ไม่มีหมวดหมู่

ผล”กนูยขม็อจ”เคยเห็นยัง? โยนีปีศาจ!!! ผืนป่าไม่เคยหลับไหล พยานรักปาจิตต์กับอรพิมพ์


โยนีปีศาจ!!! ผืนป่าไม่เคยหลับไหล พยานรักบนเขากระโดงของท้าวปาจิตต์และนางอรพิมพ์

มาจะกล่าวบทไป ถึงตำนานรักอันเร่าร้อนดั่งเปลวเพลิงภูเขาไฟ ที่เล่าขานกันมายาวนานในสุรินทร์ บุรีรัมย์ ศรีสะเกษ BURIRAM WORLD : มหานครอีสานใต้ เซราะกราวออนไลน์ 24 ชม. จะพาไปทำความรู้จักกับ ตำนานรักของท้าวปาจิตและนางอรพิม กันครับ

ตำนานท้องถิ่น จากประวัติศาสตร์บอกเล่า เล่าขานกันมาว่า สมัยหนึ่ง พระโพธิสัตว์เจ้าจุติจากเทวโลก ลงมากำเนิดเป็นโอรสของท้าวมหาธรรมราชากับนางสุวรรณเทวี แห่งเมืองพรหมพันธ์ (ในเรื่องเล่าของบางพื้นที่กล่าวว่าเป็นเมืองขอมในสมัยโบราณ(ขะแมร์กรอม)) นามปาจิตต์กุมาร


ได้รับการสนับสนุน
บุรีรัมย์เวิลด์
👍👍👉โปรโมชั่นพิเศษสุดฉลองเปิดร้านใหม่ 🌼🌼เพียง 50 คนเท่านั้น 🌸🌸จัดฟัน 32,999.- 💝💝ฟรี ถ่ายรูปวางแผนการรักษา. 💋💋ฟรี พิมพ์ฟัน. 🤗🤗ฟรี X-Ray ระบบ ดิจิตอล 3 มิติ วางแผนได้แม่นยำ. 💋💋ฟรี รีเทนเนอร์สีสันสดใส (50 คนแรกเท่านั้น!!). 🚗🚗คลีนิกทันตกรรม แอสไปร์ เด็นทัล คลีนิก เยื้ยงธนาคารกรุงไทย ใกล้ถนนคนเดินเซราะกราว. 👏👏ปราถนาให้ทุกคนมีรอยยิ้มสวยสดใส
คลิกติดต่อคลินิก Aspire Dental Clinic แอสไปร์ เด็นทัล คลีนิก

ครั้นพระชนม์ได้ 16 (บางตำนานบอกว่า 15) พรรษา พระราชบิดาก็ทรงคิดจะอภิเษกให้ขึ้นครองราชย์ และได้หาพระธิดาของกษัตริย์ของเมืองขึ้นร้อยเอ็ดหัวเมืองมาให้เลือก แต่ท้าวปาจิตต์ไม่ต้องพระทัย ปรารถนาจะหาคู่ด้วยพระองค์เอง


ได้รับการสนับสนุน
บุรีรัมย์เวิลด์
👍👍👉โปรโมชั่นพิเศษสุดฉลองเปิดร้านใหม่ 🌼🌼เพียง 50 คนเท่านั้น 🌸🌸จัดฟัน 32,999.- 💝💝ฟรี ถ่ายรูปวางแผนการรักษา. 💋💋ฟรี พิมพ์ฟัน. 🤗🤗ฟรี X-Ray ระบบ ดิจิตอล 3 มิติ วางแผนได้แม่นยำ. 💋💋ฟรี รีเทนเนอร์สีสันสดใส (50 คนแรกเท่านั้น!!). 🚗🚗คลีนิกทันตกรรม แอสไปร์ เด็นทัล คลีนิก เยื้ยงธนาคารกรุงไทย ใกล้ถนนคนเดินเซราะกราว. 👏👏ปราถนาให้ทุกคนมีรอยยิ้มสวยสดใส
คลิกติดต่อคลินิก Aspire Dental Clinic แอสไปร์ เด็นทัล คลีนิก

โหรทำนายว่า เนื้อคู่ของพระองค์ยังอยู่ในครรภ์หญิงม่ายนางหนึ่ง ให้ท้าวปาจิตต์เดินทางไปทางทิศตะวันออกจะได้พานพบหญิงม่ายผู้นั้น โดยสังเกตุแสงตะวันทรงกลดเป็นเงากั้นบนศีรษะ เพราะบุญญาธิการของทาริกาที่อยู่ในครรภ์

หลังฟังคำทำนายโหร ท้าวปาจิตต์เดินทางหาคู่ จนไปพบนางบัว ชาวบ้านสัมฤทธิ์ (สำริด)ซึ่งกำลังตั้งครรภ์และมีลักษณะตรงกับคำทำนาย ท้าวปาจิตต์จึงขอฝากตัวเป็นคนรับใช่้ รอจนนางบัวได้คลอดบุตรเป็นหญิงซึ่งลักษณะถูกต้องตรงตามคำทำนาย คือมีเส้นผมที่หอมละไม

จากนั้นได้ช่วยนางบัวเลี้ยงดูทารกน้อยในฐานะพี่ชายที่ชื่อว่า อรพิมพ์ จนเติบใหญ่เป็นสาว ท้าวปาติต์จึงได้บอกว่าตนเองไม่ใช่พี่ชายนางอรพิมพ์ แท้จริงแล้วเป็นหน่อเนื้อกษัตริย์ ท้าวปาจิตต์ได้ลานางบัวกลับเมือง เพื่อไปนำขบวนขันหมากแก้วแหวนเงินทองกลับมาสู่ขอ เรียกว่าเลี้ยงต้อยจนใช้การได้แล้ว

ระหว่างที่ท้าวปาจิตต์ไม่อยู่ที่บ้านนางบัว วันหนึ่งนางอรพิมพ์ได้ออกไปอาบน้ำที่ท่าน้ำ แล้วนำเส้นผมใส่ผอบลอยแม่น้ำไป ผอบได้ไปติดชะง่อนหินบริเวณเมืองของท้าวพรหมทัต ท้าวพรหมทัตหลงไหลในกลิ่นเส้นผมเป็นอย่างมาก จึงรับสั่งทหารให้ไปตามหาเจ้าของเส้นผม ทหารสามารถนำตัวนางอรพมพ์มาให้ท้าวพรหมทัตได้สำเร็จ

บางตำนาน(อาจไม่ใช่เรื่องจริงตามประวัติศาสตร์)เล่าว่า ระหว่างทางที่ทหารนำตัวนางอรพิมพ์ไปให้ท้าวพรหมทัต นางอรพิมพ์ได้พยายามหลบหนีทหารหลุดมาหลบอยู่ที่เขาไปรบัด (ประโคนชัย) แต่ก็ยังไม่พ้นสายตาของทหาร ในที่สุดนางอรพิมพ์ก็ถูกจับได้ ความพยายามหนีของนางอรพิมพ์ยังไม่หมด นางอรพิมพ์สะบัดหลุดจากทหารหลบมาสะอื้นอีกครั้ง ทำให้บริเวณดังกล่าวถูกเรียกว่า นางร้อง (เพืี้ยนเสียงเป็น นางรอง)

ต่อมาท้าวปาจิตต์ ก็ยกขบวนขันหมากมาสู่ขอ ระหว่างเดินทางมาถึงบ้านกงรถ ท้าวปาจิตต์ได้ข่าวว่า อรพิมพ์ถูกท้าวพรหมทัตกุมารฉุดไปเป็นชายา แต่อรพิมพ์ไม่ยินยอม จึงถูกขังไว้ในปราสาทของท้าวพรหมทัตและอธิษฐานตอ่พระอินทร์ว่า หากท้าวพรหมทัตพยายามจะพรากความบริสุทธิ์ของนางไป ขอให้กายของนางร้อนดั่งเปลวเพลิง จนไม่สามารถเข้าใกล้ได้

(บางตำนานเรื่องเล่าจากผั่งลาวบอกว่าจริงๆแล้วท้าวปาจิตต์และนางอรพิมสมสู่กันแล้ว นางอรพิมพ์จึงไม่บริสุทธิ์แล้ว แต่บางตำนานของเขมรบอกว่า นางอรพิมพ์กับท้าวปาจิตยังไม่ได้สมสู่กัน)

ท้าวปาจิตต์ เสียพระทัยมาก รับสั่งให้ทหารในขบวนขันหมากทุกคนกลับเมือง แล้วทิ้งสินสอดทองหมั้น แก้วแหวนเงินทองไว้ที่บริเวณลำน้ำที่แวะพัก (บางตำนานเชื่อกันว่าภายหลังจึงได้ชื่อว่า ลำมาศ = ลำปลายมาศ ) ส่วนพระองค์เดินทางต่อไปคนเดียว จนได้พบอรพิมพ์และช่วยให้ออกมาจากที่คุมขัง

บางตำนานเชื่อกันว่า ในขณะที่ทั้งสองได้พบกัน ท้าวปาจิตต์ร้องตะโกนว่า “พี่มาแล้ว พี่มาแล้ว” จึงกลายเป็นคำว่า พิมาย ในปัจจุบัน ดังที่ในปราสาทหินพิมายปรากฏชื่อพระปรางค์หลังหนึ่งชื่อว่า ปรางค์ท้าวพรหมทัต (คอมเม้นต์ : ทำไมไม่พูดว่า “บอง โม เฮย” ห่ะๆ อย่างว่า ก็เป็นตำนานล่ะนะ)

ท้าวพรหมทัตเข้าใจว่า ท้าวปาจิตต์เป็นพี่ชายของนางอรพิมพ์จึงชุบเลี้ยงด้วยความเอ็นดู ท้าวปาจิตและนางอรพิมพ์จึงวางเเผนลอบฆ่าท้าวพรหมทัตต์ตายและหนีออกมาจากเมือง

ระหว่างทางท้าวปาจิตต์ถูกนายพรานฆ่าตายและชิงตัวอรพิมพ์ไป แต่อรพิมพ์ก็กลับฆ่านายพรานนั้นเสีย แล้วกลับมารักษาท้าวปาจิตต์ ฟื้นคืนชีวิตขึ้นมาได้ด้วยสมุนไพร

แล้วทั้งสองก็เดินทางล่องเรือผ่านแม่น้ำสายหนึ่ง มีสามเณรรูปหนึ่งพายเรือให้ เณรออกอุบายลวงให้ท้าวปาจิตต์ขึ่้นฝั่งก่อน ส่วนเณรก็พาอรพิมพ์พายเรือหนีไป กระทั่งถึงฝั่งอรพิมพ์ได้ออกอุบายให้เณรขึ้นต้นมะเดื่อแล้วเอาหนามตรึงเณรไว้ ก่อนจะพายเรือกลับมาหาท้าวปาจิตต์ แต่ไม่พบ

นางระเหเร่ร่อนตามหาท้าวปาจิตต์ลำพัง ระหว่างทางนางหวั่นเกรงว่าจะเกิดอันตรายจากความเป็นสาวงามของตนเอง จึงอธิษฐานจิตขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์แปลงร่างให้เธอเป็นชาย

โดยขอให้บางส่วนที่เป็นหญิงหลุดหายไปจากร่าง จากนั้นอรพิมพ์ก็นำปทุมถัน (หน้าอก) ของนางไปฝากไว้ที่ต้นงิ้ว ส่วนโยนี ไปฝากไว้ที่ต้นมะกอกโคก แล้วก็กลายเป็นต้น Heeผี มาจนวันนี้ (มีอยู่ที่เขากระโดงในปัจจุบัน)

เมื่อนางอรพิมเดินทางถึงเมืองจำปาก นางอรพิมพ์(ที่เป็นชาย)ได้บังเอิญช่วยพระธิดาของกษัติริย์ด้วยสมุนไพรให้รอดพ้นจากพิษงูกัดได้ กษัตริย์เมืองจำปากจะยกพระธิดาให้อภิเษก แต่นางอรพิมพ์บ่ายเบี่ยง ขอลาบวชจนกระทั่งได้สมณศักดิ์เป็น พิมสังฆราช

กระทั่งผ่านไป 7 ปี กระทั่งท้าวปาจิตต์เดินทางมาเข้าพบสังฆราช นางจึงตัดสินไป จุดธูปเทียนบูชา อธิษฐานขอเปลี่ยนกลับเพศเป็นหญิงคืน ณ บริเวณเนินงิ้วและสระอ้อยใต้ต้นสำโรง

เส้นทางการเดินทางตามตำนานปาจิต อรพิม

ตามตำนาน เล่าว่า ในที่สุดอรพิมพ์ก็ได้พานพบคนรักของเธอ โดยที่เธอก็ไม่ได้สูญหายล้มตายอย่างใด เธอกลับมาเป็นหญิงและมาเอาโยนีที่เธอฝากไว้กลับไปแปะไว้ที่เดิม

ต้นโยนีปีศาจต้นใหญ่ พบเห็นที่เขากระโดง วนอุนทยานภูเขาไฟกระโดง อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ ปัจจุบันแหล่งท่องเที่ยววนอุทยานภูเขาไฟกระโดงที่ควรค่าแก่การแวะเที่ยวเเวะชมเป็นอย่างยิ่ง

ต้นโยนีปีศาจต้น Heeผี และมีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Schrebera swietenioides Roxb. (ภาษาเขมร กระนุยขม็อจ ) เป็นพืชไม้

ประเภทยืนต้น ลักษณะไม้เปลือกแข็ง ลำต้นสูงใหญ่ ประเภทใบเลี้ยงคู่ออกดอกเป็นช่อๆ สีขาวแกมเหลืองเล็กน้อยคล้ายๆ ดอกพวงพยอม แต่ไม่มีกลิ่นหอม จะเริ่มออกดอกในระยะต้นของเดือนพฤษภาคม ลักษณะของผลคล้ายๆ ลูกมะกอก ขนาดประมาณ 3-5 เซนติเมตร

เมื่อลูกสุกประมาณเดือนกุมภาพันธ์-มีนาคม จะหล่นลงมาและแตกออกเป็นสองซีก เมื่อนำไปกดกับดินทรายดูจะปรากฏรอยคล้ายอวัยวะเพศหญิง มีเฉพาะประเทศไทย พบตามซากภูเขาไฟเก่า ซึ่งเป็นที่น่าสนใจของนักท่องเที่ยว การขยายพันธุ์ด้วยวิธีเพาะเมล็ดและปักชำทำได้ยาก

Heeผี มะกอกโคก หรือที่สมเด็จพระเทพฯ พระราชทานนามให้ว่า โยนีปีศาจ อันแสดงถึงพระอัจฉริยภาพด้านอักษรศาสตร์ของพระองค์ เป็นไม้ยืนต้นเปลือกแข็ง ต้นสูงใหญ่ ดอกเป็นช่อสีขาวแกมเหลือง คล้ายดอกพะยอมแต่ไม่มีกลิ่นหอม ผลเหมือนลูกมะกอก เมื่อผลสุกเต็มที่จะร่วงลงมาและแตกออกเป็น ๒ ซีก หากนำไปกดกับทรายจะปรากฏเป็นรอยลักษณะเช่นเดียวกับอวัยวะเพศหญิง

สำหรับวนอุทยานภูเขาไฟกระโดง เป็นสถานที่ท่องเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจ และศึกษาประวัติศาสตร์ ธรณีวิทยาและชีววิทยา เพราะเป็นที่ตั้งของภูเขาไฟที่ยังคงปรากฏร่องรอยปากปล่องให้เห็นได้ชัดเจน มีโบราณสถานกู่เขากระโดง เป็นที่ประดิษฐานรองพระพุทธบาทจำลอง และมี”พระสุภัทรบพิตร” พระพุทธรูปองค์ใหญ่คู่เมืองบุรีรัมย์ อยู่บนยอดเขา

และยังมีเส้นทางศึกษาธรรมชาติป่าเต็งรัง เนื้อที่ประมาณ 6 พันไร่ รวมทั้งพันธุ์ไม้พื้นเมืองที่หาชมได้ยาก เช่น ผลของต้นโยนีปีศาจ ที่มักพบในบริเวณเขตภูเขาไฟ การขึ้นไปยังเขากระโดงสามารถทำได้สองวิธี คือ เดินขึ้นบันได หรือ ขับรถขึ้นไปถึงยอดเขา ระหว่างทางจะพบพระพุทธรูปปางต่าง ๆ เรียงรายอยู่เป็นระยะ

วนอุทยานเขากระโดง ชื่อเดิมชาวบ้านเรียกเขากระโดงว่า “พนมกระดอง” เป็นภาษาเขมร แปลว่า “ภูเขากระดอง (เต่า)” เพราะมีรูปลักษณ์คล้ายกระดองเต่า ต่อมา จึงเรียกเพี้ยนเป็น “กระโดง”

จุดเด่นวนอุทยานภูเขาไฟกระโดง

พระสุภัทรบพิตร เป็นพระพุทธรูปคู่เมือง ภายในเศียรบรรจุพระธาตุ ประดิษฐานอยู่บนเขากระโดง เป็นพระพุทธรูปก่ออิฐฉาบปูนขนาดใหญ่ หน้าตักกว้าง 12 เมตร ฐานยาว 14 เมตร หันหน้าไปทางทิศเหนือ สร้างขึ้นเมื่อปีพ.ศ. 2512

โดยผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ นายสุรวุฒิ บุญญานุสาสน์ ในขณะนั้น ร่วมกับพ่อค้าประชาชนและผู้มีจิตศรัทธาเลื่อมใสในความคิดและโครงการต่างๆ ของหลวงพ่อบุญมา ปัญญาปโชโต อดีตเจ้าอาวาสวัดเขากระโดง ได้ร่วมกันจัดสร้างขึ้นบริเวณยอดเขากระโดง เพื่อให้เป็นที่สักการะบูชาของพุทธศาสนิกชนทั่วไป จากจุดที่ตั้งขององค์พระ สามารถมองเห็นทัศนียภาพของตัวเมืองบุรีรัมย์ได้

ปากปล่องภูเขาไฟเขากระโดง ปากปล่องภูเขาไฟเขากระโดง มีอายุประมาณ 3 แสนถึง 9 แสนปี สูงจากระดับน้ำทะเล 265 เมตร ซากปากปล่องเป็นรูปพระจันทร์ครึ่งซีก ยอดเนินเขาเป็นขอบปล่องด้านทิศใต้เรียกว่า เขาใหญ่ ส่วนยอดเนินเป็นขอบปล่องด้านทิศเหนือเรียกว่า เขาน้อย หรือเขากระโดง ส่วนบริเวณที่เป็นขอบปล่องปะทุคือ บริเวณที่เป็นหุบเขา ปัจจุบันมีสภาพเป็นสระน้ำ เป็นซากภูเขาไฟที่ยังคงสภาพดีและมีอายุน้อยที่สุดในประเทศไทย มีเส้นทางเดินชมรอบปล่อง และมีสะพานแขวนให้ยืนชมจากมุมสูงได้อย่างชัดแจน

สะพานพิสูจน์ศรัทธาสาธุชน (บันไดนาคราช) สร้างขึ้นเมื่อปี 2512 เพื่อเป็นทางเดินขึ้นไปสักการะบูชาพระสุภัทรบพิตร ซึ่งตั้งอยู่บนยอดเขากระโดง จำนวน 297 ขั้น ชมการละเล่นพื้นบ้านในงานประเพณีขึ้นเขากระโดง วันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 5 และร่วมทำบูญงานประกวดกวนข้าวทิพย์–ตักบาตรรเทโวโรหณะ ในช่วงก่อนวันออกพรรษาและวันออกพรรษาของทุกปี

ปราสาทเขากระโดงและพระพุทธบาทจำลอง ตั้งอยู่บนปากปล่องภูเขาไฟกระโดง เป็นศาสนสถาน สร้างขึ้นก่อนสมัยสุโขทัย เดิมเป็นปรางค์หินทราย ก่อบนฐานศิลาแลงองค์เดียวโดดๆ ฐานสี่เหลี่ยมขนาด 4×4 เมตร มีช่องทางเข้า 4 ด้าน ต่อมาหินพังหรือถูกรื้อลงมา มีผู้นำหินมาเรียงขึ้นมาใหม่ แต่ไม่ตรงตามรูปแบบเดิม ในสมัยรัตนโกสินทร์ ตระกูลสิงห์เสนีย์ได้ประดิษฐานพระพุทธบาทจำลองไว้ในองค์ปรางค์ แล้วสร้างมณฑปครอบทับ

อ่างเก็บน้ำเขากระโดง (อ่างเก็บน้ำวุฒิสวัสดิ์) อยู่ด้านเหนือของภูเขากระโดง บริเวณหน้าที่ทำการวนอุทยานภูเขาไฟเขากระโดง เนื้อที่ประมาณ 40 ไร่ เป็นแหล่งอาศัยของเหล่านกน้ำประจำถิ่นและอพยพหนีหนาว รอบอ่างจะอุดมไปด้วยพันธุ์ไม้เต็ง-รัง นานาชนิด จุดนั่งชมวิวเหมาะสำหรับเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ กางเต็นท์พักแรมและศึกษาธรรมชาติ จากจุดนี้หากมองขึ้นไปบนยอดเขากระโดงจะมองเห็นองค์พระ สุภัทรบพิตร

บริเวณใกล้เคียงกับวนอุทยานเขากระโดงมีสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมสูงมาก คือ สนามฟุตบอล นิว ไอโมบาย สเตเดี้ยม ของทีมสโมสรบุรีรัมย์ยูไนเต็ด เป็นสนามฟุตบอลที่ได้มาตรฐานที่สุดของไทย

การเดินทาง

• รถยนต์ สามารถเดินทางไปวนอุทยานเขากระโดงได้ 3 เส้นทางดังนี้

เส้นทางจากจังหวัดบุรีรัมย์ ตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 219 (บุรีรัมย์-ประโคนชัย) ระยะทางประมาณ 6 กิโลเมตร แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าวนอุทยานฯ
เส้นทางจากจังหวัดนครราชสีมา ตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 226 (นครราชสีมา-สุรินทร์) ระยะทางประมาณ 130 กิโลเมตร แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าวนอุทยานฯ

เส้นทางจากจังหวัดสุรินทร์ ตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 226 ระยะทาง 50 กิโลเมตร พบสี่แยกแล้วเลี้ยวซ้ายไปอำเภอประโคนชัยประมาณ 1 กิโลเมตร แล้วเลี้ยวซ้ายเข้า

สถานที่ติดต่อ

• วนอุทยานเขากระโดง สำนักบริหารจัดการในพื้นที่อนุรักษ์ที่ 7 (นครราชสีมา) ต.เสม็ด อ.เมือง จ.บุรีรัมย์

ภาพและข้อมูลจาก 108think สมาคมท่องเที่ยวจังหวัดบรีรัมย์


Like it? Share with your friends!

เลือกรูปแบบกระทู้
เรื่องราว
ข้อความ ภาพ วิดีโอ หรืออื่นๆ
เรื่องราวแบบแบ่งหัวข้อ
แบ่งเรื่องราวของคุณตามหัวข้อ