บุรีรัมย์-ปล้นอุกอาจ!! ซิ่งกระบะกระหน่ำยิงคนขับรถ 18 ล้อ ชิงพ่วงข้าวสาร 20 ตันหลบหนี

บุรีรัมย์-ปล้นอุกอาจ!! ซิ่งกระบะกระหน่ำยิงคนขับรถ 18 ล้อ ชิงพ่วงข้าวสาร 20 ตันหลบหนี

แบ่งปัน

บุรีรัมย์รวบ 2 ใน 3คนร้ายลูกซองกระหน่ำยิงคนขับรถพ่วง 18 ล้อบรรทุกข้าวสาร 20 ตันก่อนชิงรถหลบหนี

คนร้ายขับปิกอัพประกบก่อนใช้ปืนลูกซองกระหน่ำยิงคนขับรถพ่วง 18 ล้อบรรทุกข้าวสาร 20 ตันจากนครนายกมุ่งหน้าไปส่งที่บุรีรัมย์เสียชีวิต ก่อนถอดเอาพ่วงตัวแม่ที่มีข้าวสารหนัก 10 ตันขับหลบหนี

ตร.บุรีรัมย์ร่วมกับชุดสืบภาค 3 ลงพื้นที่แกะรอยไล่ล่าคนร้าย พบพ่วงตัวแม่ที่ถูกชิงมาจอดทิ้งกลางป่าใกล้ชายแดน ไม่นานตำรวจตามรวบผู้ก่อเหตุ 2 คนใน3 คนได้ทันควันอ้างโมโหถูกขับรถตัดหน้า ตร.ไม่เชื่อคาดหวังชิงรถหรือข้าวสาร

เมื่อเวลาประมาณ 03.00 น. (5 ต.ค.60) พ.ต.ท.สงวน การเพียร รอง ผกก.สอบสวน สภ.ละหานทราย จ.บุรีรัมย์ ได้รับแจ้งจากศูนย์กู้ภัยฯ ว่ามีเหตุรถชนกันและมีคนถูกยิงได้รับบาดเจ็บสาหัสในที่เกิดเหตุด้วย บริเวณถนนสายปะคำ – โนนดินแดง กม.ที่ 106-107 ตำบลหูทำนบ อำเภอปะคำ

จึงได้รายงานให้ พ.ต.อ.โรมรัน จินดานุภาพ ผกก.สภ.ปะคำ รับทราบก่อนจะรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุ พบรถพ่วง 10 ล้อ หมายเลขทะเบียน 82 – 9513 บุรีรัมย์

ในสภาพตกลงไปในทุ่งนาข้างทางพังเสียหายมีผู้บาดเจ็บเป็นชาย 1 ราย หน่วยกู้ภัยได้นำส่งโรงพยาบาลแล้ว ห่างกันเล็กน้อยของอีกฝั่งถนนด้านทิศตะวันออกพบเพียงตัวพ่วงลูกของรถบรรทุก 18 ล้อ ยี่ห้อ อีซูซุ ทะเบียน 71 – 7690 สระบุรี

และมีข้าวสารกระจัดกระจายเกลื่อนถนน แต่กลับไม่พบตัวพ่วงแม่ หมายเลขทะเบียน 71 – 7692 สระบุรี และห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 40 เมตร พบร่างนายสุวัตร์ ทบหลง อายุ 36 ปี อยู่ต.โคคลาน อ.ตาพระยา จ.สระแก้ว

ในสภาพถูกอาวุธปืนยิงหน้าอกด้านซ้ายทะลุหลังและคมกระสุนกระจายเต็มหน้าอก ซึ่งคาดว่าน่าจะถูกอาวุธปืนลูกซองยิง หายใจหวยริน จึงรีบนำส่งโรงพยาบาลโนนดินแดง

จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ตามไปที่โรงพยาบาล เพื่อสอบถามข้อมูลเบื้องต้นซึ่ง นายสุวัตร์ ได้ให้การกับเจ้าหน้าที่ว่า ได้ขับรถพ่วง 18 ล้อคันดังกล่าวบรรทุกข้าวสารมาจากจังหวัดนครนายก 20 ตัน

เพื่อจะนำไปส่งร้านค้าในจังหวัดบุรีรัมย์ แต่พอมาถึงจุดเกิดเหตุได้มีคนร้ายเป็นชาย 2 คนขับรถปิกอัพมาประกบแล้วใช้ปืนลูกซองยิงใส่ พร้อมบังคับให้จอดรถก่อนจะใช้ค้อนทุบกระจกด้านข้างประตู

จึงกระโดดลงจากรถวิ่งหนีแต่คนร้ายก็ยังวิ่งไล่ตามไปยิงอีก 2 นัด รวม 3 นัด แต่ถูกหน้าอก 1 นัด จากนั้นคนร้ายได้ถอดเอาตัวแม่ขับหลบหนีไป ทิ้งพ่วงลูกไว้บนถนน จนมีรถสิบล้อที่ขับตามหลังมามองไม่เห็นพุ่งชนเต็มแรงจนตกถนน แต่สุดท้ายนายสุวัตร์ ทนพิษบาดแผลไม่ไหวได้เสียชีวิตในเวลาต่อมา

จากการประมวลเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เบื้องต้นเจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่าน่าจะเป็นการชิงทรัพย์รถเพราะมีมูลค่าหลักล้าน หรืออาจจะหวังเอาข้าวสารไปขายเพราะหากขายจะมูลค่าหลักแสน

จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ประสานไปยังเจ้าของรถพ่วงเพื่อตรวจสอบพิกัด จีพีเอส. ซึ่งก็พบพิกัดว่ารถคันดังกล่าวอยู่บริเวณบ้านหนองตาเยาว์ ต.หนองแวง อ.ละหานทราย จ.บุรีรัมย์ ติดกับชายแดนประเทศเพื่อนบ้าน

ต่อมา พ.ต.อ.วรชาติ แสนคำ ผู้กำกับการกองบังคับการสืบสวน 1 ตำรวจภูธรภาค 3 พร้อม พ.ต.อ.โรมรัน จินดานุภาพ ผกก.สภ.ปะคำ และ พ.ต.ท.ชิษณุพงษ์ เถียรกิตติพงษ์ รอง ผกก.สภ.ปะคำ พร้อมตำรวจกองพิสูจน์หลักฐาน ได้เดินทางไปยังจุดที่พบพิกัดรถพ่วง ซึ่งพบว่าถูกจอดทิ้งไว้กลางป่าติดเขตชายแดน

ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบภูธรจังหวัดบุรีรัมย์ ก็ได้ร่วมกับชุดสืบ สภ.ปะคำ , สภ.ละหานทราย , สภ.โนนดินแดง และชุดสืบภาค 3 นครราชสีมา ก็ได้กระจายกำลังออกหาเบาะและติดตามไล่ล่าคนร้ายที่ก่อเหตุอย่างอุกอาจโหดเหี้ยม

จากนั้นไม่กี่ชั่วโมงเจ้าหน้าที่ตำรวจก็สามารถติดตามจับกุมตัวผู้ร่วมก่อเหตุได้ทันควัน คือ นายกำพล เขจรรักษ์ อายุ 28 ปี ชาว ต.หนองแวง อ.ละหานทราย จ.บุรีรัมย์

ซึ่งเป็นคนขับตัวพ่วงแม่หลบหนีมาจอดทิ้งไว้ในป่า พร้อมอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุ และนายสัญญา สุริยะบุญ อายุ 43 ปี ซึ่งเป็นพี่เขย ที่นายกำพลนำอาวุธปืนไปซุกซ่อนไว้ที่บ้านหลังจากก่อเหตุ

แต่นายบุญครอง จงจำ หรือแจ๊ค อายุ 22 ปี ซึ่งเป็นผู้ลงมือก่อเหตุยิงคนขับรถพ่วงเสียชีวิต ได้ไหวตัวหลบหนีไป ซึ่งเจ้าหน้าที่กำลังออกติดตามไล่ล่ามาดำเนินคดี

จากการสอบถามนายกำพล ให้การว่าวันเกิดเหตุได้ขับรถกลับจากเที่ยวในตัวเมืองบุรีรัมย์กับนายบุญครอง หรือแจ๊ค แต่พอมาถึงหน้าปั้มน้ำมันอ้างว่ารถพ่วงคันดังกล่าว

ขับตัดหน้าทำให้โมโหจึงขับไล่ตามแล้วใช้ปืนที่พกมาในรถกระหน่ำคนขับ จากนั้นก็ทำการถอดพ่วงลูกออกแล้วขับตัวพ่วงแม้หลบหนี แต่ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อเพราะพฤติการณ์ขัดกับคำให้การ ซึ่งจะได้เร่งติดตามตัวนายแจ๊ค ที่ยังหลบหนีมาสอบสวนข้อเท็จจริง และดำเนินคดีตามกฎหมายให้ได้โดยเร็ว

สุรชัย พิรักษา / สวท.บุรีรัมย์

คอมเม้นต์

คอมเม้นต์