น้ำล้นสปิลเวย์ “เขื่อนห้วยยาง” ในรอบ 10 ปี ท่วมนาข้าวเกษตรกรเสียหายกว่า 40 ไร่

น้ำล้นสปิลเวย์ “เขื่อนห้วยยาง” ในรอบ 10 ปี ท่วมนาข้าวเกษตรกรเสียหายกว่า 40 ไร่

แบ่งปัน

บุรีรัมย์ฝนตกหนักน้ำล้นสปิลเวย์ เขื่อนห้วยยางในรอบ 10 ปี ท่วมนาข้าวเกษตรกรเสียหายกว่า 40 ไร่

                  ฝนตกหนักต่อเนื่อง น้ำป่าสะสมไหลลงสมทบน้ำต้นทุน ส่งผลให้น้ำล้นสปิลเวย์ เขื่อนห้วยยางเร็วเป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 10 ปี หลังเกินความจุ 13.80 ล้าน ลบ.ม. ด้าน ผอ.ชลประทานบุรีรัมย์ เผยปีนี้ฝนมาเร็วและตกต่อเนื่อง แต่ยังไม่ได้มีการระบายน้ำออก เกรงจะกระทบประชาชนที่อาศัยในพื้นที่ลุ่มต่ำ


(30 พ.ค.60) หลังจากเกิดฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง ครอบคลุมในหลายพื้นที่ของจังหวัดบุรีรัมย์ ทำให้น้ำที่สะสมตามป่า ไหลลงมาสมทบกับน้ำต้นทุนในเขื่อนห้วยยาง ต.ดอนอะราง อ.หนองกี่ จ.บุรีรัมย์ ยาง ซึ่งเป็นอ่างเก็บน้ำขนาดกลาง ความจุ 13.80 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) และเป็นอ่างต้นน้ำลำจักราช จ.นครราชสีมา ปริมาณน้ำเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจนน้ำล้นสปิลเวย์เขื่อนห้วยยาง และสูงเกินระดับกักเก็บประมาณ 10 เซนติเมตร (ซม.) จนล้นออกสปิลเวย์ เฉลี่ย 4.035 ลบ.ม.ต่อวินาที

  ทั้งนี้ ชาวบ้าน บอกว่า ถือเป็นปรากฏการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นในรอบเกือบ 10 ปี เพราะปกติน้ำจะล้นสปริลเวย์เขื่อนห้วยยาง ในช่วงเดือน ก.ย.ต.ค. แต่ปีนี้ฝนมาเร็วและตกติดต่อกันหลายวัน ส่วนน้ำที่ล้นออกสปิลเวย์เริ่มส่งผลกระทบเอ่อท่วมนาข้าวในเขตพื้นที่ ต.ดอนอะราง อ.หนองกี่ ท่วมนาข้าวแล้วกว่า 40 ไร่ เนื่องจากเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำ และเป็นทางน้ำไหลผ่าน


นายจรัล  โพธิ์เงิน ชาวบ้านบ้านดอนอะราง ต.ดอนอะราง อ.หนองกี่ บอกว่า ในปีนี้น้ำล้นสปิลเวย์เขื่อนห้วยยาง เร็วมากถือเป็นปรากฏการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นในรอบเกือบ 10 ปี เพราะมีฝนตกติดต่อกันหลายวัน ส่งผลทำให้เกิดน้ำท่วมขังพื้นที่นาข้าวของเกษตรกรที่ลงมือไถหว่านไว้เมื่อช่วงปลายเดือนเมษายน และต้นเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ในพื้นที่ตำบลดอนอะราง อำเภอหนองกี่ ได้รับความเสียหายสิ้นเชิงแล้วกว่า 40 ไร่ โดยระดับน้ำที่ท่วมนาข้าวเฉลี่ย 50 เซนติเมตรถึง 1 เมตร สร้างความเดือดร้อนให้แก่ชาวนา

            ด้านนายกิติกุล เสภาศีราภรณ์ ผู้อำนวยการโครงการชลประทานจังหวัดบุรีรัมย์ กล่าวว่า ช่วงนี้ในพื้นที่ จ.บุรีรัมย์ มีฝนตกอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ปริมาณน้ำในเขื่อนห้วยยางเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในวันที่ 30 พ.ค. มีน้ำกักเก็บ 13.945 ล้าน ลบ.ม. จากความจุอ่างเก็บน้ำทั้งหมด 13.80 ล้าน ลบ.ม. ซึ่งเกินความจุ 145,000 ลบ.ม. คิดเป็นกว่า 1 เปอร์เซ็นต์ของความจุอ่าง ทำให้ระดับน้ำสูงเกินระดับกักเก็บ และไหลล้นสปิลเวย์ ส่วนปัจจัยที่ทำให้น้ำในเขื่อนเพิ่มขึ้นเนื่องจากน้ำฝนตกติดต่อกันหลายวัน บวกกับน้ำต้นทุนที่มีอยู่ในเขื่อน

อย่างไรก็ตาม ถึงแม้น้ำจะเกินระดับกักเก็บ 100 เปอร์เซ็นต์แล้ว เขื่อนยังมีความมั่นคงปลอดภัย และทางชลประทานได้เฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด อีกทั้งยังไม่ได้มีการระบายน้ำออก เพราะเกรงจะกระทบต่อประชาชนที่อาศัยในพื้นที่ลุ่มต่ำ แต่ได้ประสานไปยังทางอำเภอ เพื่อให้เร่งประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงที่น้ำไหลผ่าน หรือพื้นที่ลุ่มต่ำ ให้เฝ้าระวังและติดตามข่าวสารจากทางราชการอย่างต่อเนื่องด้วย เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากน้ำที่ล้นออกสปิลเวย์

                                                                                             ที่มาข่าว : สุรชัย  พิรักษา / สวท.บุรีรัมย์ สำนักประชาสัมพันธ์เขต 2 

คอมเม้นต์

คอมเม้นต์