สินเชื่อ ๒.๓ หมื่นล้านจูงใจชาวนาร่วมเกษตรแปลงใหญ่

สินเชื่อ ๒.๓ หมื่นล้านจูงใจชาวนาร่วมเกษตรแปลงใหญ่

แบ่งปัน
สินเชื่อ ๒.๓ หมื่นล้านจูงใจชาวนาร่วมเกษตรแปลงใหญ่    ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี มีมติเห็นชอบอนุมัติให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมส่งเสริมการเกษตร สนับสนุนสินเชื่อเพื่อพัฒนาการเกษตรแบบแปลงใหญ่ วงเงิน ๒.๓ หมื่นล้านบาท ดอกเบี้ยร้อยละ ๐.๐๑ และรัฐบาลชดเชยร้อยละ ๓ เป้าหมาย ๒,๐๐๐ แปลง ระยะเวลาดำเนินโครงการ ๕ ปี (๒๕๕๙-๒๕๖๔) ตามยุทธศาสตร์ ๒๐ ปีของ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
โดยรัฐชดเชยดอกเบี้ยให้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ. ก. ส.) วงเงิน ๓,๐๐๐ ล้านบาท การอนุมัติสินเชื่อพิจารณาจากศักยภาพของกลุ่มเกษตรกรที่ยื่นแผนกู้เงิน ซึ่งกระทรวงเกษตรและ สหกรณ์ได้ยกเลิกโครงการสนับสนุนสินเชื่อเดิม เนื่องจากเกษตรกรเข้าร่วมโครงการน้อย จึงนำโครงการมารวมกันเพื่อจูงใจเกษตรกรให้รวมกลุ่มกัน ลดต้นทุนผลิตสินค้าเกษตรที่มีประสิทธิภาพอย่างยั่งยืน นำเทคโนโลยีเครื่องจักรกลมาใช้พัฒนา แปลงนา และดูด้านการตลาดเพื่อแก้ปัญหาความผันผวนด้านราคาพืชผล
             ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวเปิดให้กลุ่มเกษตรกร วิสาหกิจชุมชน สหกรณ์การเกษตรกู้เงิน กลุ่มละไม่เกิน ๑๐ ล้านบาท ระยะเวลาเงินกู้ ๕ ปี กรณีเงินกู้เพื่อเป็นค่าลงทุนชำระเงินไม่เกิน ๑ ปี หากเป็นค่าใช้จ่ายในการซื้อวัตถุดิบหรือเครื่องจักร การเกษตรจะอยู่ในเงื่อนไขชำระหนี้ ๕ ปี ระยะเวลาจ่ายเงินกู้ตั้งแต่เดือนธันวาคม ๒๕๕๙ – ธันวาคม ๒๕๖๔ อย่างไรก็ดี นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีต้องการให้โครงการนี้เป็นตัว ขับเคลื่อนด้านการเกษตรที่สามารถสร้างโอกาสการแข่งขันให้เกษตรกรได้ จึงต้องเดินหน้าผลักดันให้เกิดผลมากขึ้น ในการ อนุมัติครั้งนี้ สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี มีความเห็นเป็นข้อสังเกตเพื่อไม่ให้เป็นภาระงบประมาณในอนาคตว่า กระทรวงเกษตรฯ ต้องดำเนินการติดตามและกำกับโครงการอย่างใกล้ชิดและควรระมัดระวังไม่ให้โครงการซ้ำซ้อนกับ โครงการอื่นที่กระทรวงเสนอมา
 
           ส่วนการดำเนินงานตามนโยบายการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าวที่ประสบปัญหาภาวะราคาข้าวตกต่ำ ใน ส่วนกลางโดยกรุงเทพมหานครได้ตั้งคณะทำงาน มีผู้ว่าราชการ กทม. เป็นประธานคณะทำงาน ได้ประสานผ่าน กระทรวงมหาดไทย และกรมส่งเสริมสหกรณ์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รับซื้อข้าวใหม่ในรอบปีการผลิต ๒๕๕๙- ๒๕๖๐ จากเกษตรกรโดยตรง จำนวน ๑,๐๐๐ ตัน จำหน่ายให้ข้าราชการและลูกจ้างในราคาถูก โดยข้าวหอมมะลิใหม่ บรรจุ ๕ กิโลกรัม จำหน่ายราคา ๑๖๐ บาท และข้าวขาวถุง ๕ กิโลกรัม จำหน่ายราคา ๑๒๐ บาท เพื่อให้การดำเนินงาน เป็นไปด้วยความเรียบร้อยซึ่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จะจัดส่งข้าวให้ กทม. โดยกระจายไปตาม ๕๐ เขตในเดือน ธันวาคม ซึ่งเมื่อได้รับข้าวสารแล้ว กทม.จะเปิดให้ข้าราชการและลูกจ้างซื้อข้าวสารตามความสมัครใจ อย่างไรก็ตาม ในอนาคตจะมีนโยบายรับซื้อข้าวจากสหกรณ์และเกษตรกรเพิ่มเติมเพื่อจำหน่ายให้โรงพยาบาลและโรงเรียนในสังกัดต่อไป

คอมเม้นต์

คอมเม้นต์