บุรีรัมย์หนุ่มซิ่งกระบะเสียหลักพุ่งชนเสาไฟระวังทางก่อสร้าง ก่อนอัดกับต้นไม้ติดภายในสาหัส

บุรีรัมย์หนุ่มซิ่งกระบะเสียหลักพุ่งชนเสาไฟระวังทางก่อสร้าง ก่อนอัดกับต้นไม้ติดภายในสาหัส

แบ่งปัน

บุรีรัมย์หนุ่มซิ่งกระบะบนถนนที่กำลังก่อสร้างเสียหลักพุ่งชนเสาไฟระวังก่อนอัดกับต้นไม้ติดภายในสาหัส

บุรีรัมย์หนุ่มซิ่งกระบะไปส่งเพื่อนขับ จยย.จะกลับบ้านด้วยความเร็ว บนถนนที่กำลังก่อสร้างต่างระดับและขยายสะพาน เสียหลักพุ่งชนเสาไฟเตือนระวังก่อนรถเหวี่ยงด้านประตูคนขับอัดกับต้นไม้ใหญ่ข้างทาง ทำให้คนขับติดภายในกู้ภัยฯ ต้องใช้เครื่องตัดถ่างเร่งงัดออกจากซากรถอาการสาหัสเป็นตายเท่ากัน

เมื่อเวลา 03.00 น. (14 มิ.ย.60) พ.ต.ต.ชนะมาร เดิมปักษี พนักงานสอบสวน สภ.เมืองบุรีรัมย์ ได้รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุรถกระบะเสียหลักพุ่งชนเสาไฟระวัง บนถนนที่กำลังก่อสร้างขยายสะพาน ก่อนรถจะเหวี่ยงไปฟาดกับต้นไม้ข้างมีคนติดภายใน 1 ราย จึงได้ประสานหน่วยกู้ภัยสว่างจรรยาธรรมสถาน นำอุปกรณ์และเครื่องตัดถ่างรุดไปยังที่เกิดเหตุ

ที่เกิดเหตุเป็นถนนสายบุรีรัมย์ – ห้วยราช บริเวณบ้านโคกมะกอก ต.อิสาณ อ.เมืองบุรีรัมย์ ซึ่งอยู่ระหว่างก่อสร้างขยายสะพานและไหล่ทางเป็นทางต่างระดับ พบรถกระบะยี่ห้อ อีซูซุ แคป สีขาว ทะเบียน บย – 6202 บุรีรัมย์

โดยมีคนขับทราบชื่อภายหลัง คือ นายจักรพันธ์ การเพียร อายุ 25 ปี ถูกอัดก๊อปปี้ติดกับคอนโซนหน้ารถอาการสาหัส จากนั้นอาสากู้ชีพเทศบาลอิสาณ และหน่วยกู้ภัยสว่างจรรยาธรรม ได้เร่งช่วยกันใช้เครื่องตัดถ่างงัดนำร่างผู้บาดเจ็บออกจากซากรถ

โดยใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมงจึงสามารถนำผู้บาดเจ็บออกจากซากรถได้ ซึ่งมีอาการสาหัสไม่ได้สติเป็นตายเท่ากัน ก่อนจะรีบเคลื่อนย้ายจากจุดเกิดเหตุไปส่งโรงพยาบาลบุรีรัมย์ เพื่อให้แพทย์ช่วยชีวิตอย่างเร่งด่วน ขณะที่สภาพรถพังเสียหายเกือบทั้งคันกันชนหน้ารถหลุดกระเด็น ล้อหลังด้านขวาหลุดออกจากตัวรถ

โรงพยาบาลบุรีรัมย์

จากการสอบถามเพื่อนผู้บาดเจ็บ เล่าว่า นายจักรพันธ์ มีอาชีพขายของอยู่ในตลาดสดเมืองบุรีรัมย์ ได้ขับรถกระบะคันดังกล่าวจะมุ่งหน้าไปส่งเพื่อนที่ซึ่งขับขี่รถจักรยานยนต์จะกลับบ้านที่ อ.ห้วยราช

แต่พอมาถึงจุดเกิดเหตุซึ่งเป็นทางต่างระดับกำลังทำการก่อสร้าง จึงเสียหลักพุ่งชนเสาไฟระวังก่อนรถจะเหวี่ยงไปฟาดกับต้นไม้อย่างแรง เป็นเหตุให้นายจักรพันธ์ คนขับอัดก็อปปี้ติดคาซากรถอาการสาหัส

ทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้สอบสวนเพื่อนผู้บาดเจ็บ และผู้เห็นเหตุการณ์อย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อหาสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุที่แท้จริงอีกครั้ง พร้อมทั้งจะประสานทางโรงพยาบาลเพื่อทำการตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์ในร่างกายผู้ขับขี่ด้วย ว่ามีระดับแอลกอฮอล์ในร่างกายเกินกว่ากฎหมายกำหนดหรือไม่

สุรชัย พิรักษา / สวท.. บุรีรัมย์

คอมเม้นต์

คอมเม้นต์