โหดเหี้ยม!!! หนุ่มใหญ่ อ.กระสังคลั่งยา ใช้สว่านเจาะกะโหลกเมียร้องโหยหวน แม่ช่วยไม่ทัน

โหดเหี้ยม!!! หนุ่มใหญ่ อ.กระสังคลั่งยา ใช้สว่านเจาะกะโหลกเมียร้องโหยหวน แม่ช่วยไม่ทัน

แบ่งปัน

โหดเหี้ยม!!! หนุ่มใหญ่ อ.กระสังคลั่งยา ใช้สว่านเจาะกะโหลกเมียร้องโหยหวน แม่ช่วยไม่ทัน

28 มกราคม 2560 สำนักข่าว Sonook News รายงานข่าวอาชญากรรมที่เกิดขึ้่นที่จังหวัดบุรีรัมย์

โดยในรายงานข่าวระบุว่า (28 ม.ค.60) ร.ต.อ.ธนัช นครไธสง ร้อยเวรฯ สภ.กระสัง จ.บุรีรัมย์ ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่าเกิดเหตุสามีใช้สว่านทำร้ายภรรยาเสียชีวิตอย่างโหดเหี้ยม จึงรายงานให้ พ.ต.อ.ภูมิพัฒน์ ภัทรศรีวงษ์ชัย ผกก.สภ.กระสัง รับทราบ

ก่อนจะรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อม พ.ต.ท.ศุภกฤต คุณประทุม รองผกก.(สอบสวน) สภ.กระสัง เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุพบญาติพี่น้องผู้ตายและชาวบ้านยืนมุงอยู่บ้านหลังเกิดเหตุจำนวนมาก

จากนั้นได้ขึ้นไปตรวจสอบจุดเกิดเหตุซึ่งเป็นห้องนอนอยู่บริเวณชั้นสองของบ้าน ก็พบข้าวของกระจัดกระจายและคราบเลือดไหลนองอยู่เต็มที่นอน และพบสว่านเปื้อนเลือดวางอยู่บนที่นอนด้วย

คาดว่าน่าจะเป็นอาวุธที่ใช้ก่อเหตุ ส่วนร่างของ น.ส.เบญจมาศ อายุ 22 ปี ผู้เสียชีวิต เจ้าหน้าที่กู้ชีพเทศบาลสองชั้น ได้นำส่งโรงพยาบาลกระสังก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะเดินทางไปถึงที่เกิดเหตุแล้ว

ส่วนผู้ก่อเหตุ คือ นายวินัย อายุ 40 ปี เป็นสามีของ น.ส.เบญจมาศ ผู้ตาย ซึ่งปัจจุบันมีอาชีพรับเหมาทำหินขัด หลังก่อเหตุได้กระโดดหน้าต่างหลบหนี แต่ไม่รอดถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามจับกุมตัวได้ขณะเดินเท้าไปตามถนนสายบุรีรัมย์ – สุรินทร์ ห่างจากบ้านที่เกิดเหตุ 3 กิโลเมตร

ขณะเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าควบคุมตัวนายวินัย ก็อยู่ในสภาพเสื้อผ้าเต็มไปคราบเลือด พูดจาไม่รู้เรื่องคล้ายคนเมา จึงได้ควบคุมตัวไปที่ สภ.กระสัง และนำไปตรวจปัสสาวะหาสารเสพติดก็พบฉี่สีม่วง จึงนำตัวไปตรวจค้นที่บ้านก็พบอุปกรณ์ในการเสพยาบ้าจึงตรวจยึดไว้เป็นหลักฐาน

จากการสอบสวนนายวินัยก็ยอมรับสารภาพว่าเป็นผู้ลงมือก่อเหตุฆ่าภรรยาของตัวเองจริง โดยใช้สว่านแบบไร้สายใส่ถ่าน ทุบและเจาะศีรษะ ใบหน้า แขน หลายแผล เพราะเกิดอาการจิตหลอนหวาดระแวงว่าจะมีคนมาทำร้ายตัวเอง

อย่างไรก็ตามตำรวจะได้สอบสวนหาสาเหตุที่แท้จริงอีกครั้ง ซึ่งเบื้องต้นก็ได้แจ้ง 3 ข้อหาหนัก ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา , เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) และกระทำความรุนแรงในครอบครัว ซึ่งเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ถูกกระทำความรุนแรงในครอบครัว ก่อนจะควบคุมตัวไว้ดำเนินคดีตามกฎหมาย

ด้านนางสมนาง อายุ 49 ปี แม่ของผู้เสียชีวิต บอกว่านายวินัย ได้มาอยู่กินกับลูกสาวของตนเองฉันท์สามีภรรยามา 3 ปีแล้ว ที่ผ่านมาก็ไม่เคยเห็นทั้งสองทะเลาะกันถึงขั้นรุนแรง ก็มีปากเสียงกันตามปกติเหมือนผัวเมียทั่วไป

แต่ก็ไม่เคยรู้ว่าลูกเขยเสพยาเสพติด เพราะเช้ามาลูกเขยก็ออกไปทำงานรับเหมาทำหินขัด ส่วนลูกสาวก็ไปเป็นลูกมือด้วยกว่าจะกลับมาก็เย็น และก่อนเกิดเหตุก็เห็นลูกเขย นั่งดื่มเบียร์อยู่ในบ้านคนเดียวก็ไม่มีอะไรผิดปกติ

กระทั่งเวลาประมาณตี 4 เศษ ได้ยินเสียงลูกสาวร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด จึงวิ่งขึ้นไปเคาะประตูห้องนอนแต่ถูกปิดล็อคไว้แน่นเข้าไปไม่ได้ จึงตะโกนให้เพื่อนบ้านใกล้เคียงมาช่วยงัดฝาบ้านเพื่อจะเข้าไปช่วยลูกสาว

แต่เมื่องัดฝาบ้านออกเข้าไปในห้องนอนได้ก็พบร่างของลูกสาวนอนแน่นิ่งจมกองเลือดแล้ว ในสภาพบาดแผลเต็มตัว จึงโทรศัพท์แจ้งหน่วยกู้ชีพให้มาช่วยนำร่างลูกสาวโรงพยาบาลแต่ก็ไม่สามารถช่วยได้เพราะลูกสาวเสียชีวิตแล้ว

ขณะที่นายเสนอ อายุ 58 ปี ลุงผู้เสียชีวิต ก็ได้เรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ดำเนินคดีด้วยความเป็นธรรมและลงโทษผู้ก่อเหตุฆ่าหลานสาวให้ถึงที่สุด เพราะถือเป็นการกระทำที่โหดเหี้ยมทารุนเกินกว่าที่จะรับได้ ทั้งที่หลานของตนเองไม่ได้มีความผิดอะไร และไม่มีโอกาสที่จะต่อสู้หรือหลบหนีได้เลย

นอกจากนี้ สำนักข่าวข่าวสดออนไลน์ได้รายงานข่าวในเรื่องเดียวกันระบุวันที่ 28 ม.ค. ร.ต.อ.ธนัช นครไธสง ร้อยเวร สภ.กระสัง จ.บุรีรัมย์ ได้รับแจ้งเกิดเหตุสามีใช้สว่านทำร้ายภรรยาเสียชีวิตอย่างโหดเหี้ยม ภายในบ้านเลขที่ 77 ม.4 บ.เสม็ด ต.ชุมแสง อ.กระสัง

จึงรายงานให้ พ.ต.อ.ภูมิพัฒน์ ภัทรศรีวงษ์ชัย ผกก.สภ.กระสัง รับทราบ ก่อนรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบญาติพี่น้องผู้ตายและชาวบ้านยืนมุงอยู่บ้านหลังดังกล่าวจำนวนมาก จากนั้นได้ขึ้นไปตรวจสอบจุดเกิดเหตุซึ่งเป็นห้องนอนอยู่บริเวณชั้นสองของบ้าน พบข้าวของกระจัดกระจายและคราบเลือดไหลนองอยู่เต็มที่นอน อีกทั้งพบสว่านเปื้อนเลือดอาวุธที่ใช้ก่อเหตุวางอยู่บนที่นอนด้วย

โดยผู้ก่อเหตุทราบชื่อนายวินัย เชิดกาย อายุ 40 ปี อาชีพรับเหมาทำหินขัด เป็นสามีของน.ส.เบญจมาศ ชัยชุมพล อายุ 22 ปี ผู้เสียชีวิต ซึ่งนายวินัย ได้พยายามหลบหนีแต่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามจับกุมตัวได้ขณะเดินไปตาม ถนนสายบุรีรัมย์-สุรินทร์

เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าควบคุมตัวนายวินัย ก็อยู่ในสภาพเสื้อผ้าเต็มไปคราบเลือด พูดจาไม่รู้เรื่องคล้ายคนเมา จึงได้ควบคุมตัวไปที่ สภ.กระสังและนำไปตรวจปัสสาวะพบเป็นสีม่วง อีกทั้งเมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจค้นที่บ้านได้พบอุปกรณ์ในการเสพยาบ้าจึงยึดไว้เป็นหลักฐาน

จากการสอบสวนนายวินัย รับสารภาพว่า เป็นผู้ลงมือก่อเหตุฆ่าภรรยาของตัวเองจริง โดยใช้สว่านแบบไร้สายใส่ถ่าน ทุบและเจาะศรีษะ ใบหน้า แขน และตามลำดับหลายแผล เพราะเกิดอาการจิตหลอนหวาดระแวงว่าจะมีคนมาทำร้ายตัวเอง

บทความเนื้อข่าวจาก สนุกนิวส์ ข่าวสดออนไลน์

คอมเม้นต์

คอมเม้นต์