เมื่อแล้งหนัก ชาวบ้านโคกสะอาดจึงลองปลูกผักใช้น้ำน้อยขาย ผลลัพธ์ที่ได้คือกำไรเป็นอะไรที่เจ๋งกว่าที่คิด


เมื่อแล้งหนัก ชาวบ้านโคกสะอาดจึงลองปลูกผักใช้น้ำน้อยขาย ผลลัพธ์ที่ได้คือกำไรเป็นอะไรที่เจ๋งกว่าที่คิด

 

ชาวบ้านโคกสะอาดบุรีรัมย์ทั้งหมู่บ้านพลิกวิกฤตแล้งปลูกผักใช้น้ำน้อยขายสร้างรายได้เสริม
ชาวบ้านโคกสะอาด จ.บุรีรัมย์ ทั้งหมู่บ้านกว่า 60 ครัวเรือน พลิกวิกฤตช่วงหน้าแล้งปลูกพืชผักสวนครัวอายุสั้นและใช้น้ำน้อยขายเป็นรายได้เสริมเลี้ยงครอบครัว เฉลี่ยครัวเรือนละ 6-7 พันบาทต่อเดือน แม้จะเป็นรายได้ที่ไม่มากแต่ก็สามารถลดการเคลื่อนย้ายแรงงานได้
วันนี้ (23 ก.พ. 61) ชาวบ้านโคกสะอาด ต.สะแกซำ อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ ทั้งหมู่บ้านกว่า 60 หลังคาเรือน ได้พลิกวิกฤตช่วงหน้าแล้งที่ภาครัฐขอความร่วมมือให้งดทำนาปรัง หันไปปลูกพืชผักสวนครัวอายุสั้น อาทิ ผักชี ต้นหอม คื่นไช่ แตงกวา และพืชผักอื่นๆ ที่ใช้น้ำน้อย
ตามพื้นที่ว่างเปล่ารอบบ้านเรือนของตัวเอง โดยอาศัยสูบดึงน้ำจากคลองส่งน้ำที่ลดหล่อเลี้ยงพืชผัก และใช้มูลสัตว์ที่หาได้จากท้องถิ่น เช่น มูลไก่ สุกร หรือมูลวัว ควายใส่เป็นปุ๋ยบำรุงต้นแทนสารเคมี
โดยใช้ระยะเวลาในการปลูกเพียง 1 เดือน หรือ 45 วันเท่านั้น ก็สามารถเก็บผลผลิตขายให้กับพ่อค้าแม่ค้าที่มารับซื้อถึงหมู่บ้าน เพื่อนำไปวางขายต่อตามตลาดสด หรือตลาดนัดต่างๆ
โดยชาวบ้านที่ปลูกผักขายจะมีรายได้เฉลี่ยครัวเรือนละ 6 – 7,000 บาทต่อเดือน ซึ่งถึงแม้จะเป็นรายได้ที่ไม่มากนัก แต่ก็ถือว่าเป็นรายได้เสริมในช่วงว่างเว้นจากการทำนา และสามารถเลี้ยงดูครอบครัวได้เป็นอย่างดี ทั้งยังสามารถลดการเคลื่อนย้ายแรงงานออกนอกพื้นที่ในช่วงหน้าแล้งได้ในอีกทางหนึ่งด้วย
นายสังข์ทอง และนางเรรวน กริมรัมย์ สองสามีภรรยา ชาวบ้านโคกสะอาด บอกว่า ปกติมีอาชีพทำนา หลังเสร็จจากการทำนาก็จะหันไปปลูกพืชผักสวนครัวที่ใช้น้ำน้อย และมีอายุสั้นเพียง 1 เดือน หรือ 45 วัน
ก็สามารถเก็บผลผลิตส่งขายได้ เพื่อเป็นรายได้เสริมเลี้ยงครอบครัวก็จะมีรายได้เฉลี่ยวันละ 2 – 300 บาท ซึ่งจะมีแม่ค้ามารับซื้อถึงบ้าน แม้จะเป็นรายได้ที่ไม่มากแต่ก็มีความสุขที่ได้อยู่กับครอบครัวไม่ต้องอพยพไปขายแรงงานต่างถิ่น
แต่ช่วงหน้าแล้งก็ยอมรับว่าพืชผักบางชนิดก็ได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศที่แห้งแล้ง และร้อนจัด ทำให้ใบเหี่ยวเฉา โตช้า แคระแกรน และรากเน่าได้ผลผลิตน้อยลง
จึงต้องหมั่นดูแลเป็นพิเศษบางแปลงต้องลงซื้อแสลนมาคลุมเพื่อป้องกันแดด รดน้ำให้ชุ่มกว่าเดิม และใส่ปุ๋ยคอกบำรุงเพิ่มขึ้นก็จะสามารถช่วยบรรเทาความเสียหายลงได้

ข้อมูลข่าวและที่มา

ผู้สื่อข่าว : สุรชัย พิรักษา

ผู้เรียบเรียง : วรัญญา นันตาแก้ว
แหล่งที่มา : สวท.บุรีรัมย์

Comments

comments

You may also like

0 Comments

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

More From: ข่าวบุรีรัมย์

DON'T MISS

เลือกรูปแบบกระทู้
เรื่องราว
ข้อความ ภาพ วิดีโอ หรืออื่นๆ
เรื่องราวแบบแบ่งหัวข้อ
แบ่งเรื่องราวของคุณตามหัวข้อ