ไม่มีหมวดหมู่

บุรีรัมย์-ป้าวัย 50 ทิ้งอาชีพรับจ้าง หันเลี้ยงจิ้งหรีดขาย รายได้ปีละเป็นแสนๆ ทำยังไงมาดูกัน


บุรีรัมย์ป้าวัย 50 พลิกผันจากอาชีพรับจ้างรายได้ไม่แน่นอนเพาะเลี้ยงจิ้งหรีดขายรายได้ดีปีละกว่าแสนบาท


ป้าวัย 50 ปีชาวจ.บุรีรัมย์ พลิกผันจากอาชีพรับจ้างรายได้ไม่แน่นอน หันมาเพาะเลี้ยงจิ้งหรีดในท่อปูนซีเมนต์ ใช้พืชผักที่หาได้จากชุมชนเป็นอาหารลดต้นทุนในการเพาะเลี้ยง ใช้เวลาเพียง 45 วันสามารถจับขายได้ ปัจจุบันมีลูกค้ามารับซื้อถึงบ้านจนจิ้งหรีดโตไม่ทันความต้องการ สร้างรายได้ปีละกว่าแสนบาท

(19 มิ.ย.60) นางพรรณี บุษราคัม หรือป้าต่าย อายุ 50 ปี ชาวบ้านบ้านกุง ตำบลชุมเห็ด อำเภอเมือง จังหวัดบุรีรัมย์ ได้พลิกผันจากการทำอาชีพรับจ้างทั่วไปที่มีรายได้ไม่แน่นอน หันมาเพาะเลี้ยงจิ้งหรีดในบ่อปูนซีเมนต์


ได้รับการสนับสนุน
บุรีรัมย์เวิลด์
👍👍👉โปรโมชั่นพิเศษสุดฉลองเปิดร้านใหม่ 🌼🌼เพียง 50 คนเท่านั้น 🌸🌸จัดฟัน 32,999.- 💝💝ฟรี ถ่ายรูปวางแผนการรักษา. 💋💋ฟรี พิมพ์ฟัน. 🤗🤗ฟรี X-Ray ระบบ ดิจิตอล 3 มิติ วางแผนได้แม่นยำ. 💋💋ฟรี รีเทนเนอร์สีสันสดใส (50 คนแรกเท่านั้น!!). 🚗🚗คลีนิกทันตกรรม แอสไปร์ เด็นทัล คลีนิก เยื้ยงธนาคารกรุงไทย ใกล้ถนนคนเดินเซราะกราว. 👏👏ปราถนาให้ทุกคนมีรอยยิ้มสวยสดใส
คลิกติดต่อคลินิก Aspire Dental Clinic แอสไปร์ เด็นทัล คลีนิก


ได้รับการสนับสนุน
บุรีรัมย์เวิลด์
👍👍👉โปรโมชั่นพิเศษสุดฉลองเปิดร้านใหม่ 🌼🌼เพียง 50 คนเท่านั้น 🌸🌸จัดฟัน 32,999.- 💝💝ฟรี ถ่ายรูปวางแผนการรักษา. 💋💋ฟรี พิมพ์ฟัน. 🤗🤗ฟรี X-Ray ระบบ ดิจิตอล 3 มิติ วางแผนได้แม่นยำ. 💋💋ฟรี รีเทนเนอร์สีสันสดใส (50 คนแรกเท่านั้น!!). 🚗🚗คลีนิกทันตกรรม แอสไปร์ เด็นทัล คลีนิก เยื้ยงธนาคารกรุงไทย ใกล้ถนนคนเดินเซราะกราว. 👏👏ปราถนาให้ทุกคนมีรอยยิ้มสวยสดใส
คลิกติดต่อคลินิก Aspire Dental Clinic แอสไปร์ เด็นทัล คลีนิก

โดยไปศึกษาหาความรู้วิธีการเลี้ยงจากชาวบ้านตำบลใกล้เคียงที่เคยเลี้ยงมาก่อน พร้อมทั้งขอซื้อไข่จิ้งหรีดมาทดลองเพาะเลี้ยงเองที่บ้าน หลังจากทดลองเลี้ยงครั้งแรกซึ่งใช้เวลาเพียง 45 วัน ก็สามารถจับจิ้งหรีดที่มีขนาดตัวโตเต็มวัยส่งขายตลาดได้

รอบแรกทำให้มีรายได้กว่า 10,000 บาท ซึ่งช่วงแรกป้าต่าย ก็จะขอซื้อไข่จิ้งหรีดมาทดลองเลี้ยง แต่เมื่อมีความชำนาญก็จะทำการเพาะไข่และเลี้ยงเอง โดยปัจจุบันเลี้ยงในบ่อปูนซีเมนต์ทั้งหมด 8 บ่อ อุปกรณ์ที่ใช้มีเพียงแผงไข่ไก่แบบกระดาษ ถาดพลาสติก ใยมะพร้าวหรือขี้เถ้า ตาข่ายสำหรับปิดครอบบ่อ และขั้นตอนการเลี้ยงก็ไม่ยุ่งยากให้อาหารวันละครั้ง และฉีดพรมน้ำให้มีความชุ่มชื้นเท่านั้น

 


ส่วนอาหารที่นำมาเลี้ยงจิ้งหรีด นอกจากจะให้หัวอาหารแล้วก็จะหาพืชผักที่มีในชุมชนโดยไม่ต้องซื้อ เช่น ผักบุ้ง ใบดอกรัก เปลือกแตงโม มาเป็นอาหารเสริมให้จิ้งหรีดกิน ทำให้ประหยัดต้นทุนได้อีกด้วย

 


ที่สำคัญใช้เวลาไม่นานเพียงเดือนครึ่งหรือ 45 วันก็จับออกขายได้ และยังสามารถเลี้ยงได้ตลอดทั้งปีอีกด้วย หลังจากเพาะเลี้ยงจิ้งหรีดมานานกว่า 5 ปีแล้ว ก็ทำให้มีรายได้ไม่ต่ำกว่ารอบละ 10,000 – 20,000 บาท ขึ้นอยู่กับราคารับซื้อช่วงนั้นๆ ด้วย หากเฉลี่ยแต่ละปีก็จะมีรายได้ไม่ต่ำกว่า 100,000 บาท แต่หากมีกำลังเลี้ยงมากกว่า 8 บ่อ ก็จะมีรายได้เพิ่มมากกว่านี้

นางพรรณี หรือป้าต่าย ยังบอกอีกว่า หลังจากหันมาเพาะเลี้ยงจิ้งหรีดก็มีรายได้เลี้ยงครอบครัวโดยไม่ลำบาก ทั้งยังได้อยู่บ้านกับครอบครัวไม่ต้องตระเวนไปรับจ้างเหมือนเมื่อก่อน ทุกวันนี้มีลูกค้ามารับซื้อถึงที่บ้านให้ราคาสูงถึงกิโลกรัมละ 100 – 120 บาท

เพื่อนำไปทอดหรือประกอบอาหารเมนูต่างๆขาย จนบางช่วงจิ้งหรีดโตไม่ทันต้องสั่งจองไว้ ซึ่งอนาคตก็มีแผนจะขยายบ่อเลี้ยงเพิ่มเติมอีก เชื่อว่าจะมีรายได้เพิ่มขึ้นอีก และนอกจากจะขายจิ้งหรีดเป็นตัวแล้ว ป้าต่าย ยังขายไข่จิ้งหรีดให้กับผู้ที่สนใจจะนำไปเลี้ยงเป็นอาชีพ และพร้อมจะถ่ายทอดความรู้วิธีการเลี้ยงให้อีกด้วย

สุรชัย พิรักษา / สวท.บุรีรัมย์


Like it? Share with your friends!

เลือกรูปแบบกระทู้
เรื่องราว
ข้อความ ภาพ วิดีโอ หรืออื่นๆ
เรื่องราวแบบแบ่งหัวข้อ
แบ่งเรื่องราวของคุณตามหัวข้อ