บุรีรัมย์-วิวาห์ เจ้าบุญหลาย ควายหนีตายจากโรงเชือด กับ เจ้าบุญถึง ที่ไถ่ชีวิตจากโรงฆ่า

บุรีรัมย์-วิวาห์ เจ้าบุญหลาย ควายหนีตายจากโรงเชือด กับ เจ้าบุญถึง ที่ไถ่ชีวิตจากโรงฆ่า

แบ่งปัน
วิวาห์กาสร

บุรีรัมย์ฮือฮาวิวาห์”เจ้าบุญหลาย”ควายเพศผู้หนีตายจากโรงเชือดและ”เจ้าบุญถึง”ที่ไถ่ชีวิตจากโรงฆ่า

ฮือฮา โรงเรียนบ้านกระสัง ต.กระสัง อ.เมืองบุรีรัมย์ และผู้ใจบุญ ร่วมกันจัดพิธีแต่งงานให้กับ “เจ้าบุญหลาย ควายเพศผู้ที่วิ่งหนีตายจากโรงเชือด และ “เจ้าบุญถึง” ควายเพศเมียที่ผู้ใจบุญขอไถ่ชีวิตจากโรงฆ่าสัตว์ มีทั้งขบวนขันหมากและพิธีสงฆ์เพื่อเป็นสิริมงคล ท่ามกลางครู นร.และผู้ใจบุญร่วมเป็นสักขีพยานรัก

(30 พ.ค.60) โรงเรียนบ้านกระสัง (หรุ่นราษฎร์รังสรรค์) ต.กระสัง อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ นำโดยนางจวงจันทร์ อาจจุฬา ผู้อำนวยการโรงเรียน ได้ร่วมกับนายเสรี พงพงศ์พณิช รองประธานสภาที่ปรึกษาผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ , นายวัลลภ เรืองสุขศรีวงษ์ ประธานที่ปรึกษาหอการค้าจังหวัด พร้อมครอบครัว


ได้ร่วมกันจัดพิธีแต่งงานให้กับ “เจ้าบุญหลาย” ควายเพศผู้อายุประมาณ 2 ปี ที่หนีตายจากโรงเชือด แล้วไล่ขวิดเพชฌฆาตหนุ่มได้รับบาดเจ็บ ก่อนจะวิ่งเข้าไปหลบในบ้านผู้ใจบุญ และได้ขอไถ่ชีวิตมอบให้กับทางโรงเรียนบ้านกระสังดูแล เมื่อเดือน พ.ย.2559 ที่ผ่านมา


ส่วนฝ่ายเจ้าสาวคือ “เจ้าบุญถึง” ควายเพศเมีย (เขาสีแดง) อายุประมาณ 2 ปีเศษ ซึ่งผู้ใจบุญได้ขอไถ่ชีวิตมาจากโรงฆ่าสัตว์ในราคา 28,000 บาท โดยบรรยากาศภายในงานมงคลสมรสของ “เจ้าบุญหลาย” และเจ้าบุญถึง” ถูกจัดขึ้นแบบเรียบง่ายแต่ไม่ต่างจากพิธีแต่งงานของคน

โดยนางจวงจันทร์ อาจจุฬา ผู้อำนวยการโรงเรียน พร้อมคณะครู และนักเรียน ได้ร่วมกันแห่ขบวนขันหมากนำ “เจ้าบุญหลาย” ไปสู่ขอ “เจ้าบุญถึง” พร้อมคล้องพวงมาลัยให้กับควายทั้งสองตัว


โดยทันทีที่เจ้าบุญหลายเห็นเจ้าบุญถึงก็เดินเข้าหาทันที เหมือนกับแสดงอาการดีใจราวกับรู้ว่าจะได้เป็นคู่ชีวิตกัน พร้อมกันนี้ยังได้นิมนต์พระมาประกอบพิธีสงฆ์เพื่อเป็นสิริมงคลให้กับควายทั้งสองตัวด้วย ท่ามกลางคณะครู นักเรียน และผู้ใจบุญมาร่วมเป็นสักขีพยานรักของควายทั้งสองตัว

ซึ่งผู้ที่มาร่วมงานยังได้ถ่ายรูปคู่กับเจ้าบ่าวและเจ้าสาวด้วย ทำให้บรรยากาศก็เต็มไปด้วยความชื่นมื่นและรอยยิ้มของผู้มาร่วมงาน

สำหรับประวัติของ “เจ้าบุญหลาย” ควายเพศผู้ที่เป็นฝ่ายเจ้าบ่าวนั้น เป็นควายที่วิ่งหนีตายออกจากโรงเชือดและไล่ขวิดทำร้ายหนุ่มคนงานที่รับจ้างชำแหละวัวควายจนได้รับบาดเจ็บ ก่อนจะวิ่งหนีเข้าไปหลบในบ้านของนายเสรี พงศ์พณิช จากนั้นนายเสรีและภรรยา


จึงได้ขอไถ่ชีวิตจากพ่อค้า เพื่อมอบให้ปศุสัตว์นำไปเข้าโครงการธนาคารโค-กระบือ แต่ระหว่างเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์มาจับลูกควายตัวดังกล่าว กลับเกิดอาการตื่นตกใจวิ่งหนีเตลิดหายไป นานกว่า 3 เดือน กระทั่งเมื่อเดือน พ.ย.2559 พบควายตัวดังกล่าวไปโผล่อยู่ในโรงเรียนบ้านกระสัง ในสภาพผอมโซมีโคลนเต็มตัว และมีอาการเจ็บขา


ทั้งครูและนักเรียนจึงช่วยกันล้างโคลนตมออกและนำหญ้ามาให้กิน พร้อมแจ้งนายเสรี ผู้ใจบุญที่ขอไถ่ชีวิตควายตัวดังกล่าวไว้ในราคา 15,000 บาท และได้มอบให้ทางโรงเรียนเป็นผู้ดูแลมาจนถึงปัจจุบัน โดยมีภารโรง ครู นักเรียน ช่วยกันดูแลให้อาหารทำความสะอาดเป็นอย่างดี จนเกิดความรัก ความผูกพัน


นายวัลลภ เรืองสุขศรีวงษ์ ประธานที่ปรึกษาหอการค้าจังหวัด กล่าวว่า ที่ผ่านมาทางครอบครัวก็ได้ทำบุญโดยการไถ่ชีวิตโค-กระบือ มอบให้กับวัด โรงเรียน และหน่วยงานต่างๆมาโดยตลอด และเมื่อทราบว่า “เจ้าบุญหลาย” ควายตัวผู้ที่หนีตายจากโรงเชือดได้รับการไถ่ชีวิตและมอบให้ทางโรงเรียนดูแล

จึงอยากให้มีเพื่อนจึงได้ไปไถ่ชีวิตควายเพศเมียซึ่งตั้งชื่อว่า “เจ้าบุญถึง” มามอบให้กับทางโรงเรียนเพื่อเป็นเพื่อนและคู่ชีวิตกับเจ้าบุญหลาย พร้อมทั้งได้ร่วมกับทางโรงเรียนจัดพิธีแต่งงานเพื่อเป็นสิริมงคลให้กับควายทั้งสองตัวด้วย

ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่ได้จัดพิธีแต่งงานให้กับควาย แต่ก็เป็นสิ่งที่ดีและได้อวยพรขอให้ทั้งคู่มีความสุขมีลูกเต็มคอก ซึ่งตนเองและครอบครัวก็จะทำบุญไถ่ชีวิตโค-กระบืออย่างต่อเนื่องต่อไป

ด้านนางจวงจันทร์ อาจจุฬา ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านกระสัง กล่าวว่า ขอบคุณทางผู้ใจบุญที่ได้ไถ่ชีวิตควายทั้งสองตัวมามอบให้ทางโรงเรียนได้ดูแล เพราะการให้ชีวิตถือเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่

ที่สำคัญก็เป็นสิ่งที่ดีกับทางโรงเรียนเพราะจะได้เป็นแหล่งเรียนรู้ของเด็กนักเรียน ใช้ประโยชน์จากมูลควาย และเป็นการปลูกฝังให้เด็กได้มีคุณธรรม จริยธรรม รักและเมตตากับสัตว์ ซึ่งหลังจากนี้ทางโรงเรียนก็จะช่วยกันดูแลควายทั้งสองตัวเป็นอย่างดี

ข้อมูลข่าวและที่มา

ผู้สื่อข่าว : ดำรง โค่นถอน / สุรชัย พิรักษา / สวท.บุรีรัมย์

ผู้เรียบเรียง : วรัญญา นันตาแก้ว

แหล่งที่มา : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดบุรีรัมย์

คอมเม้นต์

คอมเม้นต์