องคมนตรีติดตามตรวจเยี่ยมการดำเนินงานของมหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์

องคมนตรีติดตามตรวจเยี่ยมการดำเนินงานของมหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์

แบ่งปัน

องคมนตรีติดตามตรวจเยี่ยมการดำเนินงานของมหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ กับการพัฒนาท้องถิ่น สนองพระมหากรุณาธิคุณและพระราโชบายของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในการพัฒนาระบบการศึกษา พัฒนาคุณภาพของครูและโรงเรียน

องคมนตรีติดตามตรวจเยี่ยมการดำเนินงานของมหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ กับการพัฒนาท้องถิ่น สนองพระมหากรุณาธิคุณและพระราโชบายของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในการพัฒนาระบบการศึกษา พัฒนาคุณภาพของครูและโรงเรียน ตลอดจนการยกระดับมหาวิทยาลัยราชภัฎให้ดำเนินการพัฒนาคุณภาพการศึกษาและพัฒนาท้องถิ่นของตน

(01มิ.ย.60) เวลา 08.30 น. พลเอก ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ องคมนตรี เดินทางไปตรวจเยี่ยมและติดตามการดำเนินงานของมหาวิทยาลัยราชภัฎบุรีรัมย์กับการพัฒนาท้องถิ่น

โดยมีนายอนุสรณ์ แก้วกังวาล ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ รศ.มาลิณี จุโฑปะมา อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ พลตำรวจตรีฉัตรวรรษ แสงเพชร ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดบุรีรัมย์ พันเอกปรีชา จึงมั่นคง รองผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 26 หัวหน้าส่วนราชการ คณะผู้บริหารมหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ และนักศึกษาให้การต้อนรับและนำเยี่ยมชมศูนย์วัฒนธรรมอีสานใต้จังหวัดบุรีรัมย์

ซึ่งเป็นสถานที่รวบรวมจัดแสดงโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุอันมีค่าทางประวัติศาสตร์ โบราณคดีและวัฒนธรรมท้องถิ่น นิทรรศการเกี่ยวกับช้างกับชาวกูย ผ้าพื้นเมือง จิตรกรรมฝาผนัง เครื่องถ้วยและเตาเผาโบราณ วิถีชีวิตชาวอีสาน สภาพภูมิศาสตร์ ชุมชนโบราณของบุรีรัมย์


ต่อจากนั้น ได้รับฟังบรรยายสรุปความก้าวหน้าผลดำเนินงานของมหาวิทยาลัยราชภัฎบุรีรัมย์กับการพัฒนาท้องถิ่น ณ ห้องประชุมเบญจกาญจน์ อาคารนวัตปัญญา มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ ที่มีแบบอย่างดำเนินงาน 3 ด้านหลัก ประกอบด้วย

มหาวิทยายลัยราชภัฏบุรีรัมยื
ภาพจาก http://www.bru.ac.th
  • 1. บทบาทมหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์กับการสร้างองค์ความรู้สู่การเพิ่มคุณค่า และมูลค่าทรัพยากรชุมชนด้วยภูมิปัญญาท้องถิ่น /
  • 2. การผลิต พัฒนาครู และบุคลากรทางการศึกษาเพื่อพัฒนาท้องถิ่น /
  • 3. การส่งเสริม สืบสาน อนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น ซึ่งที่ผ่านมาหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์

ได้สนองพระมหากรุณาธิคุณและพระราโชบายของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในการพัฒนาระบบการศึกษา พัฒนาคุณภาพของครู และยกระดับมหาวิทยาลัยราชภัฎให้ดำเนินการพัฒนาคุณภาพการศึกษา และพัฒนาท้องถิ่นในด้านต่าง ๆ

โดยอาศัยความร่วมมือกับเครือข่ายปราชญ์จังหวัดบุรีรัมย์ ตั้งแต่ปี 2551 สนับสนุนให้อาจารย์และนักศึกษาลงพื้นที่ทำวิจัย จัดทำหลักสูตรต่อเนื่องเป็นรุ่นที่ 6

เพื่อเป็นการสร้างองค์ความรู้และเพิ่มคุณค่ากับมูลค่าทรัพยากรชุมชนด้วยภูมิปัญญาท้องถิ่นร่วมกับชุมชนท้องถิ่น จำนวน 6 พื้นที่ในจังหวัดบุรีรัมย์ และอีก 32 พื้นที่ใน 14 จังหวัดของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

ทำการวิจัยเชิงพัฒนาในประเด็นการเพิ่มประสิทธิภาพเศรษฐกิจชุมชน เกษตรอินทรีย์ สุขภาวะและคุณภาพชีวิต และการบริหารจัดการน้ำและที่ดิน ที่เป็นปัญหาสำคัญของประชาชนในพื้นที่

ในบ่ายเวลา 13.30 น. พลเอก ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ องคมนตรี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมชุมชนบ้านตามา สุขสำราญ สุขวัฒนา ที่ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงทุ่งเมืองทอง ตำบลชุมแสง อำเภอสตึก จังหวัดบุรีรัมย์ ที่เคยประสบปัญหาความแห้งแล้ง

โดยมหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ ได้ร่วมกับเครือข่ายปราชญ์ในจังหวัดฯ ดำเนินการตามพระราโชบายของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่มีพระราชประสงค์ที่จะรักษา สืบสาน และต่อยอดแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร โดยใช้โมเดล “การสร้างองค์ความรู้สู่การเพิ่มคุณค่าและมูลค่าทรัพยากรชุมชนด้วยภูมิปัญญาท้องถิ่น” เพื่อให้เกิดประโยชน์แก่ราษฎรในการที่จะทำให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

ซึ่งได้ปรับวิธีคิดบนรากฐานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และ สนับสนุนงานวิจัยเชิงพื้นที่ ได้แก่ การจัดการป่าชุมชน การใช้ประโยชน์ที่ดินสาธารณะ และการกระจายน้ำ ในพื้นที่สาธารณะเพื่อการเกษตร

เป็นผลทำให้ชุมชนมีทรัพยากรธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ มีการวางแผนบริหารจัดการน้ำชุมชนเพื่อไว้ใช้ในฤดูแล้ง และทำให้เกิดความสามัคคีในชุมชน ซึ่งเกิดจากการใช้องค์ความรู้บนพื้นฐานของข้อมูลชุมชนในท้องถิ่น ปัจจุบันมีนายคำนึง เจริญศิริ ปราชญ์ชาวบ้าน เป็นผู้อำนวยการศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงทุ่งเมืองทอง


สำหรับศูนย์การเรียนรู้เกษตรพอเพียงบ้านสุขวัฒนาแห่งนี้เป็นแบบอย่างการบริหารจัดการพื้นที่สาธารณะ และการจัดการดิน น้ำ ป่า เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน สู่การพัฒนาจังหวัดบุรีรัมย์ให้เป็นเมืองน่าอยู่ที่สุดในโลก

มีการสนับสนุนให้เกษตรกรที่ไม่มีที่ดินทำกิน ยากจน เข้าไปทำการเกษตรแบบประณีต 1 ไร่หัวใจเป็นสุข โดยการจัดแบ่งที่ดินสาธารณะ วางระบบน้ำ และบริหารจัดการอย่างเป็นระบบน้ำเข้าพื้นที่เพื่อทำการเกษตร บนพื้นที่สาธารณะกว่า 24 ไร่

มีเกษตรกรเข้าร่วมโครงการจำนวน 20 ครอบครัว ภายในพื้นที่ มีการปลูกไม้ยางนา ไม้ผล สลับกับแปลงเกษตรผสมผสานพืชผักหลากหลายชนิด มีคลองน้ำล้อมรอบ มีการบริหารจัดการอย่างเป็นระบบด้วยคนภายในชุมชนร่วมคิด ร่วมวางแผนการใช้ประโยชน์ที่ดินสาธารณะ น้ำ ป่าชุมชนร่วมกันโดยน้อมนำหลักแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เป็นแนวทางการดำเนินงาน

ข้อมูลข่าวและที่มา

ผู้สื่อข่าว : ดำรง โค่นถอน

ผู้เรียบเรียง : วรัญญา นันตาแก้ว

แหล่งที่มา : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดบุรีรัมย์

คอมเม้นต์

คอมเม้นต์