มีความสัมพันธ์อันดีกับอาณาจักรพระนครของขอมซึ่งเรืองอำนาจมากในยุคนั้น โดยท่านได้สร้างปราสาทหินพนมรุ้งตามคติความเชื่อของศาสนาฮินดูไศวะนิกาย ที่มีเขาพระสุเมรุเป็นศูนย์กลางของจักรวาล เพื่อต้องการให้ปราสาทหินพนมรุ้งเป็นดังทิพยวิมานของพระศิวะบนเขาไกรลาส และเป็นที่ประดิษฐานรูปเคารพของพระองค์หลังสิ้นชีวิต

แน่นอนว่าผู้ที่เดินเท้าจากทางขึ้นสู่ตัวปราสาทที่ตั้งโดดเด่นอยู่บนยอดเขานั้น จะต้องเดินผ่านทางเดินที่ถูกออกแบบลดหลั่นกันไปตามภูมิประเทศตามองค์ประกอบแห่งความเชื่อในเรื่องคติจักรวาล ไล่ไปตั้งแต่ชานชาลากากบาท ไปตามเส้นทางที่มีเสานางเรียงตั้งอยู่เรียงราย ผ่านสะพานนาคซึ่งเป็นดังจุดเชื่อมโลกมนุษย์เข้ากับโลกของเทพเจ้า

จากนั้นก็ผ่านชานชาลา บาราย โคปุระ แนวระเบียงคด ก่อนจะถึงยังปรางค์ประธาน อันเปรียบดังยอดเขาพระสุเมรุ ที่สร้างด้วย “หินทรายสีชมพู”สวยงามสมส่วน โดยตามจุดต่างๆจะมีภาพจำหลักลายที่ซุกซ่อนเรื่องราว และอารมณ์ขันของช่างขอมไว้ให้ผู้ที่ขึ้นปราสาทหินพนมรุ้งจะต้องใช้สายตาสอดส่องมองหา ไม่ว่าจะเป็นรูปฤษีนั่งอ่านตำราโดยมีไอ้นั่นโผล่ออกมา ภาพสตรีผู้สูงศักดิ์เปลือยถัน ภาพกลุ่มนักดนตรีในขบวนแห่ ซึ่งภาพสลักหินอันแฝงไปด้วยอารมณ์ขันที่ซุกซ่อนอยู่นั้น ถือว่าเป็นเสน่ห์ที่ไม่ควรมองข้ามด้วยประการทั้งปวงในการเดินเที่ยวชมปราสาทหินพนมรุ้ง

ส่วนภาพแกะสลักที่ถือว่าเป็นไฮไลท์ซึ่งใครๆที่มาเที่ยวปราสาทหินพนมรุ้งต้องมายืนดู หรือยืนเพ่งพินิจอย่างละเอียดลออก็คือ ภาพสลัก “ทับหลังนารายณ์บรรทมสินธุ์” ที่ ณ วันนี้ได้กลับมาตั้งโดดเด่นอยู่ที่หน้าบันทางทิศตะวันออกของปรางค์ประธาน ซึ่งภาพนี้ช่างชาวขอมได้บรรจงแกะสลักอย่างวิจิตรงดงาม ตามความเชื่อของศาสนาฮินดู ที่เปรียบรูปสลักนารายณ์บรรทมสินธุ์ คือการนอนของพระนารายณ์หรือพระวิษณุบนพญาอนันตนาคราช ณ ทะเลน้ำนมหรือเกษียรสมุทร ที่ทำให้เกิดดอกบัวผุดออกมาจากพระนาภี โดยมีพระพรหมพระผู้สร้างโลกเกิดขึ้นบนดอกบัว

นอกจากนี้ก็ยังมีภาพ “ศิวนาฏราช” ที่อยู่ด้านบนทับหลังนารายณ์บรรทมสินธุ์เป็นอีกหนึ่งภาพชูโรงรวมไปถึงภาพอารมณ์ขันที่ซุกซ่อนอยู่ตามมุมต่าง ในขณะที่ใจกลางของปรางก์ประธานมี “ศิวลึงค์” เป็นอีกหนึ่งจุดน่าสนใจ เพราะตามคติความเชื่อของศาสนาฮินดูไศวะนิกายนั้นจะบูชาพระศิวะด้วยการสร้างรูปเคารพเป็นศิวลึงค์บนฐานโยนี

ความพิเศษของศิวลึงค์ที่นี่ก็คือ จะมีท่อโสมสูตรหรือ ร่องรับน้ำศักดิ์สิทธิ์ ที่ได้จากพิธีกรรมเซ่นสังเวยองค์ศิวเทพ ด้วยการตักน้ำมนต์ราดรดลงบนศิวลึงค์ให้น้ำไหลไปทางร่องโยนี โดยมีประชาชนมารองรับน้ำศักดิ์สิทธิ์นำไปบูชาหรือดื่มกินเพื่อความเป็นสิริมงคล ซึ่งความเชื่อเกี่ยวกับศาสนาฮินดูไศวะนิกายนี่แหละที่ทำให้เกิดเป็นปราสาทหินพนมรุ้งที่สวยงามและมากไปด้วยเรื่องราวที่น่าสนใจ

“อันซีนไทยแลนด์”ที่ปราสาทหินพนมรุ้ง

ทุกๆปีในช่วงวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 5(ไทย) เขาพนมรุ้งจะคลาคล่ำไปด้วยคลื่นมหาชนที่ต่างก็หลั่งไหลเดินทางไปเพื่อรอชมความอัศจรรย์ของปรากฏการณ์ที่ แสงอาทิตย์ส่องตรงลอดทะลุประตูทั้ง 15 ช่อง ซึ่งปรากกฎการณ์ในวันนี้การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.)ได้ยกให้เป็นหนึ่งใน Unseen Thailand เพราะถือว่านี่เป็นอีกหนึ่งไฮไลท์สำคัญของการเที่ยวปราสาทหินพนมรุ้ง

สำหรับเรื่องนี้นักวิชาการต่างก็เชื่อกันว่า สถาปนิกขอมนั้นน่าจะเลือกสร้างปราสาทหินพนมรุ้ง โดยใช้แสงอาทิตย์ยามเช้ากำหนดทิศทางของปราสาท และแนวประตูทั้ง 15 ช่อง ซึ่งคาดว่าน่าจะตรงกับเทศกาลสงกรานต์ แต่ต่อมาการหมุนของโลกเบี่ยงเบนไปเรื่อยๆ วันที่พระอาทิตย์ส่องลอดทะลุประตูทั้ง 15 ช่อง จึงมักจะปรากฏในช่วงต้นเดือนเมษายนของบ้านเรา โดยในแต่ละปีทางจังหวัดบุรีรัมย์จะคำนวณวันออกมา จากนั้นก็ประกาศให้เป็นวันขึ้นเขาพนมรุ้ง ซึ่งใครที่สนใจอยากชมปรากฏการณ์อันน่าทึ่งก็อดใจรอไว้ในช่วงเดือนเมษายนปีหน้า แต่ว่าหากไปในวันนั้นคนจะเยอะมาก

ส่วนใครที่อยากเที่ยวชมปราสาทหินพนมรุ้งแบบสบายๆ ไม่มีคนพลุกพล่านผมแนะนำว่าควรไปช่วงวันธรรมดา ซึ่งหากใครไปเที่ยวแล้วจะสร้างอารมณ์ด้วยการเดินเที่ยวไป ฮัมเพลงทับหลังของคาราบาวอย่างที่ผมนิยมทำ ผมก็ไม่สงวนลิขสิทธิ์แต่อย่างใด

“เอาไมเคิล แจ๊คสัน คืนไป เอาพระนารายณ์คืนมา…เอาไมเคิล แจ๊คสัน คืนไป เอาพระนารายณ์คืนมา…”

สำหรับปีนี้ทางจังหวัดบุรีรัมย์และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) ได้จัดงานประเพณีขึ้นเขาพนมรุ้ง ประจำปี 2561 ระหว่างวันที่ 30 มี.ค.- 1 เม.ย. 2561 ณ บริเวณอุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.บุรีรัมย์

บทความโดย : ปิ่น บุตรี
ผู้จัดการออนไลน์

เผยแพร่: 


Like it? Share with your friends!

0 Comments

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

เลือกรูปแบบกระทู้
เรื่องราว
ข้อความ ภาพ วิดีโอ หรืออื่นๆ
เรื่องราวแบบแบ่งหัวข้อ
แบ่งเรื่องราวของคุณตามหัวข้อ