ลดความเหลื่อมล้ำและช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย “เราจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง” ของรัฐบาล

ลดความเหลื่อมล้ำและช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย “เราจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง” ของรัฐบาล

แบ่งปัน

“เราจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง”

เป็นวลีที่เราจะได้ยินบ่อยครั้งจากพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี รวมถึงรัฐมนตรีหลายคนในรัฐบาลชุดนี้ สะท้อนถึงการให้ความสำคัญในการลดความเหลื่อมล้ำ

ซึ่งการแก้ไขปัญหาและสร้างความมั่นคงในที่อยู่อาศัยของผู้มีรายได้น้อย เป็นหนึ่งในนโยบายสำคัญของรัฐบาล ที่ตั้งเป้าจะยกระดับคุณภาพชีวิตผู้มีรายได้น้อย ให้ได้มีโอกาสมีที่อยู่อาศัยที่ปลอดภัยได้มาตรฐาน

ครบด้วยบริการพื้นฐานด้านสาธารณูปโภคและสาธารณูปการที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต โดยตั้งเป้าไว้ว่าภายในไม่เกิน 20 ปี ผู้มีรายได้น้อยจะมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเองครบทุกครัวเรือน

ปัจจุบันผู้มีรายได้น้อยยังขาดที่อยู่อาศัยอีกนับล้านครัวเรือน ซึ่งเป็นเรื่องเร่งด่วนที่การเคหะแห่งชาติ จะต้องจัดสร้าง และจัดหาให้เพียงพอต่อความต้องการ ทั้งแบบเช่าซื้อ คือ ประชาชนมีกรรมสิทธิ์ในที่อยู่อาศัย กับแบบเช่า ที่ไม่ได้กรรมสิทธิ์ สำหรับผู้มีรายได้น้อย

ซึ่งได้ทยอยดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง และล่าสุดในการประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันอังคารที่ผ่านมาได้มีมติอนุมัติ จัดทำโครงการอาคารเช่าสำหรับผู้มีรายได้น้อย ปี 2559 ระยะที่ 1 ภายใต้แผนยุทธศาสตร์การพัฒนาที่อยู่อาศัย 10 ปี ระหว่างปี 2559 – 2568 และแผนการลงทุนโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยของการเคหะแห่งชาติ ปี 2558-2560

หลังมีมติดังกล่าว นายธัชพล กาญจนกูล ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ ก็ออกมาย้ำทันทีว่าจะเดินหน้าก่อสร้างอาคารเช่าชุดที่ 1 ปี 2559 ใน 14 โครงการ รวม 4,388 หน่วยทั่วประเทศทันที ควบคู่กับการทำเรื่องของบประมาณตามที่ได้รับอนุมัติ 2,000 ล้านบาท เพื่อให้การก่อสร้างแล้วเสร็จเร็วที่สุด

โครงการอาคารเช่า สำหรับผู้มีรายได้น้อย ปี 2559 นี้ จัดเพื่อประชาชนที่มีรายได้ต่อครัวเรือนไม่เกิน 40,000 บาท สำหรับทำเลในการก่อสร้างครั้งนี้ ดำเนินการตามข้อมูลวิเคราะห์ความต้องการที่อยู่อาศัยของประชาชน มีทั้งที่ จังหวัดระยอง ปทุมธานี สมุทรปราการ อยุธยา อุบลราชธานี สุรินทร์ นครสวรรค์
ลพบุรี กาญจนบุรี พังงา และจังหวัดระนอง

ซึ่งผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ ยืนยันประชาชนจะได้ที่อยู่อาศัยที่ดีมีคุณภาพ ในราคาย่อมเยาว์

สำหรับประชาชนที่สนใจโครงการอาคารเช่า สำหรับผู้มีรายได้น้อย ปี 2559 สามารถสอบถามข้อมูลรายละเอียดได้จากการเคหะแห่งชาติทุกสาขา ที่สำนักงานบริการชุมชนทุกแห่ง ทั้ง 80 แห่งทั่วประเทศ หรือจะโทรศัพท์สอบถามได้ที่โทร 0-2351-7777 หรือ สายด่วนการเคหะแห่งชาติ 1615

ข้อมูลข่าวและที่มา

ผู้สื่อข่าว : นฤมล อุดมพร / สวท.

ผู้เรียบเรียง : ธนพิชฌน์ แก้วกา

แหล่งที่มา : Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย

คอมเม้นต์

คอมเม้นต์