บุรีรัมย์-เบื้องหลังความจริงของการปิดกิจการ"เต้าส่วนเจ้ตุ่ม"

(15 ต.ค.61) จากกรณีที่ “เต้าส่วน เจ้ตุ่ม” ที่ขายในตลาดโต้รุ่งเก่า บริเวณสี่แยกเทศบาลเมืองบุรีรัมย์ ได้ประกาศทางเฟซบุก ว่าจะขายเต้าส่วนเป็นวันสุดท้ายคือวันที่ 15 ต.ค.แล้วจะเลิกกิจการ เพราะต้องการพักผ่อน หลังจากขายมานานกว่า 40 ปี

"เต้าส่วนเจ้ตุ่ม" ปิดกิจการแล้ว นะ!

"เต้าส่วนเจ้ตุ่ม" แอดเพิ่งไปกินครั้งเดียวเมื่ออาทิตย์ก่อน ตอนนี้ปิดกิจการซะแล้ว คงคิดถึงรสชาติอีกนานเลย (15 ต.ค.61) จากกรณีที่ “เต้าส่วน เจ้ตุ่ม” ที่ขายในตลาดโต้รุ่งเก่า บริเวณสี่แยกเทศบาลเมืองบุรีรัมย์ ได้ประกาศทางเฟซบุก ว่าจะขายเต้าส่วนเป็นวันสุดท้ายคือวันที่ 15 ต.ค.แล้วจะเลิกกิจการ เพราะต้องการพักผ่อน หลังจากขายมานานกว่า 40 ปี หลังจากหลายคนทราบข่าวทั้งที่เป็นลูกค้าขาประจำ และผู้ที่เคยได้ลิ้มรสเต้าส่วนต้นตำรับ ต่างต้องการมาลิ้มรสความอร่อยของเต้าส่วนเจ้ตุ่มเป็นครั้งสุดท้าย เพราะหลังจากนี้อาจจะหารับประทานเต้าส่วนรสชาติแบบนี้ไม่ได้อีกต่อไป อาจเหลือไว้เพียงตำนานเรื่องเล่าเท่านั้น ซึ่งยังไม่ทันได้ถึงเวลาเปิดร้าน ก็ได้มีประชาชนทุกเพศ ทุกวัย ทยอยเดินทางมาต่อแถวรอซื้อตั้งแต่เวลา 14.00 น. จากเวลาเปิดร้าน 17.30 น. กระทั่งถึงเวลาเปิดร้านก็มีคนทยอยเดินทางมาต่อแถวอย่างต่อเนื่อง จนคิวสุดท้ายเป็นคนที่ 300 กว่า ขณะที่เจ้ตุ่ม ทำเต้าส่วนมาเพียง 8 หม้อปกติ ซึ่งไม่เพียงพอกับจำนวนคนที่มารอ โดยมีการกำหนดให้ซื้อได้คนละไม่เกิน 5 ถุงเท่านั้นเพราะอยากให้ได้รับประทานครบทุกคน ซึ่งมีบางคนที่สั่งจองไว้ล่วงหน้าเป็นจำนวนมากแล้ว กระทั่งเวลาประมาณ 19.00 น. เต้าส่วนเจ้ตุ่ม ก็ขายหมดเกลี้ยง ทำให้หลายคนที่ต่อแถวรอยังไม่ทันถึงคิวก็ต้องผิดหวังไม่ได้รับประทานเต้าส่วนเจ้ตุ่ม เป็นครั้งสุดท้าย ขณะที่บางคนต่อแถวนาน 3 ชั่วโมงแต่ได้แค่ถุงเดียว ก็ต้องแบ่งกันกิน 5 คน เพราะอยากลิ้มรสความอร่อยของเต้าส่วนเจ้ตุ่ม เป็นครั้งสุดท้าย ก่อนที่จะปิดกิจการ บางคนที่มาต่อแถวรอแต่ยังไม่ทันถึงคิวเต้าส่วนก็หมดก่อน แต่ก็ไม่ได้เสียใจแต่รู้สึกเสียดายมากกว่าที่จะไม่ได้รับประทานเต้าส่วนแสนอร่อยอีก จึงได้ถ่ายรูปกับเจ้าของร้านไว้เป็นที่ระลึก และร่วมปิดตำนานเต้าส่วนเจ้ตุ่ม ก็ดีใจแล้ว ด้านนางจิราวรรณ ทองมาตินย์ หรือเจ้ตุ่ม อายุ 63 ปี เจ้าของร้าน บอกว่า สาเหตุที่ประกาศเลิกขายเพราะตนกับสามีอายุมากแล้ว ร่างกายก็ไม่ค่อยจะแข็งแรงเหมือนเมื่อก่อน จึงอยากจะพักผ่อนและดูแลสุขภาพตัวเองบ้าง จึงได้เปิดขายเป็นวันสุดท้ายแต่ไม่คิดว่าจะมีคนแห่มาต่อแถวรอซื้อกันล้นหลามมากขนาดนี้ รู้สึกดีใจมากที่มีลูกค้ามาอุดหนุนและให้กำลังใจมากขนาดนี้ สำหรับจุดเด่นของเต้าส่วนสูตรของตนเองคือถั่วกับกะทิ จะใช้กะทิสดคั้นเอง เอาเฉพาะหัวกะทิ ส่วนถั่วจะใช้ถั่วสวนจะไม่ใช้ถั่วไร่ เน้นความสะอาด ส่วนยอดขายในวันนี้กว่า 10,000 บาท จะนำไปทำบุญบริจาคให้โรงพยาบาลบุรีรัมย์ เพื่อซื้อเครื่องมือแพทย์ ขณะที่ลูกค้า ต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า รู้สึกใจหายและเสียดายที่จะไม่ได้กินเต้าส่วนต้นตำรับที่สุดยอดความอร่อยอีกแล้ว หากเป็นไปได้ก็อยากให้กลับมาขายดี หรือถ่ายทอดสูตรให้กับลูกหลานมาขายก็ได้ เพราะกินเต้าส่วนร้านไหนก็ไม่เหมือนเต้าส่วนเจ้ตุ่ม พอทราบข่าวว่าวันนี้จะเปิดขายเป็นวันสุดท้ายก็พากันมาต่อแถวรอตั้งแต่บ่าย 3 แต่ก็ได้แค่ถุงเดียว ก็แบ่งกันกินถึง 5 คนได้กินคนละนิดละหน่อยก็ยังดี สำหรับ”เต้าส่วนเจ้ตุ่ม” ถือเป็นสุดยอดของหวานสูตรต้นตำรับร้านเก่าแก่ของ จ.บุรีรัมย์ ที่เปิดขายในตลาดโต้รุ่งเก่า ในเขตเทศบาลเมืองมานานกว่า 40 ปีแล้ว ซึ่งแต่ละวันในช่วงเวลาประมาณ 17.30 น. จะมีลูกค้าจากทุกเพศ ทุกวัย มายืนต่อคิวรอซื้อเป็นแถวยาวเหยียด ร้านจะปิดทุกวันพระเพื่อไปทำบุญ และปิดวันอาทิตย์พักผ่อนเพราะไม่ได้จ้างลูกน้อง ทำกันเองในครอบครัว ทำวันละ 8 หม้อ ใช้เวลาขายไม่ถึง 2 ชั่วโมง ก็มีลูกค้ามาเข้าคิวซื้อจนหมดเกลี้ยง หากใครมาช้าก็ต้องอดใจไปรับประทานในวันหลัง ขายมาตั้งแต่ถ้วยละ 50 สตางค์ จนปัจจุบันถ้วยละ 20 บาท ถือเป็นร้านเก่าแก่ของจังหวัดสาเหตุที่มีลูกค้ามาเข้าคิวรอซื้อยาวเหยียด เพราะติดใจในรสชาติความอร่อย หอมกลิ่นกะทิเพราะคั้นสดใหม่ทุกวัน Cr. ข่าว : สุรชัย พิรักษา

Posted by สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดบุรีรัมย์ on Tuesday, October 16, 2018

หลังจากหลายคนทราบข่าวทั้งที่เป็นลูกค้าขาประจำ และผู้ที่เคยได้ลิ้มรสเต้าส่วนต้นตำรับ ต่างต้องการมาลิ้มรสความอร่อยของเต้าส่วนเจ้ตุ่มเป็นครั้งสุดท้าย เพราะหลังจากนี้อาจจะหารับประทานเต้าส่วนรสชาติแบบนี้ไม่ได้อีกต่อไป อาจเหลือไว้เพียงตำนานเรื่องเล่าเท่านั้น

ซึ่งยังไม่ทันได้ถึงเวลาเปิดร้าน ก็ได้มีประชาชนทุกเพศ ทุกวัย ทยอยเดินทางมาต่อแถวรอซื้อตั้งแต่เวลา 14.00 น. จากเวลาเปิดร้าน 17.30 น. กระทั่งถึงเวลาเปิดร้านก็มีคนทยอยเดินทางมาต่อแถวอย่างต่อเนื่อง จนคิวสุดท้ายเป็นคนที่ 300 กว่าขณะที่เจ้ตุ่ม ทำเต้าส่วนมาเพียง 8 หม้อปกติ ซึ่งไม่เพียงพอกับจำนวนคนที่มารอ

โดยมีการกำหนดให้ซื้อได้คนละไม่เกิน 5 ถุงเท่านั้นเพราะอยากให้ได้รับประทานครบทุกคน ซึ่งมีบางคนที่สั่งจองไว้ล่วงหน้าเป็นจำนวนมากแล้ว กระทั่งเวลาประมาณ 19.00 น. เต้าส่วนเจ้ตุ่ม ก็ขายหมดเกลี้ยง ทำให้หลายคนที่ต่อแถวรอยังไม่ทันถึงคิวก็ต้องผิดหวังไม่ได้รับประทานเต้าส่วนเจ้ตุ่ม เป็นครั้งสุดท้าย

ขณะที่บางคนต่อแถวนาน 3 ชั่วโมงแต่ได้แค่ถุงเดียว ก็ต้องแบ่งกันกิน 5 คน เพราะอยากลิ้มรสความอร่อยของเต้าส่วนเจ้ตุ่ม เป็นครั้งสุดท้าย ก่อนที่จะปิดกิจการ บางคนที่มาต่อแถวรอแต่ยังไม่ทันถึงคิวเต้าส่วนก็หมดก่อน แต่ก็ไม่ได้เสียใจแต่รู้สึกเสียดายมากกว่าที่จะไม่ได้รับประทานเต้าส่วนแสนอร่อยอีก จึงได้ถ่ายรูปกับเจ้าของร้านไว้เป็นที่ระลึก และร่วมปิดตำนานเต้าส่วนเจ้ตุ่ม ก็ดีใจแล้ว

ด้านนางจิราวรรณ ทองมาตินย์ หรือเจ้ตุ่ม อายุ 63 ปี เจ้าของร้าน บอกว่า สาเหตุที่ประกาศเลิกขายเพราะตนกับสามีอายุมากแล้ว ร่างกายก็ไม่ค่อยจะแข็งแรงเหมือนเมื่อก่อน จึงอยากจะพักผ่อนและดูแลสุขภาพตัวเองบ้าง จึงได้เปิดขายเป็นวันสุดท้ายแต่ไม่คิดว่าจะมีคนแห่มาต่อแถวรอซื้อกันล้นหลามมากขนาดนี้ รู้สึกดีใจมากที่มีลูกค้ามาอุดหนุนและให้กำลังใจมากขนาดนี้ สำหรับจุดเด่นของเต้าส่วนสูตรของตนเองคือถั่วกับกะทิ จะใช้กะทิสดคั้นเอง เอาเฉพาะหัวกะทิ ส่วนถั่วจะใช้ถั่วสวนจะไม่ใช้ถั่วไร่ เน้นความสะอาด

ส่วนยอดขายในวันนี้กว่า 10,000 บาท จะนำไปทำบุญบริจาคให้โรงพยาบาลบุรีรัมย์ เพื่อซื้อเครื่องมือแพทย์

ขณะที่ลูกค้า ต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า รู้สึกใจหายและเสียดายที่จะไม่ได้กินเต้าส่วนต้นตำรับที่สุดยอดความอร่อยอีกแล้ว หากเป็นไปได้ก็อยากให้กลับมาขายดี หรือถ่ายทอดสูตรให้กับลูกหลานมาขายก็ได้ เพราะกินเต้าส่วนร้านไหนก็ไม่เหมือนเต้าส่วนเจ้ตุ่ม พอทราบข่าวว่าวันนี้จะเปิดขายเป็นวันสุดท้ายก็พากันมาต่อแถวรอตั้งแต่บ่าย 3 แต่ก็ได้แค่ถุงเดียว ก็แบ่งกันกินถึง 5 คนได้กินคนละนิดละหน่อยก็ยังดี

สำหรับ”เต้าส่วนเจ้ตุ่ม” ถือเป็นสุดยอดของหวานสูตรต้นตำรับร้านเก่าแก่ของ จ.บุรีรัมย์ ที่เปิดขายในตลาดโต้รุ่งเก่า ในเขตเทศบาลเมืองมานานกว่า 40 ปีแล้ว ซึ่งแต่ละวันในช่วงเวลาประมาณ 17.30 น. จะมีลูกค้าจากทุกเพศ ทุกวัย มายืนต่อคิวรอซื้อเป็นแถวยาวเหยียด

ร้านจะปิดทุกวันพระเพื่อไปทำบุญ และปิดวันอาทิตย์พักผ่อนเพราะไม่ได้จ้างลูกน้อง ทำกันเองในครอบครัว ทำวันละ 8 หม้อ ใช้เวลาขายไม่ถึง 2 ชั่วโมง ก็มีลูกค้ามาเข้าคิวซื้อจนหมดเกลี้ยง หากใครมาช้าก็ต้องอดใจไปรับประทานในวันหลัง ขายมาตั้งแต่ถ้วยละ 50 สตางค์ จนปัจจุบันถ้วยละ 20 บาท ถือเป็นร้านเก่าแก่ของจังหวัดสาเหตุที่มีลูกค้ามาเข้าคิวรอซื้อยาวเหยียด เพราะติดใจในรสชาติความอร่อย หอมกลิ่นกะทิเพราะคั้นสดใหม่ทุกวัน

Cr. ข่าว : สุรชัย พิรักษา

กดไลค์เพจ BURIRAM WORLD : มหานครอีสานใต้ เซราะกราวออนไลน์ 24 ชม.

ผู้เขียน