เปิด!! แนวทางการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ 20 ปี บุรีรัมย์นครแห่งความสุข

เปิด!! แนวทางการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ 20 ปี บุรีรัมย์นครแห่งความสุข

แบ่งปัน

จังหวัดบุรีรัมย์ได้จัดประชุมรับฟังแนวทางการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ 20 ปี บุรีรัมย์ เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2560 เวลา 08.00 น. ณ ห้องประชุมนารายณ์บรรทมสินธุ์  โดยมีผู้ประกอบการธุรกิจด้านระบบโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำ ไฟฟ้า ประปา การแพทย์ รถไฟ และการท่องเที่ยว ได้ประสานผ่านท่านผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ว่า มีความประสงค์จะมานำเสนอแนวทางการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์    20 ปี บุรีรัมย์ และแนวทางการร่วมลงทุนในการขับเคลื่อนคู่ธุรกิจอย่างต่อเนื่อง โดยเป็นแนวคิดการพัฒนาให้จังหวัดบุรีรัมย์เป็น Tourist Destination อีกทั้งเพื่อเตรียมรองรับจังหวัดบุรีรัมย์ที่ได้รับมอบสิทธิ์การแข่งขัน Moto GP ในประเทศไทยเป็นระยะเวลา 3 ปี ตั้งแต่ปี 2561 – 2563

การประชุมดังกล่าวเป็นการประชุมร่วมระหว่างส่วนราชการและภาคเอกชน เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนจังหวัดบุรีรัมย์สู่เมืองที่ดีที่สุดของประเทศไทย โดยการแลกเปลี่ยนข้อมูลและทักษะร่วมกันจากตัวแทนภาคธุรกิจเอกชนขนาดใหญ่ทั้งจากประเทศจีนและประเทศไทยได้มาร่วมกันแสดงความคิดเห็น เพื่อร่วมผลักดันและนำข้อมูลมาใช้ในการวางยุทธศาสตร์ ๒๐ ปี บุรีรัมย์ โดยโครงการที่จะเกิดขึ้นในอนาคต “เสริมสร้างจังหวัดบุรีรัมย์ให้เติบโตอย่างมั่นคง และ ยั่งยืน” มุ่งสู่การเป็นเมืองที่ดีที่สุดในประเทศไทย ประกอบด้วย โรงไฟฟ้าจากขยะ โรงผลิตน้ำประปา ศูนย์การแพทย์และสุขภาพแบบครบวงจร รถไฟฟ้ารางชมเมือง ส่งเสริมการท่องเที่ยวมีบริษัทที่เข้าร่วมประชุมจำนวน 11 บริษัท และได้นำเสนอ แนวทางการร่วมลงทุนในจังหวัดบุรีรัมย์ จำนวน 8 บริษัท สรุปสาระสำคัญดังนี้

  1. กลุ่มทุนและกลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่ บริษัท ซิติก คอนสตรัคชั่น อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด (CITIC Group)

บริษัท ซิติก กรุ๊ป จำกัด เป็นบริษัทรัฐวิสาหกิจแห่งแรกของจีนที่มีความทันสมัยและได้รับอนุญาตให้ออกไปค้าขายทั่วโลก ก่อตั้งเมื่อปี ๒๕๒๒ มีทุนจดทะเบียนประมาณ 3,๐๐๐ ล้านบาท ถือหุ้นโดยรัฐบาลจีน ๗๘ %  เป็นบริษัทที่มีความเชี่ยวชาญด้านการจัดหาแหล่งเงินทุน บริษัท ซิติก มีความสัมพันธ์กับประเทศไทยในกลุ่มของบริษัทเครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซี.พี.) บริษัท ซิติก มาเปิดบริษัท ซิติก คอนสตรัคชั่น ในประเทศไทย เนื่องจากเป็นการตอบสนองนโยบาย one Belt one Road หรือ หนึ่งแถบ หนึ่งเส้นทาง ของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ซึ่งเป็นนโยบายที่เด่นชัด คือการพัฒนาเส้นทางสายไหมเก่า หรือเส้นทางสายไหมใหม่ รวมทั้งการพัฒนามารินธาม การท่าเรือออกสู่ทะเล และการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมต่างๆ เป็นผู้ร่วมทุน เพื่อให้ โครงการประสบความสำเร็จ (Strategic Investor) จัดหาแหล่งเงินทุนให้ผู้ทำโครงการเพื่อพัฒนาจังหวัดบุรีรัมย์ เพื่อช่วยระดมทุนสำหรับโครงการต่างๆในจังหวัดบุรีรัมย์เพื่อให้โครงการสำเร็จลุล่วง

  1. บริษัท อีสเทิร์น เอเนอร์จี้ พลัส จำกัด

บริษัท อีสเทิร์น เอเนอร์จี้ พลัส จำกัด เป็นบริษัทที่มีภารกิจเกี่ยวกับการบริหารจัดการขยะชุมชน ปัจจุบันดำเนินงานโรงไฟฟ้าขยะที่กำลังการผลิต 4 – 8 เมกะวัตต์ต่อวัน สถานที่ตั้งโรงไฟฟ้าปัจจุบันอยู่ที่แพรกษา จังหวัดสมุทรปราการ  บริษัทได้ดำเนินการโครงการโรงไฟฟ้าขยะ โดยบริษัท อีสเทิร์น เอเนอร์จี้ พลัส จำกัด มีจุดเด่น ได้แก่ ใช้ปริมาณขยะจากชุมชน ปริมาณ 400 ตัน/วัน ในการผลิตกระแสไฟฟ้าและไร้มลพิษ เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย บริษัทฯ มีพันธกิจกับจังหวัดบุรีรัมย์ คือ สร้างชุมชนปลอดขยะลดปริมาณขยะในชุมชนและบ่อฝังกลบได้ถึง  200 – 400 ตันต่อวัน สร้างความมั่นคงของชุมชนอย่างยั่งยืน ผลิตไฟฟ้าใช้ได้เองจากแหล่งพลังงานทางเลือกที่มีอยู่แล้วในชุมชน โรงไฟฟ้าจากขยะ ได้โรงไฟฟ้าที่สะอาดและปลอดภัยจากมลพิษ สามารถพัฒนาต่อยอดเป็นแหล่งท่องเที่ยวเพื่อการศึกษาแห่งใหม่ของจังหวัด

  1. บริษัท วิค วอเตอร์ จำกัด มหาชน

บริษัท วิค วอเตอร์ จำกัด มหาชน เป็นบริษัทในเครือ บริษัท วิค แอนด์ ฮุคลันด์ จำกัด (มหาชน) (listed as ‘WIIK’) เป็นบริษัทชั้นนำของประเทศที่ทำเกี่ยวกับท่อน้ำ STP เป็นบริษัท ๑ ใน ๓ ของประเทศไทย และเป็นบริษัทที่อยู่ในหลักทรัพย์บริษัทเดียวของประเทศไทย ได้ขยายธุรกิจเป็นบริษัทเกี่ยวกับการบริหารจัดการน้ำ โดยได้เริ่มเข้าไปจัดการผลิตระบบน้ำประปาในเขตอุตสาหกรรมภาคตะวันออก  ๒ – ๓ แห่ง  ซึ่งใช้เทคโนโลยีระดับโลกมาผลิตน้ำประปาให้กับอุตสาหกรรม เพื่อการอุปโภคบริโภค ระบบน้ำประปาที่สามารถลดสารเคมี ลดสารก่อมะเร็ง

ลดการใช้ต้นทุนน้ำเพื่อนำมาผลิตน้ำประปาในระบบเมมเบรน มาผลิตน้ำประปาในโครงการต่างๆ ซึ่งเป็นระบบในต่างประเทศที่นำมาใช้ในการผลิตน้ำประปาระดับสูง บริษัทฯ เสนอโครงการโรงผลิตน้ำประปาจากแหล่งน้ำธรรมชาติ (ห้วยตลาด และ ห้วยจรเข้มาก) น้ำประปาคุณภาพสูง มาตรฐานยุโรปเพื่อการอุปโภคและบริโภค ปัจจุบันเป็นผู้สร้างระบบและดำเนินการผลิตน้ำประปาให้แก่นิคมอุตสาหกรรมเวลโกรว์ โดยมีอัตราการผลิต 1,200 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง  นิคมอุตสาหกรรมสยามอีสเทิร์น อินดัสเตรียลพาร์ค โดยมีอัตราการผลิต 700 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง ระบบผลิตน้ำประปาและน้ำดื่มสำหรับหน่วยงานราชการ โดยมีอัตราการผลิต 120 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน โดยบริษัทฯ มีจุดเด่น คือ

1) ใช้น้ำจากแหล่งน้ำธรรมชาติ เช่น แหล่งน้ำดิบ น้ำผิวดิน น้ำกร่อย คลอง บาดาลและแม่น้ำ

2) เป็นผู้เชี่ยวชาญเทคโนโลยีที่ทันสมัยในการเพิ่มประสิทธิภาพระบบบำบัดน้ำ (“อุลตร้าฟิวเตรชั่น แบบเซเว่นบอร์”)

3) ผู้บริหารและทีมงานมีประสบการณ์ และ ความเชี่ยวชาญในการออกแบบโรงผลิตน้ำประปา อย่างครบวงจร

บริษัทฯ มีพันธกิจกับจังหวัดบุรีรัมย์ คือ สร้างโรงผลิตน้ำประปาที่ทันสมัยได้น้ำประปาที่มีคุณภาพดีขึ้น จากการผลิตด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย เพื่อผลิตน้ำสะอาดจากแหล่งน้ำธรรมชาติในชุมชน สร้างความมั่นคงของชุมชนอย่างยั่งยืน เพื่อรองรับการใช้น้ำประปาที่เพิ่มขึ้นจากแผนการขยายตัวของเมืองและสาธารณูปโภคในอนาคตอันใกล้ และประชาชนมีน้ำสะอาดใช้อย่างทั่วถึง โรงผลิตน้ำประปาตัวอย่างพัฒนาเป็นโรงผลิตน้ำประปาตัวอย่างที่สามารถต่อยอดเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเพื่อการศึกษาสำหรับนักเรียน นักศึกษา และผู้สนใจ

  1. บริษัท ไบรท์บลู วอเตอร์คอร์เปอเรชั่น จำกัด

บริษัท ไบรท์บลู วอเตอร์คอร์เปอเรชั่น จำกัด ทำธุรกิจเกี่ยวกับน้ำครบวงจร เริ่มการทำธุรกิจจากการบริหารจัดการแหล่งน้ำดิบ แหล่งน้ำต้นทุน อนุรักษ์แหล่งน้ำ ทำการลำเลียงน้ำ ผลิตน้ำ ทำการจัดระบบบำบัดน้ำเสีย รวมถึงการบริหารจัดการน้ำรีไซเคิล จากที่กล่าวมาเป็นการทำระบบน้ำครบวงจร ในอนาคตจังหวัดบุรีรัมย์จะมีการพัฒนาอย่างยั่งยืน และมีการเจริญเติบโตทางอุตสาหกรรม มีประชากรมากขึ้น  ผลกระทบด้านน้ำอาจเกิดขึ้นในอนาคต ปัจจุบันมีอยู่หลายจังหวัดได้เน้นการใช้เทคโนโลยีชั้นสูงจากต่างประเทศและบริษัทได้เข้าไปดำเนินการ เช่น การบริหารจัดการปรับปรุงคุณภาพของน้ำประปาให้กับเทศบาลสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร บริษัทฯ เสนอโรงผลิตน้ำประปาคุณภาพสูงแหล่งน้ำธรรมชาติ (ห้วยตลาด และ ห้วยจรเข้มาก) น้ำประปาคุณภาพสูง มาตรฐานยุโรป เพื่อการอุปโภคและบริโภค ปัจจุบันดำเนินงานผลิตน้ำประปาในจังหวัดดังต่อไปนี้ นครศรีธรรมราช ลำพูน เชียงใหม่ ภูเก็ต ชลบุรี ระยอง ปทุมธานี และ สมุทรสาคร โดยโครงการดังกล่าวมีอัตราการผลิตรวม 230 ลูกบาศก์เมตรต่อปี โดยบริษัทฯ มีจุดเด่น ได้แก่

  1. ใช้น้ำจากแหล่งน้ำธรรมชาติ เช่น แหล่งน้ำดิบ น้ำผิวดิน น้ำกร่อย คลอง บาดาลและแม่น้ำ
  2. เป็นผู้เชี่ยวชาญเทคโนโลยีที่ทันสมัยในการเพิ่มประสิทธิภาพระบบบำบัดน้ำ
  3. ผู้บริหารและทีมงานมีประสบการณ์ และ ความเชี่ยวชาญในการออกแบบโรงผลิตน้ำประปา อย่างครบวงจร

บริษัทฯ มีพันธกิจกับจังหวัดบุรีรัมย์ คือ สร้างโรงผลิตน้ำประปาที่ทันสมัยได้น้ำประปาที่มีคุณภาพดีขึ้น จากการผลิตด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย เพื่อผลิตน้ำสะอาดจากแหล่งน้ำธรรมชาติในชุมชนสร้างความมั่นคงของชุมชนอย่างยั่งยืน เพื่อรองรับการใช้น้ำประปาที่เพิ่มขึ้นจากแผนการขยายตัวของเมือง  และสาธารณูปโภคในอนาคตอันใกล้ และประชาชนมีน้ำสะอาดใช้อย่างทั่วถึง โรงผลิตน้ำประปาตัวอย่างพัฒนาเป็นโรงผลิตน้ำประปาตัวอย่าง ที่สามารถ  ต่อยอดเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเพื่อการศึกษาสำหรับนักเรียน นักศึกษา และผู้สนใจ

  1. บริษัท แอ็ดวานซ์ เพาเวอร์ คอนเวอร์ชั่น จำกัด หรือ แอ็คคอน

บริษัท แอ็ดวานซ์  เพาเวอร์ คอนเวอร์ชั่น จำกัด หรือ แอ็คคอน ก่อตั้งเมื่อปี 2554 ปัจจุบันมีทุนจดทะเบียน 1,050 ล้านบาท เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านระบบไฟฟ้า โรงไฟฟ้าจากชีวมวลหรือขยะ ระบบสื่อสาร และระบบไฟฟ้าอุตสาหกรรม ผลงานปัจจุบันเป็นผู้รับเหมางานระบบไฟฟ้าของการไฟฟ้าฝ่ายผลิต และ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค  และเป็นผู้ก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานชีวมวลของบริษัท อีสเทิร์น เอเนอร์จี้ พลัส บริษัทฯ เสนอโครงการรถไฟฟ้าราง จำนวน 2 โครงการ ได้แก่  1) รถไฟฟ้ารางชมเมืองแบบประยุกต์สร้างรถไฟฟ้าแล่นชมเมือง และใช้ขบวนรถแบบประยุกต์ โดยใช้ตู้โดยสารเก่าจากการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) มาปรับปรุงตกแต่งให้สวยงามและคลาสสิค หัวลากใช้ไฟฟ้า 100% ปราศจากมลพิษทางอากาศและเสียง  สามารถขนส่งนักท่องเที่ยวจาก สถานีรถไฟบุรีรัมย์ ถึง สนาม i-Mobile Stadium และ 2) ผู้ดำเนินการก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานขยะให้แก่ EEP

บริษัทฯ มีพันธกิจกับจังหวัดบุรีรัมย์ เพื่อสร้างระบบรถรางที่ทนทานและประหยัดพลังงานเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวในจังหวัดบุรีรัมย์สร้างชุมชนปลอดขยะสร้างชุมชนปลอดขยะ ลดปริมาณขยะในชุมชน และบ่อฝังกลบได้ถึง  200 – 400 ตันต่อวัน

  1. โรงพยาบาลปิยะเวท จำกัด มหาชน

บริษัท บางปะกอก ฮอสพิทอล กรุ๊ป จำกัด เป็นโรงพยาบาลเอกชนชั้นนำของประเทศไทย ในเครือของโรงพยาบาลบางปะกอก (BPK Hospital Group) เริ่มให้บริการมาตั้งแต่ปีพุทธศักราช 2546 ก่อตั้งโดยแพทย์หญิงเจรียง  จันทรกมล และรองศาสตราจารย์พิทยา จันทรกมล  ปัจจุบัน มีโรงพยาบาลในเครือบางปะกอก จำนวน 6 แห่ง ได้แก่ โรงพยาบาลบางปะกอก 1

โรงพยาบาลบางปะกอก 3  โรงพยาบาลบางปะกอก 8  โรงพยาบาลบางปะกอก 9 อินเตอร์เนชั่นแนล  โรงพยาบาลปิยะเวท และ โรงพยาบาลบางปะกอกรังสิต 2

จุดเด่นของบริษัทฯ คือ เพียบพร้อมด้วยศูนย์การแพทย์เฉพาะทางหลากหลายสาขา มีทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจากสถาบันทาง การแพทย์ และเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ทันสมัย เพื่อรองรับต่อความต้องการของผู้ป่วย ให้บริการผู้ป่วย ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติจากทั่วโลก บริษัท บางปะกอก ฮอสพิทอล กรุ๊ป จำกัด เสนอโครงการ โรงพยาบาลและ ศูนย์การแพทย์ชั้นนำของประเทศ โรงพยาบาลมาตรฐานระดับโลกเพื่อรองรับความหนาแน่นของคนไข้ในจังหวัด ศูนย์สุขภาพครบวงจร  ศูนย์ส่งเสริมสุขภาพ  ศูนย์เวชศาสตร์ ระดับโลก เพื่อเป็นศูนย์กลางทางสุขภาพระดับโลก และเป็นจุดหมายใหม่สำหรับทั้งนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติ  โดยมีพันธกิจกับจังหวัดบุรีรัมย์ คือ สร้างโรงพยาบาลมาตรฐานระดับโลก เพื่อรองรับความหนาแน่นของคนไข้ในจังหวัด และประชากรที่เพิ่มขึ้นจากการขยายตัวของเมือง สร้างศูนย์สุขภาพครบวงจร  ศูนย์ส่งเสริมสุขภาพ  ศูนย์เวชศาสตร์ ระดับโลก เพื่อเป็นศูนย์กลางทางสุขภาพระดับโลก และเป็นจุดหมายใหม่สำหรับทั้งนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติ

  1. บริษัท ซีด็อกเตอร์นาว จำกัด

บริษัท ซีด็อกเตอร์นาว จำกัด นำเสนอโครงการบุรีรัมย์แคร์ ซึ่งเป็นโครงการบริการให้คำปรึกษาทางสุขภาพโดยแพทย์ และบุคลากรทางการแพทย์ แก่ประชาชนผ่าน application มือถือ “Buriram Care (powered by See Doctor Now)” ช่วยให้ชาวบุรีรัมย์ทุกคนเข้าถึงการให้บริการทางสุขภาพ อย่างรวดเร็ว มีประสิทธิภาพ อย่างเท่าเทียม ผ่านระบบแพทย์ทางไกล ที่มีคุณภาพสูง บริการแก่ชาวบุรีรัมย์ “ทั่วโลก” บริการให้คำปรึกษาทางสุขภาพ ทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง โดยแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ซึ่งมีใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบโรคศิลปะ พูดคุยกันแบบเห็นหน้าผ่านโทรศัพท์มือถือ smartphones, tablets และคอมพิวเตอร์ ภายใต้ระบบเครือข่ายที่มีความปลอดภัย ได้มาตรฐานสากล และมีความเป็นส่วนตัวในระดับสูง ระบบการแพทย์ทางไกล (Telemedicine) จะทำให้ชาวบุรีรัมย์ทุกคน เข้าถึงการบริการสุขภาพที่ดี ทุกที่ ทุกเวลา ลดระยะเวลาและค่าใช้จ่ายในการเดินทางเพื่อรับบริการสุขภาพ ท้องถิ่นสามารถจัดสรรทรัพยากรสาธารณสุข ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้บริการผู้ป่วยที่มีความจำเป็นได้มากขึ้น แก้ไขปัญหาการกระจายตัวของแพทย์ บุคลากรทางการแพทย์และโรงพยาบาล เป็นผู้ให้บริการระบบสุขภาพยุคใหม่ ที่นำเทคโนโลยีทางดิจิตอลมาใช้แก้ปัญหาสุขภาพ เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงบริการสุขภาพจากที่ใดก็ได้ เวลาใดก็ได้ โดยเริ่มต้นจากการให้บริการผ่าน application บนมือถือ และมีแผนในการนำส่งระบบสุขภาพที่ครอบคลุมไปสู่ประชาชนต่อไป โครงการดังกล่าวเป็นผลสืบเนื่องจากสถานการณ์ในระบบสาธารณสุขปัจจุบันมีความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วจากปัจจัยหลัก ๓ ประการด้วยกัน คือ 1) ลักษณะของผู้รับบริการเปลี่ยนแปลงไป   ๒) โครงสร้างของประชากรเปลี่ยนแปลงไป  ๓) สังคมผู้สูงอายุเพิ่มมากขึ้น การใช้ระบบนี้จะทำให้บุรีรัมย์เข้าถึงการแพทย์ได้อย่างรวดเร็ว ถือได้ว่าเป็นโครงการขนาดใหญ่แห่งแรกในประเทศไทยที่จะให้บริการแก่ประชาชน  โดยเริ่มทำในจังหวัดบุรีรัมย์เป็นแห่งแรกในประเทศไทย และดำเนินการโดย บริษัท ซีด็อกเตอร์นาว จำกัด

  1. บริษัท ไทยจัดการลองสเตย์ จำกัด

บริษัท ไทยจัดการลองสเตย์ จำกัด เป็นบริษัทที่ก่อตั้งขึ้นโดยมติคณะรัฐมนตรี เมื่อปี ๒๕๔๔ โดยมีการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยถือหุ้น ๓๐%  รัฐบาลถือหุ้น ๓๐% เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการให้บริการการแนะนำและจัดทำวีซ่าระยะยาว (อายุ 1 ปี) และขั้นตอนอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับการพำนักในประเทศไทย สำหรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่มาท่องเที่ยวระยะยาวและวัยเกษียณ ทั้งนี้เพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยวในประเทศไทยอย่างถูกกฎหมาย เป็นผู้ถือ License

และใบอนุญาตครบถ้วนในการดูแลนักท่องเที่ยวระยะยาว พันธกิจของบริษัท มีหน้าที่ดูแลจัดหานักท่องเที่ยว ที่มีอายุ ๕๐ ปีขึ้นไป ที่มีวัตถุประสงค์จะใช้ชีวิตในประเทศไทย บริษัทฯ เสนอโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวในจังหวัดบุรีรัมย์ (Thailand Second Home @Buriram) “One-Stop Service” สำหรับนักท่องเที่ยวระยะยาว ทำวีซ่าสำหรับนักท่องเที่ยว เดินทางสู่จังหวัดบุรีรัมย์ ดูแลนักท่องเที่ยวเรื่องการใช้ชีวิตประจำวันและความเป็นอยู่ ทำวีซ่า นักลงทุน       ผู้เกษียณอายุ ลงทุนในอสังหาริมทรัพย์  ท่องเที่ยวระยะยาว โดยมีพันธกิจกับจังหวัดบุรีรัมย์ คือ ส่งเสริมการท่องเที่ยวในจังหวัดบุรีรัมย์เพื่อเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวในจังหวัดบุรีรัมย์ เพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจของจังหวัดโดยรอบ แนะนำนักท่องเที่ยวให้มาอาศัยอยู่ในจังหวัดบุรีรัมย์ระยะยาวเพื่อให้การหมุนเวียนของเศรษฐกิจในจังหวัดบุรีรัมย์ครบวงจรมากยิ่งขึ้น และส่งเสริมการท่องเที่ยวแบบระยะยาว นำพานักลงทุนต่างชาติให้เข้ามาลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ในจังหวัดบุรีรัมย์แบบถูกกฎหมาย เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ลงทุนต่างชาติเข้าลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และส่งเสริมเศรษฐกิจพื้นฐานของจังหวัด   ทั้งบริษัทร่วมทุนและบริษัทจากกรุงเทพมหานครนี้ ทราบจากที่ปรึกษาว่า ที่จังหวัดบุรีรัมย์เป็นแห่งแรกและ แห่งเดียวในประเทศไทยที่มีการลงทุนแบบนี้ ภายใต้การนำของท่านผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์และภาคเอกชนในจังหวัดบุรีรัมย์

นายอุนสรณ์ แก้วกังวาล ประธานในที่ประชุมกล่าว นั่นเป็นก้าวย่างที่สำคัญก้าวที่สอง ต่อจากก้าวแรกที่ท่านหัวหน้าส่วนราชการได้ไปร่วมทำ Work Shop จัดทำแผนยุทธศาสตร์ 20 ปีบุรีรัมย์ ที่เพ ลา เพลิน จังหวัดบุรีรัมย์ได้ทำสิ่งที่ต่อเนื่องจากวันนั้น โดยมีทั้งบุคลากร ระบบ ผู้ประกอบการ และเงินทุนด้วย ลำดับต่อไปจะนำไปพูดคุยกับภาคเอกชนของจังหวัดบุรีรัมย์ ทั้งหอการค้าจังหวัด สภาอุตสาหกรรมจังหวัด รวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่าเราจะขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ต่างๆ เหล่านี้ต่อไปได้อย่างไร ขณะนี้ภาคเอกชนของเรามีความพร้อมแล้วที่จะขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ 20 ปีบุรีรัมย์ของเรา

ที่มาข้อมูล : รายงานการประชุมคณะกรมการจังหวัด ประจำเดือนกรกฎาคม 2560 (ครั้งที่ 7/2560)

เครดิตภาพ : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดบุรีรัมย์

คอมเม้นต์

คอมเม้นต์