ไม่มีหมวดหมู่

“บุรีรัมย์”ประชากรอันดับ 5 ของประเทศ!! 10 อันดับอำเภอที่มีประชากรมากที่สุดของบุรีรัมย์


บุรีรัมย์ เป็นจังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง มีจำนวนประชากรมากเป็นอันดับที่ 5 และมีพื้นที่กว้างเป็นอันดับที่ 17 ของประเทศไทย

จังหวัดบุรีรัมย์ ตั้งอยู่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่างของประเทศไทย ระหว่างเส้นรุ้งที่ 14 องศา 15 ลิปดาเหนือกับ 15 องศา 45 ลิปดาเหนือ เส้นแวงที่ 102 องศา 30 ลิปดากับ 103 องศา 45 ลิปดาตะวันออก ห่างจากกรุงเทพมหานครโดยทางรถยนต์ประมาณ 412 กิโลเมตร ทางรถไฟประมาณ 376 กิโลเมตร มีอาณาเขตติดต่อกับจังหวัดและประเทศใกล้เคียงดังนี้

ทิศเหนือ ติดต่อกับจังหวัดขอนแก่น จังหวัดมหาสารคาม และจังหวัดสุรินทร์
ทิศตะวันออก ติดต่อกับจังหวัดสุรินทร์
ทิศใต้ ติดต่อกับจังหวัดสระแก้ว และประเทศกัมพูชา
ทิศตะวันตก ติดต่อกับจังหวัดนครราชสีมา
จังหวัดบุรีรัมย์ มีเนื้อที่รวม 10,322,885 ตารางกิโลเมตร หรือ 6,451,178,125 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 6.11 ของพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และร้อยละ 2.01 ของพื้นที่ประเทศ


ได้รับการสนับสนุน
บุรีรัมย์เวิลด์
👍👍👉โปรโมชั่นพิเศษสุดฉลองเปิดร้านใหม่ 🌼🌼เพียง 50 คนเท่านั้น 🌸🌸จัดฟัน 32,999.- 💝💝ฟรี ถ่ายรูปวางแผนการรักษา. 💋💋ฟรี พิมพ์ฟัน. 🤗🤗ฟรี X-Ray ระบบ ดิจิตอล 3 มิติ วางแผนได้แม่นยำ. 💋💋ฟรี รีเทนเนอร์สีสันสดใส (50 คนแรกเท่านั้น!!). 🚗🚗คลีนิกทันตกรรม แอสไปร์ เด็นทัล คลีนิก เยื้ยงธนาคารกรุงไทย ใกล้ถนนคนเดินเซราะกราว. 👏👏ปราถนาให้ทุกคนมีรอยยิ้มสวยสดใส
คลิกติดต่อคลินิก Aspire Dental Clinic แอสไปร์ เด็นทัล คลีนิก

การปกครองแบ่งออกเป็น 23 อำเภอ 189 ตำบล 2,212 หมู่บ้าน ซึ่งอำเภอทั้ง 23 อำเภอ


ได้รับการสนับสนุน
บุรีรัมย์เวิลด์
👍👍👉โปรโมชั่นพิเศษสุดฉลองเปิดร้านใหม่ 🌼🌼เพียง 50 คนเท่านั้น 🌸🌸จัดฟัน 32,999.- 💝💝ฟรี ถ่ายรูปวางแผนการรักษา. 💋💋ฟรี พิมพ์ฟัน. 🤗🤗ฟรี X-Ray ระบบ ดิจิตอล 3 มิติ วางแผนได้แม่นยำ. 💋💋ฟรี รีเทนเนอร์สีสันสดใส (50 คนแรกเท่านั้น!!). 🚗🚗คลีนิกทันตกรรม แอสไปร์ เด็นทัล คลีนิก เยื้ยงธนาคารกรุงไทย ใกล้ถนนคนเดินเซราะกราว. 👏👏ปราถนาให้ทุกคนมีรอยยิ้มสวยสดใส
คลิกติดต่อคลินิก Aspire Dental Clinic แอสไปร์ เด็นทัล คลีนิก

การปกครองส่วนท้องถิ่น แบ่งออกเป็น 3 เทศบาลเมือง 59 เทศบาลตำบล 1 องค์การบริหารส่วนจังหวัด และ 146 องค์การบริหารส่วนตำบล

รายงานสถิติจำนวนประชากรและบ้านประจำปี พ.ศ.2560 ข้อมูลจากกรมการปกครอง จังหวัดบุรีรัมย์มีประชากรทั้งสิ้น 1,591,905 คน โดยอำเภอที่มีประชากรมาก 10 อันดับแรกดังนี้

อันดับที่ 10

อำเภอคูเมือง ประชากร 67,835 คน (พ.ศ.2559)

อำเภอคูเมืองตั้งอยู่ทางทิศเหนือของจังหวัด มีอาณาเขตติดต่อกับเขตการปกครองข้างเคียงดังต่อไปนี้

ทิศเหนือ ติดต่อกับอำเภอเมืองยาง (จังหวัดนครราชสีมา) อำเภอพุทไธสง และอำเภอชุมพลบุรี (จังหวัดสุรินทร์)
ทิศตะวันออก ติดต่อกับอำเภอแคนดงและอำเภอบ้านด่าน
ทิศใต้ ติดต่อกับอำเภอเมืองบุรีรัมย์
ทิศตะวันตก ติดต่อกับอำเภอลำปลายมาศ และอำเภอลำทะเมนชัย (จังหวัดนครราชสีมา)

การปกครองอำเภอคูเมืองแบ่งพื้นที่การปกครองออกเป็น 7 ตำบล 106 หมู่บ้าน

อันดับที่ 9

อำเภอหนองกี่ ประชากร 70,428 คน (พ.ศ.2559)

อำเภอหนองกี่ เดิมเป็นพื้นที่อยู่ในเขตการปกครอง อำเภอนางรอง กระทรวงมหาดไทย ประกาศตั้งเป็นกิ่งอำเภอหนองกี่ เมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2517 ขณะนั้นแบ่งเขตการปกครองออกเป็น 3 ตำบล ได้แก่ ตำบลหนองกี่ ตำบลเย้ยปราสาท ตำบลเมืองไผ่ ต่อมาได้มีพระราชกฤษฎีกายกฐานะขึ้นเป็นอำเภอ เมื่อวันที่ 13 เมษายน 2522

การปกครองอำเภอหนองกี่แบ่งพื้นที่การปกครองออกเป็น 10 ตำบล 108 หมู่บ้าน

อันดับที่ 8

อำเภอละหานทราย ประชากร 73,605 คน (พ.ศ.2559)

ละหานทราย เป็นคำรวม ละหาน หมายถึง สภาพท้องที่ซึ่งอุดมไปด้วยที่ราบลุ่ม ทราย หมายถึง สัตว์ป่าชนิดหนึ่ง มีความสวยงามปราดเปรียว รวมคำว่า ละหานทราย หมายถึงพื้นที่ราบลุ่มอุดมสมบูรณ์ชุกชุมไปด้วยเนื้อทราย เดิมพื้นที่นี้เป็น ป่าทึบ มีสัตว์ป่าโดยเฉพาะเนื้อทรายเป็นจำนวนมาก
อำเภอละหานทรายตั้งอยู่ทางทิศใต้ของจังหวัด มีอาณาเขตติดต่อกับเขตการปกครองข้างเคียงดังต่อไปนี้

ทิศเหนือ ติดต่อกับอำเภอนางรองและอำเภอเฉลิมพระเกียรติ
ทิศตะวันออก ติดต่อกับอำเภอประโคนชัยและอำเภอบ้านกรวด
ทิศใต้ ติดต่อกับจังหวัดบ้านใต้มีชัย (ราชอาณาจักรกัมพูชา) และอำเภอตาพระยา (จังหวัดสระแก้ว)
ทิศตะวันตก ติดต่อกับอำเภอโนนดินแดงและอำเภอปะคำ

การปกครองอำเภอละหานทรายแบ่งพื้นที่การปกครองออกเป็น 6 ตำบล 84 หมู่บ้าน

อันดับที่ 7

อำเภอบ้านกรวด ประชากร 76,681 คน (พ.ศ.2559)

อำเภอบ้านกรวด เดิมเป็นท้องที่มีฐานะเป็นตำบลขึ้นอยู่กับอำเภอประโคนชัย ประกาศจัดตั้งเป็นกิ่งอำเภอเมื่อปี พ.ศ. 2481 โดยมีเขตการปกครอง 1 ตำบล คือตำบลบ้านกรวด และต่อมาได้มีพระราชกฤษฏีกายกฐานะเป็นอำเภอเมื่อปี พ.ศ. 2508 ในช่วงปี พ.ศ. 2518 อยู่ในระหว่างเหตุการณ์ที่พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย

อำเภอบ้านกรวดตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของจังหวัด มีอาณาเขตติดต่อกับเขตการปกครองข้างเคียงดังต่อไปนี้

ทิศเหนือ ติดต่อกับอำเภอประโคนชัย
ทิศตะวันออก ติดต่อกับอำเภอปราสาทและอำเภอพนมดงรัก (จังหวัดสุรินทร์)
ทิศใต้ ติดต่อกับจังหวัดอุดรมีชัย (ประเทศกัมพูชา)
ทิศตะวันตก ติดต่อกับอำเภอละหานทราย

การปกครองอำเภอบ้านกรวดแบ่งพื้นที่การปกครองออกเป็น 9 ตำบล 115 หมู่บ้าน

อันดับที่ 6

อำเภอกระสัง ประชากร 105,564 คน (พ.ศ.2559)

อำเภอกระสังเดิมเป็นหมู่บ้านเล็ก ๆ ขึ้นตรงกับตำบลสองชั้น อำเภอเมืองบุรีรัมย์ ต่อมาในปี พ.ศ. 2480 ได้ยกฐานะเป็นตำบลกระสังและโดยที่มีทางรถไฟผ่าน จึงเป็นย่านการค้ามีความเจริญขึ้นตามลำดับ จึงได้รับการจัดตั้งเป็นกิ่งอำเภอ เมื่อปี พ.ศ. 2495 ครั้งแรกมี 3 ตำบล คือกระสัง สองชั้น และลำดวน ปี พ.ศ. 2501 ได้ยกฐานะเป็นอำเภอกระสัง

อำเภอกระสังตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของจังหวัด มีอาณาเขตติดต่อกับเขตการปกครองข้างเคียงดังต่อไปนี้

ทิศเหนือ ติดต่อกับอำเภอสตึก
ทิศตะวันออก ติดต่อกับอำเภอเมืองสุรินทร์ (จังหวัดสุรินทร์)
ทิศใต้ ติดต่อกับอำเภอเมืองสุรินทร์ อำเภอปราสาท (จังหวัดสุรินทร์) อำเภอพลับพลาชัย และอำเภอเมืองบุรีรัมย์
ทิศตะวันตก ติดต่อกับอำเภอเมืองบุรีรัมย์และอำเภอห้วยราช

การปกครองอำเภอกระสังแบ่งพื้นที่การปกครองออกเป็น 11 ตำบล 168 หมู่บ้าน

อันดับที่ 5

อำเภอสตึก ประชากร 112,347 คน (พ.ศ.2559)

อำเภอสตึกแต่ก่อนมีสภาพเป็นป่าดงดิบอุดมไปด้วยน้ำ มีประชากรส่วนหนึ่งมาตั้งรกรากพูดภาษาเขมร และเรียกป่าดงดิบนี้ว่า หมู่บ้านน้ำ แต่เดิมอำเภอสตึกเป็นเพียงตำบลหนึ่งของจังหวัดบุรีรัมย์ เมื่อมีราษฎรอพยพมาจากที่อื่นมาตั้งรกรากมากขึ้น ทางราชการจึงยกฐานะประกาศ ตั้งเป็นกิ่งอำเภอ เมื่อ พ.ศ. 2490 เดิมสภาพที่ว่าการอำเภอเป็นเรือนไม้สองชั้น ต่อมาเมื่อปี พ.ศ. 2519 ตัวอาคารถูกเพลิงไหม้และได้รับการก่อสร้างขึ้นใหม่เป็นอาคารตึกสองชั้นจนถึงปัจจุบัน
อำเภอสตึก ชื่อ สตึก มาจากภาษาเขมรแปลว่า น้ำ (สเราะ + ตึก / เมือง + น้ำ) หมายถึง เมืองที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยน้ำ สมดับมีม้ำมูลกับลำน้ำชีไหลผ่าน

อำเภอสตึกตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของจังหวัด มีอาณาเขตติดต่อกับเขตการปกครองข้างเคียงดังต่อไปนี้

ทิศเหนือ ติดต่อกับอำเภอชุมพลบุรี (จังหวัดสุรินทร์)
ทิศตะวันออก ติดต่อกับอำเภอท่าตูม อำเภอจอมพระ และอำเภอเมืองสุรินทร์ (จังหวัดสุรินทร์)
ทิศใต้ ติดต่อกับอำเภอกระสัง อำเภอห้วยราช และอำเภอบ้านด่าน
ทิศตะวันตก ติดต่อกับอำเภอบ้านด่านและอำเภอแคนดง

การปกครองอำเภอสตึกแบ่งพื้นที่การปกครองออกเป็น 12 ตำบล 179 หมู่บ้าน

ลำดับที่ 4

อำเภอนางรอง ประชากร 113,230 คน (พ.ศ.2559)

ปี พ.ศ. 2435 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้โปรดเกล้าฯ จัดระบบการปกครองใหม่เป็น กระทรวง มณฑล ได้รวมเมืองนางรอง เมืองบุรีรัมย์ เมืองตลุง (อำเภอประโคนชัยในปัจจุบัน) เมืองรัตนบุรี เมืองพิมาย เมืองพุทไธสง เข้าเป็นเมืองเดียวกัน เรียกว่า “บริเวณนางรอง” มีพระนครภักดี (ทองดี) รักษาการแทนเจ้าเมืองนางรอง ต่อมาอาณาเขตของเมืองนางรองเปลี่ยนแปลงไปคือ เมืองรัตนบุรีไปขึ้นกับสุรินทร์ เมืองพิมายไปขึ้นกับนครราชสีมา แล้วจึงตั้งเมืองแป๊ะขึ้นเป็นจังหวัดเรียกว่า “จังหวัดบุรีรัมย์” เมืองนางรองจึงเป็นอำเภอหนึ่งของจังหวัดบุรีรัมย์

การปกครองอำเภอนางรองแบ่งพื้นที่การปกครองออกเป็น 15 ตำบล 188 หมู่บ้าน

ลำดับที่ 3

อำเภอลำปลายมาศ ประชากร 134,014 คน (พ.ศ. 2559)

เดิมบริเวณอำเภอลำปลายมาศเป็นเพียงหมู่บ้านเล็ก ชุมชนกลุ่มน้อย ไม่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์มากนัก จวบจนกระทั่งทางราชการได้สร้างทางรถไฟจากนครราชสีมา (สร้างถึงนครราชสีมาเมื่อวันที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2443 และถึงบุรีรัมย์เมื่อวันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2468) ผ่านเข้ามาทางหมู่บ้านแห่งนี้ จึงมีราษฎรหลั่งไหลเข้าจับจองที่ดิน บุกป่าถางพงปลูกบ้านแปงเมือง มีบ้านเรือนจำนวนมากขึ้นโดยลำดับ

เมื่อเส้นทางรถไฟผ่านจนไปสิ้นสุดลงที่อุบลราชธานีแล้ว จึงมีคนตั้งชื่อหมู่บ้านบริเวณนี้ขึ้น เรียกกันมาตลอดว่า “บ้านหนองยาง” ช่วงเวลานั้นเมื่อสถานีรถไฟแล้วชาวบ้านก็ยังเรียกชื่อสถานีว่า “สถานีหนองยาง” ตลอดมา สำหรับคำชาวบ้านทั่วไปมักจะเรียกชื่อกันติดปากว่า “สะเตหนองยาง”

ลำดับที่ 2

อำเภอประโคนชัย ประชากร 136,556 คน (พ.ศ. 2559)

เดิมคือเมืองตะลุง อยู่ที่บ้านตะลุงเก่า ตำบลโคกม้า และอพยพย้ายมาอยู่บริเวณเนินกลางทุ่งประโคนชัย เมื่อปี พ.ศ. 2440 เป็นชัยภูมิเหมาะแก่การตั้งเมือง มีคลองน้ำธรรมชาติล้อมรอบเนินบริเวณนี้ คำว่า “ตะลุง” หมายถึง เสาใหญ่ หรือ เสาหิน สำหรับผูกช้าง (ซึ่งเชื่อกันว่า ร.1 ทรงผูกช้าง ณ บริเวณที่อำเภอประโคนชัย) เมื่อ ร.ศ.116 เมืองตะลุงได้ตั้งเป็นอำเภอชื่อ อำเภอประโคนไชย ในปี 2460 เปลี่ยนเป็น อำเภอตะลุง ต่อมาได้เปลี่ยนเป็น อำเภอประโคนชัย คำว่าประโคนชัย เพี้ยนมาจากคำว่า “ปังกูล” ในภาษาเขมรที่แปลว่า เสาหิน ในปี 2482 ปัจจุบันอำเภอประโคนชัย ครบรอบ 120 ปีในวันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2560 และ คำว่า “ประโคน” ยังเป็นคำที่ใช้ต่อท้ายนามสกุล เป็นต้นกำเนิดนามสกุลคนประโคนชัย และยังเป็นคำต่อท้ายนามสกุลที่ใช้มากที่สุดในจังหวัดบุรีรัมย์ด้วย

การปกครองอำเภอประโคนชัยแบ่งพื้นที่การปกครองออกเป็น 16 ตำบล 182 หมู่บ้าน

ลำดับที่ 1

อำเภอเมืองบุรีรัมย์ ประชากร 219,708 คน (พ.ศ. 2559)

หลักฐานทางประวัติศาสตร์ของจังหวัดบุรีรัมย์ เริ่มมีขึ้นอีกครั้งตอนปลายสมัยกรุงศรีอยุธยา โดยปรากฏชื่อว่าเป็นเมืองเก่าและปรากฏชื่อต่อมาในสมัยกรุงธนบุรีถึงสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ว่าบุรีรัมย์มีฐานะเป็นเมือง ๆ หนึ่ง และรู้จักในนามเมืองแปะจนถึง พ.ศ. 2476 ได้มีการจัดระเบียบราชการบริหารส่วนภูมิภาคใหม่ จึงได้ชื่อเป็นจังหวัดบุรีรัมย์มาจนถึงปัจจุบันนี้

อำเภอเมืองบุรีรัมย์ตั้งอยู่ทางตอนกลางของจังหวัด มีอาณาเขตติดต่อกับเขตการปกครองข้างเคียงดังต่อไปนี้

ทิศเหนือ ติดต่อกับอำเภอคูเมืองและอำเภอบ้านด่าน
ทิศตะวันออก ติดต่อกับอำเภอบ้านด่าน อำเภอห้วยราช และอำเภอกระสัง
ทิศใต้ ติดต่อกับอำเภอพลับพลาชัย อำเภอประโคนชัย อำเภอนางรอง และอำเภอชำนิ
ทิศตะวันตก ติดต่อกับอำเภอลำปลายมาศ

การปกครองอำเภอเมืองบุรีรัมย์แบ่งพื้นที่การปกครองออกเป็น 19 ตำบล 323 หมู่บ้าน


Like it? Share with your friends!

เลือกรูปแบบกระทู้
เรื่องราว
ข้อความ ภาพ วิดีโอ หรืออื่นๆ
เรื่องราวแบบแบ่งหัวข้อ
แบ่งเรื่องราวของคุณตามหัวข้อ