บุรีรัมย์-เปิดตลาดกลางสินค้าเส้นไหม รายได้ปีละ 5 พันล้านบาท!!!

บุรีรัมย์-เปิดตลาดกลางสินค้าเส้นไหม รายได้ปีละ 5 พันล้านบาท!!!

แบ่งปัน

จังหวัดบุรีรัมย์ เปิดตลาดกลางสินค้าเส้นไหม มุ่งขยายฐานการผลิตและการตลาดเส้นไหม สร้างรายได้ให้เกษตรกรเพิ่มขึ้น

วันนี้ (17 ส.ค 60) ที่บ้านน้อย ตำบลบ้านยาง อ.พุทไธสง นายดำรงชัย เนรมิตตกพงศ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ เป็นประธานเปิดงาน “ตลาดกลางสินค้าเส้นไหม” ซึ่งสำนักงานสหกรณ์จังหวัดบุรีรัมย์จัดขึ้น

เพื่อส่งเสริมการค้าเส้นไหมให้กับสมาชิกสหกรณ์ เกษตรกร กลุ่มเกษตรกร กลุ่มแม่บ้าน และวิสาหกิจชุมชนที่ผลิตเส้นไหม ให้เข้าถึงแหล่งจำหน่ายเพิ่มขึ้น รวมทั้งเป็นการขยายฐานการผลิตและการตลาดเส้นไหมให้เชื่อมโยงกับอุตสาหกรรมผลิตผ้าไหมและอุตสาหกรรมเส้นไหม

ตั้งแต่ต้นทาง กลางทางและปลายทาง โดยมีการลงนามบันทึกข้อตกลงซื้อขาย เส้นไหม รังไหม ใบหม่อน ระหว่างภาคเอกชนและกลุ่มเกษตรกร การจัดนิทรรศการเกี่ยวกับไหมและออกร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์ไหม มีเกษตรกรสนใจร่วมงานกว่า 500 คน

รองผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ กล่าวว่า ไหม เป็นผลิตภัณฑ์ที่เป็นเอกลักษณ์ที่รู้จักแพร่หลาย ประเทศไทยเป็นแหล่งผลิตไหมที่สำคัญและมีชื่อเสียงประเทศหนึ่งของโลก

แต่เนื่องจากผลผลิตเส้นไหมส่วนใหญ่ที่กลุ่มเกษตรกรและเกษตรกรผลิตได้นั้น คุณภาพยังขาดความสม่ำเสมอของมาตรฐาน เพื่อใช้ในระบบอุตสาหกรรมไหม

ซึ่งเส้นไหมที่ผลิตได้ภายในประเทศที่มีคุณภาพดี มีมาตรฐาน ยังมีปริมาณน้อยและไม่เพียงพอต่อความต้องการ จึงต้องนำเข้าเส้นไหมจากต่างประเทศปีละกว่า 200 ตัน จังหวัดบุรีรัมย์ จึงส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกหม่อน เลี้ยงไหมและทอผ้าไหม

เนื่องจากเส้นไหม เป็นสินค้าเกษตรที่สามารถสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกร เนื่องจากมีราคาสูง เมื่อนำมาพัฒนากระบวนการผลิตไหม ก็จะสามารถเพิ่มมูลค่าสินค้าไหมและเพิ่มรายได้ให้แก่เกษตรกรมากขึ้น

ด้านนายวีระยุทธ ทุมทอง สหกรณ์จังหวัดบุรีรัมย์ กล่าวว่า ปัจจุบันมีเกษตรกรผู้ประกอบอาชีพปลูกหม่อนเลี้ยงไหมในจังหวัดบุรีรัมย์ จำนวนกว่า 13,200 ราย สามารถผลิตเส้นไหมได้ประมาณ 247,600 กก./ปี

ถือเป็นอาชีพเสริม เพิ่มรายได้แก่ครอบครัวได้อีกทางหนึ่ง การจัดตั้งธนาคารและตลาดกลางเส้นไหมในรูปแบบสหกรณ์ เป็นโครงการนำร่องใน 4 จังหวัด ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ประกอบด้วย จังหวัดสุรินทร์ บุรีรัมย์ นครราชสีมาและชัยภูมิ

ซึ่งเป็นแหล่งผลิตภัณฑ์ไหมที่มีชื่อเสียงระดับประเทศ สร้างรายได้ไม่น้อยกว่าปีละ 5,000 ล้านบาท ซึ่งตลาดกลางสินค้าเส้นไหม ที่เปิดขึ้นนี้ จะเป็นศูนย์กลางระหว่างผู้ซื้อ ผู้ขาย และองค์กรที่เกี่ยวข้องในการซื้อขายเส้นไหม อีกทั้งยังช่วยพัฒนาผลิตภัณฑ์สินค้าไหมให้มีคุณภาพได้มาตรฐาน และสามารถแข่งขันในระดับภูมิภาคอาเซียนได้

คอมเม้นต์

คอมเม้นต์