ไม่มีหมวดหมู่

8 เคสสลดชาวนาฆ่าตัวตาย วิเคราะห์เหตุทำไม”ชาวนา”ถึงฆ่าตัวตาย


8 เคสสลดชาวนาฆ่าตัวตาย ทำไมต้องฆ่าตัวตาย

เมื่อเร็วๆนี้เราได้รับข่าวสารการลาโลกของชาวนาในแทบทุกๆภูมิภาคของประเทศ ไม่เว้นแม้แต่ในบุรีรัมย์บ้านเรา วันนี้ BURIRAM WORLD : มหานครอีสานใต้ เซราะกราวออนไลน์ 24 ชม. จะพาย้อนไปดูเคสสุดสลดกันซิว่า เหตุใดจึงต้องเกิดเหตุสลดเหล่านี้ และจะหาแนวทางแก้ไขกันอย่างไรได้บ้าง เราตามไปดูและวิเคราะห์กันเลยครับ

เคสที่ 8 สลด! คุณตาชาวนาบุรีรัมย์ผูกคอตายกับขื่อศาลากลางหมู่บ้าน ลูกสาวเผยบ่นทำนาเหนื่อย 29 พ.ย. 2560

บุรีรัมย์ – สลด คุณตาชาวนาบุรีรัมย์วัย 72 ปี ใช้ผ้าขาวม้าผูกคอตัวเองกับขื่อหลังคาศาลากลางหมู่บ้านเสียชีวิต เพื่อนบ้านที่มาตากข้าวเห็นตกใจรีบไปแจ้งญาติ ภรรยา-ลูกสาวเห็นศพถึงกับร่ำไห้ พร้อมเผยเห็นผู้ตายบ่นทำนาเหนื่อยแต่ไม่นึกว่าจะเป็นสาเหตุที่ทำให้คิดสั้น

วันนี้ (29 พ.ย.) พ.ต.ท.อดิชาติ มีสา รองสารวัตรสอบสวน สภ.เมืองบุรีรัมย์ ได้รับแจ้งมีเหตุคนผูกคอเสียชีวิตที่บ้านหลักเขต ต.หลักเขต อ.เมืองบุรีรัมย์ จึงประสานมูลนิธิหน่วยกู้ภัยสว่างจรรยาธรรมสถาน พร้อมแพทย์เวรฯ โรงพยาบาลบุรีรัมย์ ก่อนรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ


ได้รับการสนับสนุน
บุรีรัมย์เวิลด์
👍👍👉โปรโมชั่นพิเศษสุดฉลองเปิดร้านใหม่ 🌼🌼เพียง 50 คนเท่านั้น 🌸🌸จัดฟัน 32,999.- 💝💝ฟรี ถ่ายรูปวางแผนการรักษา. 💋💋ฟรี พิมพ์ฟัน. 🤗🤗ฟรี X-Ray ระบบ ดิจิตอล 3 มิติ วางแผนได้แม่นยำ. 💋💋ฟรี รีเทนเนอร์สีสันสดใส (50 คนแรกเท่านั้น!!). 🚗🚗คลีนิกทันตกรรม แอสไปร์ เด็นทัล คลีนิก เยื้ยงธนาคารกรุงไทย ใกล้ถนนคนเดินเซราะกราว. 👏👏ปราถนาให้ทุกคนมีรอยยิ้มสวยสดใส
คลิกติดต่อคลินิก Aspire Dental Clinic แอสไปร์ เด็นทัล คลีนิก


ได้รับการสนับสนุน
บุรีรัมย์เวิลด์
👍👍👉โปรโมชั่นพิเศษสุดฉลองเปิดร้านใหม่ 🌼🌼เพียง 50 คนเท่านั้น 🌸🌸จัดฟัน 32,999.- 💝💝ฟรี ถ่ายรูปวางแผนการรักษา. 💋💋ฟรี พิมพ์ฟัน. 🤗🤗ฟรี X-Ray ระบบ ดิจิตอล 3 มิติ วางแผนได้แม่นยำ. 💋💋ฟรี รีเทนเนอร์สีสันสดใส (50 คนแรกเท่านั้น!!). 🚗🚗คลีนิกทันตกรรม แอสไปร์ เด็นทัล คลีนิก เยื้ยงธนาคารกรุงไทย ใกล้ถนนคนเดินเซราะกราว. 👏👏ปราถนาให้ทุกคนมีรอยยิ้มสวยสดใส
คลิกติดต่อคลินิก Aspire Dental Clinic แอสไปร์ เด็นทัล คลีนิก

เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุพบชาวบ้านมุงดูศพ นายจันทร์ เกรัมย์ อายุ 72 ปี อยู่บ้านเลขที่ 40 หมู่ 2 บ้านหลักเขต ต.หลักเขต อ.เมืองบุรีรัมย์ ที่ได้ใช้ผ้าขาวม้าผูกคอตัวเองกับขื่อศาลาประชาคม หรือศาลากลางหมู่บ้านเสียชีวิต ซึ่งจากการตรวจสอบสภาพศพเบื้องต้นไม่พบร่องรอยบาดแผลจากการถูกทำร้าย มีเพียงร่องรอยบริเวณลำคอซึ่งเกิดจากการใช้ผ้าขาวม้าผูกคอตัวเองกับขื่อหลังคาจนทำให้ขาดอากาศหายใจเสียชีวิต ขณะที่ญาติไม่ได้ติดใจสาเหตุการตายแต่อย่างใด ทางเจ้าหน้าที่จึงได้มอบศพให้ญาตินำไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณี

สอบถาม นางเฉลียว เกรัมย์ อายุ 53 ปี ลูกสาวผู้เสียชีวิต บอกว่า เมื่อวานตอนเย็นหลังจากจ้างรถเกี่ยวข้าวเสร็จ ตนกับพ่อก็ช่วยกันนำข้าวเปลือกที่เกี่ยวแล้วมาตากบริเวณด้านหลังศาลากลางหมู่บ้านเพื่อลดความชื้นก่อนนำเข้ายุ้งฉางเพื่อเก็บไว้บริโภค และขาย

ซึ่งตอนเย็นที่ตากข้าวอยู่กับพ่อได้ยินพ่อบ่นว่าเหนื่อยจึงบอกให้พ่อหยุดพักและกลับไปหาข้าวให้พ่อกิน กระทั่งรุ่งเช้ามีชาวบ้านซึ่งมาตากข้าวเปลือกที่บริเวณศาลากลางหมู่บ้าน เห็นพ่อใช้ผ้าขาวม้าผูกคอกับขื่อหลังคาด้านหลังศาลา จึงรีบวิ่งไปดูและช่วยกันนำร่างของพ่อลงมาไว้ที่พื้นก่อนแจ้งเจ้าหน้าที่ให้มาตรวจสอบ

“ที่ผ่านมาไม่เคยเห็นพ่อมีปัญหาหรือเครียดเรื่องอะไร เพียงได้ยินพ่อบ่นว่าเหนื่อยเรื่องทำนาเท่านั้น แต่ไม่คาดคิดว่าจะเป็นสาเหตุทำให้พ่อคิดสั้นถึงขั้นผูกคอเสียชีวิต แต่ทางครอบครัวก็ไม่ได้ติดใจอะไร” นางเฉลียวกล่าว

ที่มาจากผู้จัดการออนไลน์

เคสที่ 7 ชาวนาบุรีรัมย์ผูกคอตายในบ้าน คาด เครียดหนักไม่มีเงินใช้ ไปยืมเงินเพื่อนบ้านก็ไม่ได้ เพราะยังไม่ได้รับเงินค่าจำนำข้าว 29 มกราคม 2557

ชาวนาบุรีรัมย์ผูกคอตายในบ้าน คาด เครียดหนักไม่มีเงินใช้ ไปยืมเงินเพื่อนบ้านก็ไม่ได้ เพราะยังไม่ได้รับเงินค่าจำนำข้าว

เมื่อวันที่ 29 มกราคม 2557 รายการเรื่องเล่าเช้านี้ ทางช่อง 3 รายงานว่า เมื่อช่วงเย็นวันที่ 28 มกราคมที่ผ่านมา พนักงานสอบสวน สภ.หนองหงส์ จ.บุรีรัมย์ รับแจ้งเหตุมีคนผูกคอตายในบ้าน จึงรุดไปตรวจสอบ ภายหลังจึงทราบว่า ผู้ตายคือ นายเหลา สุวรรณทอง อายุ 43 ปี ได้ใช้ผ้าขนหนูผูกคอตายกับขื่อบ้าน คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 2 ชั่วโมง

โดยลูกสาวของผู้ตาย อายุ 14 ปี ให้การว่า พ่อกับแม่ได้แยกทางกัน ส่วนพี่สาวไปอยู่กรุงเทพฯ ตนจึงอาศัยอยู่กับพ่อเพียง 2 คน ตอนเช้าก่อนเกิดเหตุ พ่อได้ถามว่าตนมีเงินไปโรงเรียนไหม ตนตอบไปว่าไม่มี

พ่อจึงให้เงินมา 30 บาท พอตอนเย็นตนเลิกเรียนก็กลับมาที่บ้าน แต่เห็นประตูบ้านปิดอยู่ จึงร้องเรียกพ่อแต่ไม่มีเสียงตอบรับ สุดท้ายตัดสินใจพังประตูเข้ามา แล้วก็พบว่าพ่อผูกคอตายแล้ว

ขณะที่จากการสอบสวนเพื่อนบ้าน ทราบว่า ก่อนเกิดเหตุในช่วงบ่าย นายเหลามาขอยืมเงิน 1,500 บาท เพื่อจะไปซื้อข้าวสารและของใช้ แต่เพื่อนบ้านไม่มีให้ เพราะยังไม่ได้เงินจำนำข้าวมา นายเหลาจึงได้ไปขอยืมเงินคนอื่น ๆ ในละแวกบ้านอีกหลายคน แต่ทุกคนตอบเป็นเสียงเดียวกันว่าไม่มีเงิน เพราะยังไม่ได้เงินจำนำข้าว

ทั้งนี้ ทางครอบครัวเชื่อว่าสาเหตุที่นายเหลาฆ่าตัวตายนั้น เพราะไม่มีเงิน เนื่องจากยังไม่ได้รับเงินค่าจำนำข้าว ซึ่งเจ้าหน้าที่จะดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป

ข่าวจาก เรื่องเล่าเช้านี้

เคสที่ 6 ชาวนาบุรีรัมย์เกี่ยวข้าวเสร็จ กลับมาแขวนคอตายที่บ้าน 5 พ.ย. 59

เมียเปิดประตูบ้านไปเจอต้องช็อก สามีแขวนคอตัวเองตาย หลังกลับมาจากเกี่ยวข้าวที่นา ระบุป่วยเป็นโรคซึมเศร้า รักษามา 3 ปีแล้ว ไม่เกี่ยวกับปัญหาราคาข้าวตกต่ำใดๆ

เมื่อวานนี้ (5 พ.ย.) พ.ต.ท.ไชยา สระโสม สารวัตรเวร สภ.เมืองบุรีรัมย์ ได้รับแจ้งมีพบคนผูกคอเสียชีวิตภายในบ้านหลังหนึ่งที่ ต.หนองตราด จึงพร้อมด้วยหน่วยกู้ภัยสว่างจรรยาธรรมสถาน รุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุตามที่ได้รับแจ้ง

จุดเกิดเหตุเป็นบ้านปูนชั้นเดียว พบ นายเสงี่ยม อายุ 51 ปี เจ้าของบ้าน อาชีพทำนา ใช้เชือกปอที่ชาวนาใช้มัดฟางหรือใช้เย็บกระสอบข้าวรวมกัน 4-5 เส้น ผูกกับขื่อห้องโถงในบ้าน ก่อนใช้เก้าอี้ขึ้นไปผูกคอตัวเองเสียชีวิตอย่างอนาถใจ ท่ามกลางความเศร้าสลดของภรรยาและญาติๆ

จากการสอบถาม นางหนูหวิน ภรรยาของผู้เสียชีวิตให้การว่า นายเสงี่ยม พร้อมตนและลูกได้ออกไปที่นาท้ายหมู่บ้าน ตั้งแต่ช่วงเช้าตรู่เพื่อดูรถเกี่ยวข้าวที่จะนำมาเก็บไว้ที่ยุ้งฉาง ต่อมาถึงช่วงบ่าย สามีบอกว่าจะกลับบ้านเพื่อที่จะไปปล่อยวัวออกไปกินหญ้า

จนกระทั่งช่วงใกล้เย็น รถเกี่ยวนวดข้าวเสร็จได้นำข้าวเปลือกกลับมาบ้าน เมื่อมาถึงก็มองหาสามีไปรอบบ้านก็ไม่พบ แต่มาเปิดประตูไปหาข้างในบ้านก็ต้องตกใจช็อก พบเห็นสามีในสภาพแขวนคออยู่กลางบ้าน จึงตะโกนเรียกเพื่อนบ้านมาช่วยเหลือ แต่ก็สายเกินไปแล้ว

นางหนูหวิน ยังได้ให้การอีกว่า นายเสงี่ยม เป็นผู้ป่วยโรคซึมเศร้า มานานกว่า 3 ปีแล้ว เคยไปรักษาและรับยาที่แผนกจิตเวชโรงพยาบาลศูนย์บุรีรัมย์ตลอด แต่ระยะหลังพบเห็นสามีมีอาการเครียดบ่อยๆ แต่ไม่คิดว่าจะก่อเหตุดังกล่าว แต่สาเหตุไม่ได้เกี่ยวกับปัญหาราคาข้าวตกต่ำที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ตอนนี้ เพราะครอบครัวไม่ได้รับผลกระทบใดๆ เชื่อว่าเป็นเพราะภาวะโรคซึมเศร้ามากกว่า

หลังจากการสอบสวน ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมแพทย์เวรได้เข้าชันสูตรพลิกศพ ไม่พบบาดแผลกจาการถูกทำร้ายและร่องรอยการต่อสู้ใด ขณะที่ญาติๆ ไม่ติดใจเอาความถึงสาเหตุการเสียชีวิต เจ้าหน้าที่จึงมอบศพให้ญาตินำไปประกอบพิธีบำเพ็ญกุศลตามประเพณีต่อไป

ข่าวจาก สนุกนิวส์

เคสที่ 5 ชาวนา จังหวัดฉะเชิงเทรา ฆ่าตัวตาย เครียดไม่ได้เงินรับจำนำข้าว 12 กุมภาพันธ์ 2557

ฉะเชิงเทรา -ชาวนาจังหวัดฉะเชิงเทรา เครียดไม่ได้เงินรับจำนำข้าว ทำให้ไม่มีเงินทุนทำนา ตัดสินใจกินยาฆ่าแมลง ปลิดชีวิตตัวเอง นับเป็นชาวนารายที่ 8 ที่ฆ่าตัวตายจากปัญหาในโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาลยิ่งลักษณ์

วันนี้(12 ก.พ.)ผู้สื่อข่าวรายล่าสุด นายพิเชษฐ์ เพชรรัตน์ ชาวนาอำเภอราชสาส์น จ.ฉะเชิงเทรา เกิดความเครียดกินยาฆ่าแมลงจนเกือบหมดถัง กว่าครอบครัวจะเห็นและนำส่งโรงพยาบาล นายพิเชษฐ์ ก็เสียชีวิตแล้ว

พี่ชายผู้ตาย เผยว่านายพิเชษฐ์ ได้ไปกู้ยืมเงินจาก ธกส.เพื่อต่อทุนเกือบ 200,000 บาท หวังจะได้รับเงินจากโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาล จำนวน 170,000 บาท มาใช้หนี้ แต่เกือบ 5 เดือน ยังไม่ได้เงิน ทำให้เงินที่กู้ยืมมาเริ่มหมด สุดท้ายหาทางออกให้กับชีวิตไม่ได้ จึงคิดสั้นฆ่าตัวตาย

ซึ่งศพได้นำไปตั้งบำเพ็ญกุศลที่วัดจระเข้ตาย และได้ฌาปนกิจศพไปเมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมา นับเป็นรายที่ 8 แล้ว ที่ฆ่าตัวตายเพราะความเครียดจากโครงการรับจำนำข้าว

ข่าวจาก ผู้จัดการออนไลน์

เคสที่ 4 ของจริง ! ชาวนาผูกคอตายหน้าบ้าน เครียดไม่ได้เงินจำนำข้าว กำแพงเพชร 12 ก.พ. 2014

วันนี้(12 ก.พ.) มีรายงานข่าวว่าที่จังหวัดกำแพงเพชร เกิดเหตุสลดชาวนาผูกคอตายเพราะยังไม่ได้รับเงินจากโครงการจำนำข้าว โดยผู้ตายคือ นางบุญมา สระทองอ้วน อายุ42 ปี มีอาชีพชาวนา ผูกคอตายที่ใต้ต้นมะขามหน้าบ้าน

นายเฉลิม สระทองอ้วน สามีของผู้ตายเผยว่า ภรรยาเครียดเรื่องเงินค่าจำนำข้าวที่ยังไม่ออก รวมถึงติดหนี้กับทางกองทุนหมู่บ้านและ ธกส.เมื่อเงินไม่ออกก็ไม่สามารถนำเงินไปหมุนเวียนในครอบครัวได้ ซึ่งเอาข้าวไปจำนำในโครงการตั้งแต่วันที่ 3 ต.ค.แล้ว

ซึ่งก่อนหน้านี้ผู้ตายได้ไปยืมเงินกับทางผู้ใหญ่บ้าน 500 บาท เพราะครอบครัวแทบจะไม่มีกินอยู่แล้ว เพราะติดหนี้ร้านค้าในหมู่บ้านจนเกรงใจ ซึ่งตนก็ไม่คิดว่าภรรยาจะจบชีวิตลงแบบนี้

ทั้งนี้ นางบุญมา เป็นชาวนา จังหวัดกำแพงเพชร รายที่ 2 ที่ฆ่าตัวตายสืบเนื่องมาจากโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาลที่จ่ายเงินล่าช้า

ข่าวจากเอ็มไทย

เคสที่ 3 ชาวนาพิจิตรผูกคอตายกลางทุ่งนา เมียเผยเครียดราคาข้าวตกต่ำ-ไม่มีเงินใช้หนี้สหกรณ์ 4 พฤศจิกายน 2559

เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 4 พฤศจิกายน 2559 พ.ต.ต.ณรงค์ อุตบัววงษ์ สารวัตรเวร สภ.บางมูลนาก จ.พิจิตร ได้รับแจ้งมีเหตุคนผูกคอตายที่ต้นฉำฉากลางทุ่งนา หมู่ที่ 3 ต.วังสำโรง อ.บางมูลนาก จ.พิจิตร

หลังจากที่ได้รับแจ้งเหตุ จึงรุดไปสอบสวนยังที่เกิดเหตุ พบศพนายศุภกิจ ปั้นแปลก อายุ 43 ปี อยู่บ้านเลขที่ 6/1 หมู่ที่ 3 ต.วังสำโรง อ.บางมูลนาก จ.พิจิตร ใช้เชือกไนล่อนผูกกับต้นฉำฉา จึงได้นำศพส่ง รพ.บางมูลนาก เพื่อชันสูตรศพ

จากการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ทราบว่า ก่อนเกิดเหตุนายศุภกิจ ผู้ตายได้ออกไปดูนาข้าวตอน 6 โมงเช้า จนกระทั่งนางอุบล ภรรยาของผู้ตาย เห็นนายศุภกิจไปนานผิดสังเกต จึงได้ออกไปตามที่ท้องนา จนพบว่านายศุภกิจ ผูกคอตายดังกล่าว

ทางด้านนายนิทัศน์ ปั้นแปลก อายุ 47 ปี ซึ่งเป็นญาติของผู้เสียชีวิต เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า สาเหตุที่นายศุภกิจผูกคอตายในครั้งนี้ มีอยู่เรื่องเดียวคือปัญหาเรื่องราคาข้าวตกต่ำ และเครียดในเรื่องของหนี้สินเยอะ มีภาระต้องเลี้ยงดูส่งเสียลูกเรียนถึง 4 คน เท่าที่ทราบนายศุภกิจเป็นหนี้สหกรณ์การเกษตรอำเภอบางมูลนากกว่า 1 ล้านบาท และข้าวนาปีหอมมะลิ 105 ก็ยังไม่ได้เก็บเกี่ยว ตรงนี้น่าจะเป็นสาเหตุ เพราะคงไม่มีเรื่องอื่น

ทางด้านนายวิทยา อินสำเภา อายุ 44 ปี อยู่บ้านเลขที่ 88/5 หมู่ที่ 3 ต.วังสำโรง อ.บางมูลนาก ซึ่งเป็นเพื่อนของผู้ตาย เผยว่า ก่อนนายศุภกิจจะเสียชีวิต ได้มาหาตนที่บ้าน และคุยกันเรื่องเก็บเกี่ยวข้าว ซึ่งผู้ตายเปรยๆว่า ปีนี้ราคาข้าวไม่ดี หนี้สินก็เยอะ ทำนากว่า 80 ไร่ คงไม่พอใช้หนี้ พอมาเจอปัญหาแบบนี้คงหาทางออกไม่ได้จึงผูกคอตายดังกล่าว

นางอุบล ภรรยาผู้ตายเปิดเผยว่า สามีเคยบ่นว่าราคาตอนนี้เหลือเพียง 5-6 พันบาท เราจะอยู่กันได้หรือเปล่า เพราะว่าเป็นหนี้สหกรณ์เป็นล้านบาท ซึ่งตนเองได้ปลอบใจสามีว่า ค่อยๆเป็นค่อยๆไป จากนั้นก็ไม่ได้คุยกันอีก จนตอนเช้าตนเองได้ไปประชุม กลับมาไม่เจอสามี จึงออกไปตามที่นา จนพบว่าผูกคอตายเสียชีวิตแล้ว

นายราชัน เขียวงาม ผู้ใหญ่บ้านหมูที่ 3 ต.วังสำโรง อ.บางมูลนาก จ.พิจิตร เปิดเผยว่า เมื่อช่วงเช้าหลังจากที่ทราบข่าวว่านายศุภกิจได้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ผูกคอตายนั้น ตนได้ไปที่บริเวณเกิดเหตุ ซึ่งอยู่กลางทุ่งนา เพื่อดูร่องรอยการเสียชีวิตของศุภกิจ ซึ่งไม่พบร่องรอยการถูกทำร้ายจนเป็นเหตุให้เสียชีวิต ซึ่งตรงนี้คิดว่าสาเหตุการเสียชีวิตนั้นน่าจะมาจากความเครียดเรื่องราคาข้าวตกต่ำ ซึ่งที่ผ่านมานั้นนายศุภกิจได้กู้สหกรณ์มาเป็นจำนวนมาก และคิดว่านายศุภกิจคงไม่สามารถจะใช้หนี้ให้หมดได้ จึงเป็นเหตุให้ฆ่าตัวตาย

นายราชันกล่าวอีกว่า ที่ผ่านมา เคยคุยกันเรื่องราคาข้าวที่ตกต่ำอยู่ในขณะนี้ ซึ่งชาวนาหลายคนบ่นว่าจะทำอย่างไรที่จะใช้หนี้ใช้สินที่เป็นหนี้กันอยู่ได้ ซึ่งผู้ตายนั้นเป็นคนร่าเริง ไม่เคยมีศัตรูที่ไหน ซึ่งมั่นใจได้เลยว่า นายศุภกิจผูกคอตายเพราะเครียดเรื่องหนี้สินอย่างแน่นอน

สำหรับการเสียชีวิตของนายศุภกิจ ถือว่าเกษตรกรชาวนาผู้ปลูกข้าวรายแรกที่ผูกคอตายหนีปัญหาหนี้สินจากเหตุการณ์ราคาข้าวตกต่ำในขณะนี้ แม้ว่าทางรัฐบาลจะออกมาช่วยเหลือเกษตรกรชาวนาเพิ่มอีกไร่ละ 800 บาทก็ตาม

ข่าวโดยข่าวสด

เคสที่ 2 ชาวนาแขวนคอสิ้นใจกลางทุ่ง สังเวยหนี้สิน-เครียดราคาข้าว 26 มีนาคม 2558

วันที่ 26 มีนาคม 2558 เมื่อเวลา 08.30 น. ร.ต.ท.กำจัด แก้วสุวรรณ ร้อยเวรสอบสวนสถานีตำรวจเมืองพิจิตร พร้อมแพทย์เวรโรงพยาบาลพิจิตร ได้รับแจ้งมีผู้เสียชีวิต บริเวณกลางทุ่งนา หมู่ที่ 6 ตำบลบ้านบุ่ง อำเภอเมืองจังหวัดพิจิตร จึงได้เดินทางไปตรวจสอบ

จุดเกิดเหตุพบร่างชายใช้เชือกไนลอนสีเขียว มัดรวมกัน 2 เส้น ยาว 2 เมตร ผูกคอตายอยู่ใต้ต้นกระทุ่ม กลางคันนาข้าว คาดว่าเสียชีวิตไม่ต่ำกว่า 6 ชั่วโมง ทราบชื่อคือ นายชิด (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 46 ปี เป็นชาวบ้านที่ประกอบอาชีพชาวนาอยู่ในพื้นที่ดังกล่าว

จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ นายชิด ได้เดินเท้าออกจากบ้าน พร้อมกับไฟฉาย ตั้งแต่เมื่อคืนนี้ (25 มี.ค.) เมื่อเวลา 22.00 น. โดยได้บอกกับญาติๆ ว่าจะออกมาดูเครื่องสูบน้ำที่กลางทุ่งนา ซึ่งสูบน้ำเลี้ยงข้าวนาปรังที่กำลังออกรวง ก่อนจะหายตัวไปตลอดทั้งคืน กระทั่งตอนเช้าก็ยังไม่กลับบ้าน ญาติๆ จึงออกตามหาและพบเป็นศพอยู่กลางทุ่งนา

ญาติของผู้เสียชีวิต ให้การว่า นายชิด มีอาการเครียดและบ่นว่าไม่มีเงินไปใช้หนี้สินกับทางธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธกส.) จำนวนกว่า 300,000 บาท จนต้องกู้ยืมจากญาติ นำไปใช้หนี้ดอกเบี้ยกับธนาคาร ประมาณ 7,000 บาท และไม่มีเงินเหลือที่จะดูแลนาข้าวกำลังออกรวง รวมทั้งเงินใช้หนี้ที่กู้จากเพื่อนบ้าน ร้านค้า ที่ทำการกู้มาลงทุนทำนา รวมเกือบ 700,000 บาท และยังมีปัญหาราคาข้าวตกต่ำ ทำให้กังวลว่าผลผลิตออกมาจะไม่พอใช้หนี้ น่าจะตัดสินใจก่อเหตุสลดดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม ทางญาติไม่ได้สงสัยประเด็นการเสียชีวิตแต่อย่างใด จึงนำศพไปประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป ทั้งนี้ นายชิด เป็นหนึ่งในตัวแทนชาวบ้าน ที่รวมตัวเรียกร้องให้ทางรัฐบาลและทางการ ช่วยเหลือหาแนวทางราคาข้าวที่ตกต่ำ รวมถึงการชำระหนี้จากธนาคาร เมื่อ 2 เดือนที่ผ่านมา แต่ยังไม่ได้รับการแก้ไขและรับแนวทางการช่วยเหลือ จากทางรัฐบาลใดๆ

ข่าวจาก สนุกด็อทคอม

เคสที่ 1 ชาวนาเครียด ผูกคอลาโลก จํานําข้าวไม่ได้เงินมาใช้หนี้ 27 ม.ค. 2557

หนุ่มใหญ่เมืองร้อยเอ็ดเครียดผูกคอตาย เหตุไปกู้เงิน ธ.ก.ส.และนำข้าวหอมมะลิไปจำนำตามโครงการของรัฐ หมุนเงินหารายได้เสริมซื้อรถตู้ให้ลูกเขยวิ่งวินรับส่งเด็กนักเรียน ภายหลังถึงกำหนดต้องจ่ายเงินต้นและดอกเบี้ย หวังเงินบ่อหน้าแต่รัฐยังไม่จ่ายเงินจำนำข้าว หมดหนทางเป็นเหตุฆ่าตัวตาย

หนุ่มใหญ่โดนพิษโครงการจำนำข้าวเครียดผูกคอตาย เกิดขึ้นเมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 26 ม.ค. พ.ต.ท.พิศิษฏ์ คำชัยภูมิ พงส.สภ.เมืองร้อยเอ็ด รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลร้อยเอ็ดมีชายเสียชีวิต

ไปตรวจสอบพบศพนายทองมา ไกยสวน อายุ 64 ปี อยู่บ้านเลขที่ 60 บ้านโนนสั้น หมู่ 3 ต.โนนรัง อ.เมืองร้อยเอ็ด สภาพมีรอยเขียวช้ำรอบคอ แพทย์ลงความเห็นสาเหตุการตายเพราะขาดอากาศหายใจ

จากการสอบสวนนายถวิล ไกยสวน อายุ 72 ปี ญาติผู้ตายทราบว่าเมื่อเช้าวันที่ 26 ม.ค.นายทองมาจูงวัวและควายออกไปเลี้ยงที่สวนอยู่ท้ายหมู่บ้าน ต่อมาชาวบ้านมาบอกว่าพบศพนายทองมาใช้เชือกผูกคอตายอยู่บนต้นประดู่ จึงรีบไปดูแล้วนำตัวส่งโรงพยาบาลต่อมาเสียชีวิต

นายทองมาเป็นคนขยันทำมาหากินเก็บเงินสร้างบ้านราคากว่า 1 ล้านบาทให้ครอบครัว ต่อมาเมื่อเดือน พ.ค.56 นายทองมาไปขอกู้เงินจำนวน 400,000 บาท จากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร หรือ ธ.ก.ส.สาขา จ.ร้อยเอ็ด

เพื่อนำไปสมทบกับเงินที่เก็บสะสมไปซื้อรถตู้มาให้นายสุทัศน์ เถระวัฒน์ อายุ 40 ปี ลูกเขย ขับรับจ้างส่งเด็กนักเรียนในเขตเทศบาลเมืองร้อยเอ็ด พร้อมกับนำข้าวหอมมะลิไปจำนำตามโครงการของรัฐบาล

นายถวิลเผยอีกว่า เมื่อเดือน ม.ค.57 นายทองมาเกิดอาการเครียดเนื่องจากยังไม่ได้รับเงินจำนำข้าว เป็นช่วงเดียวกับถึงกำหนดเวลาชำระเงินต้นและดอกเบี้ยเงินกู้ให้ ธ.ก.ส.

ระยะหลังนายทองมาไปสอบถามเพื่อนบ้านหลายคนว่าการผูกคอตายจะทำอย่างไรจึงจะไม่พลาด แต่ก็ไม่มีใครคาดคิดว่าจะฆ่าตัวตาย ขณะที่บรรดาญาติก็พูดให้กำลังใจไม่ต้องคิดมาก ค่อยๆผ่อนชำระไปก็ได้คงไม่มีปัญหาเพราะชาวนาคนอื่นก็ยังไม่ได้เงินจำนำข้าวเหมือนกัน ตำรวจเชื่อว่านายทองมาเครียดเรื่องเงินเป็นสาเหตุการฆ่าตัวตาย

ข่าวจาก ไทยรัฐออนไลน์

แต่ละข่าว เศร้าสลดกันทั้งนั้นเลย เชื่อว่าเหตุการณ์แบบนี้คงไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น ยังไงแล้ว BURIRAM WORLD : มหานครอีสานใต้ เซราะกราวออนไลน์ 24 ชม. ขอเป็นกำลังใจแด่ชาวนากระดูกสันหลังของชาติที่กำลังท้อแท้ ว่าอย่าท้อถอยเด็ดขาดและคิดฆ่าตัวตายเลยครับ วันข้างหน้าต้องเป็นวันที่สดใสขอแค่เรายิ้มสู้กับปัญหา เผชิญหน้ากับอุปสรรค ต่อให้ล้มบ้างเจ็บบ้างแต่มันก็เป็นบทเรียนชีวิต สู้ต่อไปครับ เพราะชีวิตเป็นส่ิงมีค่าทีให้ใครขโมยไปไม่ได้เด็ดขาด ขึ้นชื่อว่าพรากชีวิตก็คือการฆ่าคนทั้งนั้น ถึงแม้จะเป็นชีวิตของตัวเองก็ตาม


Like it? Share with your friends!

เลือกรูปแบบกระทู้
เรื่องราว
ข้อความ ภาพ วิดีโอ หรืออื่นๆ
เรื่องราวแบบแบ่งหัวข้อ
แบ่งเรื่องราวของคุณตามหัวข้อ